โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นราวกับหยาดฝนฤดูร้อน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นอายพลังปราณที่แหลกสลายจนแทบหายใจไม่ออก
"หลินเฟย... ถอยไป!"
เสียงตะโกนนั้นแหบพร่า ทว่าดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของหลินเฟยราวกับเสียงระฆังแห่งหายนะ ร่างของเต๋อจิ้งพุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างหมัดมหาศิลาอัคคีของจ้าวอวิ๋นกับแผ่นอกของเขาอย่างไร้ความลังเล
*ตูม!*
เสียงปะทะของเนื้อหนังและกระดูกดังสนั่นหวั่นไหว แรงสะท้อนจากหมัดที่หลอมรวมด้วยพลังมารระดับบรรพชนทำให้อากาศรอบบริเวณบิดเบี้ยว เต๋อจิ้งกระออกเลือดคำโตออกมาทันที เลือดสดๆ พุ่งทะลักอาบย้อมอาภรณ์สีเทาจนกลายเป็นสีแดงฉาน ร่างผอมเกร็งแต่ทระนงของสหายรักทรุดฮวบลงในอ้อมแขนของหลินเฟย น้ำหนักของร่างนั้นราวกับภูเขาทั้งลูกที่กดทับลงบนหัวใจของเด็กหนุ่ม
"เต๋อจิ้ง!" หลินเฟยคำรามลั่น ดวงตาคู่คมเบิกโพรง เส้นเลือดปูดโปนขึ้นที่ขมับและลำคอ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านถึงขีดสุดจนสติแทบขาดผึ่ง มือสั่นเทาคว้าจับร่างที่กำลังร่วงหล่นเอาไว้แน่น "เจ้า... เจ้าทำบ้าอะไรลงไป ทำไมถึงเอาตัวมารับการโจมตีนี้แทนข้า!"
เต๋อจิ้งแย้มยิ้ม มุมปากมีฟองเลือดสีแดงสดไหลซึม ดวงตาที่เคยเฉียบคมและเต็มไปด้วยประกายแห่งปัญญาบัดนี้ริบหรี่ลงทุกที มือที่สั่นเทายื่นขึ้นมาสัมผัสไหล่ของหลินเฟย ทิ้งรอยเลือดไว้เป็นทางยาว
"ข้า... เป็นกุนซือ... ของเจ้า..." เต๋อจิ้งหายใจรวยริน เสียงพูดขาดเป็นห้วงๆ "หน้าที่ของกุนซือ... คือการรักษาแม่ทัพ... ให้อยู่รอดจนถึงชัยชนะขั้นสุดท้าย... เจ้าจำคำสัญญา... ที่เราเคยให้ไว้ใต้ต้นท้อ... ในหมู่บ้านเล็กๆ นั้นไม่ได้แล้วหรือ..."
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ หลินเฟยจำได้แม่น วันนั้นพวกเขายังเป็นเพียงเด็กหนุ่มยากจน สัญญาว่าจะจับมือกันก้าวขึ้นสู่จุด1สูงสุดของยุทธภพ เพื่อล้างมลทินให้ครอบครัว แต่ในวันนี้ สหายผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกลับกำลังจะดับสูญสิ้นลมหายใจในอ้อมแขนของเขา
"หึ ช่างเป็นมิตรภาพที่น่าสมเพชเสียจริง"
เสียงหัวเราะเย็นเยียบของจ้าวอวิ๋นดังขึ้น ประมุขพรรคมารยืนไขว่ห้างมองดูภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาไร้ความปรานี รัศมีสีดำทมิฬยังคงคุโชนอยู่รอบหมัดทั้งสองข้าง ราวกับปีศาจกระหายเลือดที่รอขย้ำเหยื่อซ้ำ "มดปลวกคิดเอาชีวิตมาขวางทางช้างสาร ช่างไม่เจียมสังขาร หลินเฟย สหายของเจ้าต้องตายเพราะความดื้อรั้นของเจ้าเอง โทษฐานที่เจ้าบังอาจต่อกรกับข้า!"
จ้าวอวิ๋นก้าวเท้าเดินเข้ามาทีละน้อย แรงกดดันระดับลมปราณบูรพาแผ่ซ่านกดทับจนพื้นศิลาใต้ร่างของหลินเฟยแตกร้าวเป็นใยแมงมุม
หลินเฟยค่อยๆ วางร่างของเต๋อจิ้งลงอย่างทะนุถนอมที่สุด ดวงตาที่เคยลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งงันที่น่ากลัว ความเงียบงันปกคลุมรอบกายเขา ราวกับพายุก่อนลมหนาวจะมาเยือน เขาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ กระบี่หักในมือสั่นระริก ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะพลังปราณภายในที่กำลังปั่นป่วนจนทะลักทลายขีดจำกัด
"จ้าวอวิ๋น..." หลินเฟยเอמהขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา ทว่าเย็นยะเยือกเสียจนคนฟังต้องขนหัวลุก "เจ้าทำให้ข้ารู้ซึ้งแล้วว่า... โลกใบนี้มันเน่าเฟะแค่ไหน"
"อ้อ? เจ้ายังมีปัญญามาสั่งสอนข้าอีกหรือ เด็กน้อย เจ้าเหลือตัวคนเดียวแล้ว ไม่มีใครคอยดึงสติเจ้าอีกต่อไปแล้ว เจ้าจะเอาอะไรมาสู้กับข้า" จ้าวอวิ๋นเย้ยหยัน ยกมือขึ้นเตรียมปล่อยกระบวนท่าสังหารตัดสินชะตา
หลินเฟยไม่ตอบคำพูดเหล่านั้น เขารับรู้เพียงเสียงหัวใจของตนเองที่เต้นระรัวเป็นจังหวะเดียวกับเสียงลมหายใจสุดท้ายของสหายรัก ภาพความทรงจำทั้งหมดตั้งแต่วันแรกที่ฝึกยุทธ์ การถูกเหยียดหยาม รอยยิ้มของบิดา และแววตาเชื่อมั่นของเต๋อจิ้ง หลอมรวมเข้าด้วยกันกลายเป็นเตาหลอมพลังอันไร้ขีดจำกัด
วิชา 'หมัดเดียวทะลวงดารา' ที่เขาฝึกฝนมาตลอด แท้จริงแล้วไม่ได้มีไว้เพื่อเอาชนะผู้อื่น แต่มีไว้เพื่อปกป้องสิ่งที่รักต่างหาก!
ปราณสีทองอร่ามพวยพุ่งออกจากร่างของหลินเฟย ทะยานขึ้นสู่ท้องนภาราวกับเสือโคร่งคำรามก้องฟ้า เมฆหมอกสีดำทมิฬที่ปกคลุมสำนักถูกฉีกกระชากด้วยรัศมีแห่งความเกรียงไกร แรงกดดันของเขาพุ่งทะยานผ่านจุดคอขวดที่ขวางกั้นมานานอย่างไร้แรงต้าน
จ้าวอวิ๋นชะงัก สีหน้าเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งเป็นความตื่นตระหนก "บ้าน่า! พลังนี่มัน... ทะลวงขอบเขตขั้นที่เก้าแล้วงั้นรึ! เป็นไปไม่ได้!"
หลินเฟยเงยหน้าขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งดวงดาวในคืนเดือนมืด เขาไม่อาจถอยหลังได้อีกแล้ว เบื้องหลังคือร่างไร้ลมหายใจของสหายรัก เบื้องหน้าคือศัตรูคู่อาฆาตที่ต้องชำระบัญชีเลือด
"วันนี้... ศีรษะของเจ้าจะต้องเซ่นสังเวยให้กับเต๋อจิ้ง!"
หลินเฟยสะบัดร่างพุ่งทะยานออกไปดุจสายฟ้าฟาด หมัดขวาอัดแน่นด้วยพลังทั้งหมดที่มีในชีวิต พุ่งทะลวงอากาศจนเกิดเสียงระเบิดกึกก้อง ทว่าในเสี้ยววินาทีที่หมัดกำลังจะปะทะเข้ากับร่างของจ้าวอวิ๋นนั้นเอง ทันใดนั้น... พื้นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เงาร่างปริศนาสายหนึ่งพุ่งทะลุขึ้นมาจากใต้พื้นศิลาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ พร้อมกับคมดาบสีโลหิตที่จ้วงแทงตรงเข้าแผ่นหลังของหลินเฟยอย่างอุกอาจ!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาจนถึงวินาทีอันระทึกใจนี้นะครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา•ตอนที่ 42
เสียงตะโกนจากสหาย
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!