วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา•ตอนที่ 41

ความหวังที่ริบหรี่

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"อั๊ก..." เสียงสำลักโลหิตของหลินเฟยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของลานประลองหินผาสีชาด ร่างกายที่เคยผึ่งผายและเปี่ยมด้วยพลังปราณอันร้อนแรงบัดนี้ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ศิลาเบื้องหน้าแตกละเอียดเป็นวงกว้างจากแรงกระแทกอันมหาศาล ปราณกระบี่เก้าสวรรค์ที่เขาภาคภูมิใจถูกฉีกกระชากจนยับเยิน ราวกับเศษผ้าบางเบาที่ถูกพายุหมุนโหมกระหน่ำ จ้าวอวิ๋นยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า อาภรณ์สีดำสนิทของประมุขพรรคมารไม่มีแม้แต่รอยยับย่น ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองลงมาด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนาและเย้ยหยันในคราเดียวกัน "เด็กน้อย... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าวิชาหมัดมวยที่บิดาผู้ล่วงลับของเจ้าทิ้งไว้ จะต่อกรกับความเป็นจริงอันโหดร้ายของโลกใบนี้ได้?" เสียงทุ้มต่ำของจ้าวอวิ๋นดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับเสียงพิพากษาจากยมโลก หลินเฟยกัดฟันกรอดจนกรามทั้งสองข้างนูนเด่น เลือดสดๆ ไหลย้อยมุมปากตัดกับผิวหน้าที่ซีดเซียว เขายันมือทั้งสองข้างกับพื้นหินเพื่อพยุงร่างไม่ให้ล้มลงไปนอนทอดร่าง ความเจ็บปวดร้าวรานแล่นพล่านไปตามเส้นชีพจรทุกเส้น ราวกับมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงไขกระดูก แต่สิ่งที่เจ็บปวดกว่าร่างกาย คือความรู้สึกไร้ซึ่งพลังที่จะปกป้องคนที่เขารัก และความจริงที่ว่า เขายังอ่อนแอเกินไป *พ่อครับ... ข้า... กำลังจะไปหาท่านแล้วหรือ?* ภาพความทรงจำในวัยเยาว์ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด บิดาสอนสั่งวิชาหมัดด้วยรอยยิ้ม คำสอนที่ว่า 'ลูกผู้ชายเลือดนักสู้ ยอมตายบนขาตนเอง ย่อมไม่คุกเข่าให้ใคร' ดังชัดเจนอยู่ในโสตประสาท "หลินเฟย!" เสียงตะโกนอย่างร้อนรนของเต๋อจิ้งดังแทรกขึ้นมาจากแนวป่า สหายรักพยายามจะพุ่งทะยานเข้ามาช่วยเหลือ แต่ถูกปราณมารสีดำรอบลานประลองผลักกระเด็นออกไปอย่างรุนแรงจนกระอักเลือด เต๋อจิ้งใช้มีดสั้นคู่ใจปักลงกับพื้นเพื่อยันกายลุกขึ้น ดวงตาแดงก่ำจ้องมองมาด้วยความคับแค้นใจ "อย่าเข้าไปนะเต๋อจิ้ง... ข้า... ยังไหว..." หลินเฟยส่งเสียงแหบพร่าลอดไรฟัน แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัดและพร่าเลือน จ้าวอวิ๋นก้าวเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินดั่งเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย ประมุขพรรคมารยกมือขึ้น รวบรวมพลังปราณสีดำทมิฬอัดแน่นที่ฝ่ามือจนเกิดเสียงคำรามต่ำในลำคอ คลื่นพลังงานกดทับบรรยากาศรอบข้างจนแทบหายใจไม่ออก "การเดินทางของเจ้าสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ หลินเฟย จงภูมิใจเถอะที่เจ้าได้ตายด้วยกระบวนท่าสูงสุดของข้า" จ้าวอวิ๋นซัดฝ่ามือลงมาดั่งอสนีบาตฟาดฟัน อากาศรอบตัวแปร and รuวนเป็นริ้วคลื่นสีดำสนิท เป้าหมายคือกลางหน้าอกของหลินเฟย ซึ่งหากโดนเข้าไป ร่างทั้งร่างคงแหลกสลายไม่เหลือแม้แต่เศษซาก ความหวังริบหรี่ลงทุกที ภาพเบื้องหน้าเริ่มมืดดับลง ชั่วพริบตานั้นเอง ประกายแสงสีทองลึกลับก็วาบขึ้นจากสร้อยหยกโบราณที่มารดาผู้ล่วงลับมอบให้หลินเฟยไว้ก่อนสิ้นใจ สร้อยเส้นนั้นไม่เคยแสดงปาฏิหาริย์ใดๆ มาก่อนตลอดสิบปีที่ผ่านมา แต่วินาทีที่ฝ่ามือแห่งความตายห่างจากหัวใจเพียงแค่คืบ พลังงานอุ่นร้อนสายหนึ่งก็ระเบิดทะลักออกมาจากหยกโบราณ แผ่ขยายปกคลุมร่างของหลินเฟยไว้อย่างฉับพลัน พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ไม่ได้มาจากมนุษย์ดังสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งผืนป่า! จ้าวอวิ๋นชะתาฝ่ามือที่กำลังพุ่งลงมา สีหน้าเยือกเย็นแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงอย่างสุดขีด เมื่อเงาร่างมหึมาของพยัคฆ์ขาวขนปุยสีทองอร่ามปรากฏขึ้นเบื้องหน้า คั่นกลางระหว่างเขากับหลินเฟย... และดวงตาสتสีเพลิงของพยัคฆ์ตัวนั้นกำลังจ้องมองตรงมาที่เขาด้วยจิตสังหารอันไร้ขีดจำกัด! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาจนถึงวินาทีอันระทึกใจนี้นะครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%