"อั๊ก..."
เสียงสำลักโลหิตของหลินเฟยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของลานประลองหินผาสีชาด ร่างกายที่เคยผึ่งผายและเปี่ยมด้วยพลังปราณอันร้อนแรงบัดนี้ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ศิลาเบื้องหน้าแตกละเอียดเป็นวงกว้างจากแรงกระแทกอันมหาศาล ปราณกระบี่เก้าสวรรค์ที่เขาภาคภูมิใจถูกฉีกกระชากจนยับเยิน ราวกับเศษผ้าบางเบาที่ถูกพายุหมุนโหมกระหน่ำ
จ้าวอวิ๋นยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า อาภรณ์สีดำสนิทของประมุขพรรคมารไม่มีแม้แต่รอยยับย่น ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองลงมาด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนาและเย้ยหยันในคราเดียวกัน
"เด็กน้อย... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าวิชาหมัดมวยที่บิดาผู้ล่วงลับของเจ้าทิ้งไว้ จะต่อกรกับความเป็นจริงอันโหดร้ายของโลกใบนี้ได้?" เสียงทุ้มต่ำของจ้าวอวิ๋นดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับเสียงพิพากษาจากยมโลก
หลินเฟยกัดฟันกรอดจนกรามทั้งสองข้างนูนเด่น เลือดสดๆ ไหลย้อยมุมปากตัดกับผิวหน้าที่ซีดเซียว เขายันมือทั้งสองข้างกับพื้นหินเพื่อพยุงร่างไม่ให้ล้มลงไปนอนทอดร่าง ความเจ็บปวดร้าวรานแล่นพล่านไปตามเส้นชีพจรทุกเส้น ราวกับมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงไขกระดูก แต่สิ่งที่เจ็บปวดกว่าร่างกาย คือความรู้สึกไร้ซึ่งพลังที่จะปกป้องคนที่เขารัก และความจริงที่ว่า เขายังอ่อนแอเกินไป
*พ่อครับ... ข้า... กำลังจะไปหาท่านแล้วหรือ?* ภาพความทรงจำในวัยเยาว์ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด บิดาสอนสั่งวิชาหมัดด้วยรอยยิ้ม คำสอนที่ว่า 'ลูกผู้ชายเลือดนักสู้ ยอมตายบนขาตนเอง ย่อมไม่คุกเข่าให้ใคร' ดังชัดเจนอยู่ในโสตประสาท
"หลินเฟย!"
เสียงตะโกนอย่างร้อนรนของเต๋อจิ้งดังแทรกขึ้นมาจากแนวป่า สหายรักพยายามจะพุ่งทะยานเข้ามาช่วยเหลือ แต่ถูกปราณมารสีดำรอบลานประลองผลักกระเด็นออกไปอย่างรุนแรงจนกระอักเลือด เต๋อจิ้งใช้มีดสั้นคู่ใจปักลงกับพื้นเพื่อยันกายลุกขึ้น ดวงตาแดงก่ำจ้องมองมาด้วยความคับแค้นใจ "อย่าเข้าไปนะเต๋อจิ้ง... ข้า... ยังไหว..." หลินเฟยส่งเสียงแหบพร่าลอดไรฟัน แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัดและพร่าเลือน
จ้าวอวิ๋นก้าวเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินดั่งเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย ประมุขพรรคมารยกมือขึ้น รวบรวมพลังปราณสีดำทมิฬอัดแน่นที่ฝ่ามือจนเกิดเสียงคำรามต่ำในลำคอ คลื่นพลังงานกดทับบรรยากาศรอบข้างจนแทบหายใจไม่ออก
"การเดินทางของเจ้าสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ หลินเฟย จงภูมิใจเถอะที่เจ้าได้ตายด้วยกระบวนท่าสูงสุดของข้า"
จ้าวอวิ๋นซัดฝ่ามือลงมาดั่งอสนีบาตฟาดฟัน อากาศรอบตัวแปร and รuวนเป็นริ้วคลื่นสีดำสนิท เป้าหมายคือกลางหน้าอกของหลินเฟย ซึ่งหากโดนเข้าไป ร่างทั้งร่างคงแหลกสลายไม่เหลือแม้แต่เศษซาก
ความหวังริบหรี่ลงทุกที ภาพเบื้องหน้าเริ่มมืดดับลง ชั่วพริบตานั้นเอง ประกายแสงสีทองลึกลับก็วาบขึ้นจากสร้อยหยกโบราณที่มารดาผู้ล่วงลับมอบให้หลินเฟยไว้ก่อนสิ้นใจ สร้อยเส้นนั้นไม่เคยแสดงปาฏิหาริย์ใดๆ มาก่อนตลอดสิบปีที่ผ่านมา แต่วินาทีที่ฝ่ามือแห่งความตายห่างจากหัวใจเพียงแค่คืบ พลังงานอุ่นร้อนสายหนึ่งก็ระเบิดทะลักออกมาจากหยกโบราณ แผ่ขยายปกคลุมร่างของหลินเฟยไว้อย่างฉับพลัน พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ไม่ได้มาจากมนุษย์ดังสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งผืนป่า!
จ้าวอวิ๋นชะתาฝ่ามือที่กำลังพุ่งลงมา สีหน้าเยือกเย็นแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงอย่างสุดขีด เมื่อเงาร่างมหึมาของพยัคฆ์ขาวขนปุยสีทองอร่ามปรากฏขึ้นเบื้องหน้า คั่นกลางระหว่างเขากับหลินเฟย... และดวงตาสتสีเพลิงของพยัคฆ์ตัวนั้นกำลังจ้องมองตรงมาที่เขาด้วยจิตสังหารอันไร้ขีดจำกัด!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาจนถึงวินาทีอันระทึกใจนี้นะครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา•ตอนที่ 41
ความหวังที่ริบหรี่
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!