วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา•ตอนที่ 45

การล่มสลายของพรรคมาร

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"เจ้ารู้ตัวไหมว่ากำลังเดินไปสู่ความตาย, หลินเฟย" เสียงทุ้มต่ำราวกับมาจากขุมนรกของจ้าวอวิ๋นดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงกลางพรรคมาร แรงกดดันจากลมปราณระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุดแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นภูเขาไฟที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง เบื้องหน้าของเขาคือซากปรักหักพังของค่ายกลร้อยอสูรโลหิต ที่บัดนี้อักขระโบราณนับพันกำลังแตกสลายเป็นละอองแสงสีเลือด ควันพวยพุ่งคละคลุ้งกลิ่นคาวสนิมเหล็กคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศ หลินเฟยยืนหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างกายของเขาท่วมท้นไปด้วยเหงื่อผสมเลือดสดๆ ที่ไหลซึมจากบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่และสีข้าง ทว่านัยน์ตาคู่คมกลับสุกใสและเด็ดเดี่ยวยิ่งกว่ายามใดๆ ปลายกระบี่ในมือสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะพลังลมปราณที่ถูกรีดเค้นจนถึงขีดจำกัด "ความตายงั้นหรือ...?" หลินเฟยแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาจ้องมองบุรุษผู้เป็นต้นเหตุแห่งความพินาศของครอบครัวด้วยความชิงชังที่ถูกหล่อหลอมมาแรมปี "ท่านพรากทุกสิ่งไปจากข้า บิดา อาจารย์ และแผ่นดินที่ข้ารัก หากเส้นทางนี้จะนำไปสู่ความตาย ข้าก็ยินดีจะลากเจ้าลงไปนรกด้วยกัน!" ฉับพลัน เต๋อจิ้งที่พยุงร่างอันสะบักสะบอมอยู่ไม่ไกลก็กัดฟันกรอด เขากระอักเลือดคำโตออกมา พลางตะโกนเตือนสติด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "หลินเฟย! อย่าหลงกลมัน! ค่ายกลพังทลายจริง แต่พลังของมันยังสะสมอยู่ที่จุดตันtian! อย่าปะทะตรงๆ ใช้กระบวนท่าที่สามของวิชาหมัดพยัคฆ์ทะลวงดารา!" จ้าวอวิ๋นหันขวับมามองเต๋อจิ้งด้วยแววตาดุจเหยี่ยวสังหาร "เจ้าหนู... สวะที่เอาแต่หลบอยู่หลังเงาคนอื่น สมควรตายก่อนเป็นคนแรก!" สิ้นเสียง ร่างของประมุขพรรคมารก็หายวับไปจากจุดเดิม ความเร็วนั้นเหนือล้ำจนสายตาแทบมองไม่ทัน ประทับฝ่ามือเข้าใส่หน้าอกของเต๋อจิ้งอย่างอำมหิต! "เต๋อจิ้ง!" หลินเฟยคำรามลั่นราวกับพยัคฆ์ร้าย สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดและมิตรภาพลูกผู้ชายพุ่งพล่านถึงขีดสุด เขาไม่สนใจบาดแผลของตนเองอีกต่อไป ทุ่มเทลมปราณเฮือกสุดท้ายระเบิดออกทางฝ่าเท้า ดีดตัวพุ่งเข้าไปขวางกั้นระหว่างมิตรภาพกับความตายในเสี้ยววินาทีเป็นตาย *ตูม!* แรงปะทะดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ คลื่นกระแทกมหาศาลซัดเอาเสาหินศิลาขนาดใหญ่ภายในโถงพรรคหักโค่นลงมาเป็นท่อนๆ หลินเฟยกระเด็นถอยหลังไปไกลนับสิบวา กระอักเลือดพุ่งออกมาเป็นสาย ร่างกายกระแทกเข้ากับผนังหินอย่างรุนแรงจนจุกแน่นไปหมด ทว่าในมือของเขายังคงกำกระบี่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย จ้าวอวิ๋นเองก็ถอยหลังไปสามก้าว ลมปราณในร่างปั่นป่วนจนต้องยกมือขึ้นกดจุดชีพจรที่หน้าอก ดวงตาคู่สีนิลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "เป็นไปได้ อย่างand... เจ้าเด็กนี่... รับฝ่ามือโลหิตทลายฟ้าของข้าไว้ได้โดยไม่ตาย?" "เพราะเจ้า... ประเมินคำว่า 'มิตรภาพ' ต่ำเกินไปอย่างไรเล่า" หลินเฟยค่อยๆ พยุงร่างของตนเองลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ขาจะสั่นเทาแต่หลังกลับเหยียดตรงอย่างสง่างาม ในวินาทีนั้นเอง จิตวิญญาณการต่อสู้ของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ความเข้าใจในวิชาหมัดพยัคฆ์สยบฟ้าที่สะสมมาตลอดเส้นทางผจญภัยหลอมรวมเข้ากับความแค้นและความห่วงใยสหาย เกิดเป็นสภาวะ "หมัดเดียวทะลวงดารา" ขั้นสมบูรณ์! ออร่าสีทองเจิดจ้าพวยพุ่งออกจากร่างของหลินเฟย รัศมีกดดันแผ่ขยายออกไปจนทำให้เศษหินรอบตัวลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ อุณหภูมิภายในโถงพรรคมารลดฮวบลงราวกับเข้าสู่ฤดูหนาวอันเหน็บหนาว จ้าวอวิ๋นสัมผัสได้ถึงอันตรายถึงชีวิตเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี สีหน้าที่เคยเยือกเย็นและมั่นอกมั่นใจเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก "วิชานี้มัน... เป็นไปไม่ได้! บรรพบุรุษตระกูลหลินตายไปนานแล้ว เหตุใดเจ้าจึงฝึกสำเร็จ!" "วิชาไม่ได้อยู่ที่ใครเป็นผู้คิดค้น... แต่อยู่ที่หัวใจของผู้ใช้ต่างหาก!" หลินเฟยคำรามก้องฟ้า พุ่งทะยานเข้าหาจ้าวอวิ๋นราวกับพยัคฆ์ขาวโผนทะยาน หมัดขวาถูกง้างออก รวบรวมพลังลมปราณทั้งหมดในร่างกายมารวมไว้ที่กำปั้นเดียว อากาศรอบหมัดบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงกรีดร้องแหลมสูงราวกับมิติฉีกขาด จ้าวอวิ๋นคำรามลั่น รวบรวมพลังลมปราณเฮือกสุดท้ายต้านทานเต็มกำลัง ฝ่ามือโลหิตประสานเข้ากับหมัดพยัคฆ์อย่างจัง! *เปรี้ยง!* เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกถลาย ค่ายกลที่เหลืออยู่ทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา เศษซากพรรคมารระเบิดออกเป็นจุล แรงลมมหาศาลพัดพาร่างของทั้งสองกระเด็นไปคนละทิศละทาง ฝุ่นควันตลบอบอวลปกคลุมไปทั่วบริเวณจนมองไม่เห็นแม้แต่เงา ความเงียบสงบเข้าปกคลุมชั่วขณะ... เต๋อจิ้งพยายามยันกายลุกขึ้น มองฝ่ากลุ่มควันหนาทึบด้วยหัวใจที่เต้นรัวระทึก เขากวาดสายตามองหาเพื่อนรัก ท่ามกลางซากปรักหักพังที่กำลังมอดไหม้ มีเงาร่างหนึ่งกำลังเดินย่างสามขุมออกมาจากกลุ่มควัน... เสื้อผ้าขาดวิ่น เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล แต่ปลายกระบี่ในมือยังคงหยดเลือดสดๆ ทว่า ก่อนที่รอยยิ้มแห่งชัยชนะจะได้ปรากฏบนใบหน้าของเต๋อจิ้ง พื้นดินเบื้องหน้าของหลินเฟยก็เกิดรอยปริแยกออก เสียงหัวเราะแหบแห้งเย็นเยียบที่ไม่ใช่ของจ้าวอวิ๋น กลับดังขึ้นมาจากใต้พิภพ พร้อมกับเงาดำทมิฬรูปร่างประหลาดที่พุ่งทะยานขึ้นมาจากรอยแตก คว้าตัวหลินเฟยหายลับไปในความมืดมิดชั่วพริบตา! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาจนถึงวินาทีอันระทึกใจนี้นะครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%