วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา•ตอนที่ 29

ผู้พิทักษ์แห่งพงไพร

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"อย่าได้คิดจะหลับใหลไปในความมืดมิดนั้น หลินเฟย! เจ้าเป็นถึงทายาทแห่งพยัคฆ์ขาว หากดวงวิญญาณของเจ้าแตกสลายที่นี่ บิดาของเจ้าที่เฝ้ามองจากปรโลกจะยอมรับในตัวเจ้าได้อย่างไร!" เสียงของเต๋อจิ้งดังดุจสายฟ้าฟาดในห้วงสำนึก หลินเฟยที่กำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความว่างเปล่าสะดุ้งสุดตัว แรงดึงมหาศาลที่ฉีกกระชากวิญญาณเขาเริ่มอ่อนกำลังลงเมื่อเขารวบรวมสมาธิ กัดฟันแน่นจนเลือดซึมออกมาจากมุมปาก เขาดีดตัวขึ้นจากผืนดินที่กำลังสั่นสะเทือน รอยร้าวสีเลือดบนท้องฟ้าขยายตัวกว้างขึ้น ราวกับปากของอสูรกายที่กำลังกลืนกินโลกทั้งใบ "เต๋อจิ้ง... เจ้าทำอะไร?" หลินเฟยคำรามตอบผ่านกระแสจิต ขณะที่สายตาเหลือบไปเห็นเงาทะมึนขนาดมหึมาที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกมาจากความมืดมิดเบื้องหน้า มันไม่ใช่สัตว์อสูรธรรมดา ลำตัวของมันใหญ่โตดุจภูเขาเคลื่อนที่ เกล็ดสีดำสนิทดั่งนิลกาฬสะท้อนแสงสีเลือดจากฟากฟ้า ดวงตาทั้งสามข้างของมันเรืองรองด้วยเปลวเพลิงสีคราม มันคือ 'พยัคฆ์ทมิฬบรรพกาล' ผู้พิทักษ์แห่งพงไพรที่ตำนานกล่าวขานว่าหลับใหลมานานนับพันปี "ข้าไม่ได้ทำอะไรนอกจากเฝ้าดูความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา" น้ำเสียงของเต๋อจิ้งผ่านกระแสจิตดูแหบพร่าและเยือกเย็น "จ้าวอวิ๋นส่งเสียงเรียกมันด้วยอาคมเลือด หากเจ้าไม่จัดการมันตอนนี้ พวกเราทั้งคู่รวมถึงคนทั้งพรรคจะกลายเป็นเพียงเศษเนื้อในพงไพรนี้" พยัคฆ์ทมิฬบรรพกาลคำรามก้อง เสียงนั้นทรงพลังจนพสุธาเบื้องล่างแยกออกเป็นทางยาว หลินเฟยรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงบนร่างจนกระดูกลั่นเปรี๊ยะ เขาไม่ได้ถอยหนี แต่กลับก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ท่วงท่าการยืนคือวิถีพยัคฆ์ที่บิดาสอนสั่งมาตลอดชีวิต "เจ้าต้องการข้าหรือ?" หลินเฟยตะโกนก้อง กางแขนออกรวบรวมลมปราณทั่วร่างจนเส้นเลือดปูดโปนดั่งมังกร "ถ้าเช่นนั้นก็เข้ามา! อย่าได้หวังว่าจะได้เหยียบผ่านศพข้าไปเพื่อทำตามความต้องการของจ้าวอวิ๋น!" สัตว์อสูรระดับตำนานไม่รอช้า มันตบอุ้งเท้าลงบนพื้นดิน แรงกระแทกทำให้คลื่นดินอัดตัวเป็นหอกแหลมพุ่งเข้าหาหลินเฟยด้วยความเร็วสูง หลินเฟยเบี่ยงตัวหลบด้วยวิชาเท้าพริ้วไหว ก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาเจ้าอสูรดุจลูกธนู หมัดขวาของเขาถูกอัดแน่นด้วยลมปราณสยบฟ้าที่รวบรวมมาถึงขีดสุด *เปรี้ยง!* หมัดของหลินเฟยปะทะเข้ากับเกล็ดอันแข็งแกร่งของมัน เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับโลหะกระทบกัน ร่างของหลินเฟยกระเด็นถอยหลังไปไกลหลายสิบเมตร แขนขวาของเขาชาหนึบจนแทบหมดความรู้สึก ทว่าเจ้าอสูรกลับชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาทั้งสามข้างจ้องเขม็งมาที่เขาด้วยความประหลาดใจ มันมิได้ฆ่าเขาทันที แต่กลับเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้พร้อมกับไอสังหารที่เย็นเยียบกว่าเดิม "ยังไม่พอ... หมัดเดียวทะลวงดาราของข้ายังไม่เพียงพอที่จะทะลวงเกราะของมัน" หลินเฟยพึมพำกับตัวเอง พยายามควบคุมลมหายใจที่ติดขัด "ต้องอาศัยจังหวะ... จังหวะที่หัวใจของมันเต้นพร้อมกับชีพจรของป่า" ในขณะที่หลินเฟยกำลังจะเผชิญหน้ากับการโจมตีระลอกสอง จู่ๆ บรรยากาศรอบข้างก็นิ่งสนิท เงาของใครบางคนปรากฏขึ้นบนกิ่งไม้สูงเหนือหัวอสูร บุคคลนั้นสวมชุดสีเทามิดชิด ใบหน้าถูกบดบังด้วยหน้ากากรูปครึ่งพยัคฆ์ กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นขัดแย้งกับจ้าวอวิ๋นโดยสิ้นเชิง มันคือกลิ่นอายของความแค้นที่ถูกสั่งสมมานานปี คนปริศนาดีดตัวลงมาจากกิ่งไม้ มือข้างหนึ่งถือกระบี่หักที่เปี่ยมไปด้วยรังสีสังหาร "หลินเฟย! อย่าหลงกลพลังโทสะของมัน! เจ้ากำลังสู้กับเงาสะท้อนของความกลัวในใจเจ้าเอง!" คำพูดนั้นทำให้หลินเฟยชะงัก สติที่เกือบจะหลุดลอยกลับมาจดจ่ออีกครั้ง เขาเพ่งมองไปที่ดวงตาทั้งสามข้างของอสูรให้ลึกขึ้น และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เขาก็เห็น... ภาพสะท้อนของตัวเขาเองที่กำลังถือดาบอาบเลือดฆ่าฟันผู้บริสุทธิ์ในนิมิตร้ายที่จ้าวอวิ๋นปลูกฝังไว้! "นั่นไม่ใช่ตัวข้า!" หลินเฟยคำรามลั่น ปลดปล่อยจิตวิญญาณพยัคฆ์ที่แท้จริงออกมาเป็นออร่าสีทองสว่างจ้า ขับไล่ความมืดมิดในใจออกไปจนสิ้น เขาไม่พุ่งเข้าหาอสูรด้วยความโกรธอีกต่อไป แต่เข้าหามันด้วยจิตที่ว่างเปล่าดั่งพื้นน้ำ ทว่า ในจังหวะที่หมัดของเขากำลังจะเข้าถึงจุดอ่อนใต้คางของอสูร ร่างของชายสวมหน้ากากปริศนาก็พุ่งเข้ามาขวางกลาง! เขาใช้กระบี่หักกระแทกใส่หลินเฟยจนต้องถอยกลับมาตั้งหลัก ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ทมิฬบรรพกาลด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้า ชายปริศนาเปล่งเสียงที่คุ้นหูอย่างประหลาดออกมาท่ามกลางความวุ่นวาย "หลินเฟย... เจ้ายังไม่พร้อมจะเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ในเงาของสัตว์อสูรตัวนี้... เพราะคนที่จ้าวอวิ๋นขังไว้ในนี้ ไม่ใช่สัตว์อสูร แต่มันคือ... ท่านพ่อของเจ้าเอง!" ร่างของพยัคฆ์ทมิฬบรรพกาลสั่นสะท้าน ดวงตาสีครามค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีทองใสสว่าง ก่อนที่มันจะค่อยๆ ย่อส่วนลงจนกลายเป็นร่างมนุษย์ที่ดูซูบผอมและเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ หลินเฟยยืนนิ่งงันราวกับถูกแช่แข็ง เมื่อชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเจ็บปวดที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดสิบปี! ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของหลินเฟยมาจนถึงตอนนี้ครับ พยัคฆ์ขาวคำรามขอน้อมรับทุกกำลังใจของทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%