วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา•ตอนที่ 28

ออกตามหาโอสถทิพย์

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
“ถ้าข้าไม่กลับมา เจ้าจงจำไว้ว่าอย่าได้เสียเวลาตามหา เพราะชีวิตของเจ้ามีค่ามากกว่าการเอามาทิ้งไว้ที่นี่เพื่อคนใกล้ตายอย่างข้า!” เต๋อจิ้งกระอักเลือดสีดำคล้ำออกมาคำโต มือที่เคยจับมีดสั้นได้อย่างมั่นคงบัดนี้สั่นเทาจนแทบประคองร่างไว้ไม่อยู่ เสียงหอบหายใจของเขาราวกับเสียงพัดลมที่ใกล้พัง หลินเฟยกัดฟันจนกรามแทบแตก สายตาของเขาจ้องมองสหายรักด้วยความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงกระดูก ก่อนจะคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายขึ้นมาแล้วตะคอกกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่เต็มไปด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่น “หยุดพูดจาเพ้อเจ้อได้แล้วเต๋อจิ้ง! เจ้าเห็นข้าเป็นคนประเภทไหน? เพื่อนที่ทิ้งสหายให้ตายลำพังเพื่อเอาตัวรอดงั้นรึ? ถ้าข้าต้องเป็นคนแบบนั้น ข้าขอตายด้วยฝีมือจ้าวอวิ๋นเสียยังดีกว่า!” หลินเฟยผลักเต๋อจิ้งลงบนเตียงไม้ที่ผุพังภายในถ้ำมืดมิด ก่อนจะหมุนตัวคว้าดาบเล่มโตขึ้นสะพายหลัง เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของจ้าวอวิ๋นยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท มันเป็นเสียงหัวเราะที่เตือนใจเขาเสมอว่า เวลาของพวกเขามันเหลือน้อยลงทุกที แต่ในเมื่อทางเลือกเดียวที่จะช่วยเต๋อจิ้งจากพิษสลายวิญญาณคือ ‘โอสถทิพย์มฤตยู’ ที่ซ่อนอยู่ในใจกลางป่ามรณะแห่งเงาจันทร์ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลุย ป่าแห่งนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับคนอ่อนแอ ต้นไม้แต่ละต้นดูคล้ายอสูรกายที่คอยกางกรงเล็บดักรอเหยื่อ กลิ่นอายความตายลอยอบอวลปะปนไปกับละอองหมอกสีเทา หลินเฟยกระโดดขึ้นไปบนกิ่งไม้ใหญ่ ฝีเท้าของเขาเบาดุจปุยเมฆ แต่หัวใจกลับหนักอึ้งดั่งขุนเขา ‘จ้าวอวิ๋น... เจ้าบอกว่าข้าเป็นเพียงเหยื่อที่มาส่งตัวให้มันจุติใหม่ งั้นรึ?’ หลินเฟยคิดในใจขณะที่นัยน์ตาเบิกโพลง ฝ่ามือที่เกาะกิ่งไม้แน่นจนปรากฏเส้นเลือดปูดโปน ‘ถ้าข้าคือหมาก เจ้าก็จงจำไว้ว่าหมากตัวนี้แหละที่จะกินขุนของเจ้าให้สิ้นซาก ไม่ว่า ‘มัน’ จะเป็นใครที่เจ้าพยายามอัญเชิญมา ข้าจะบดขยี้มันด้วยหมัดคู่นี้เอง!’ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของสัตว์ป่าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากเบื้องล่าง หลินเฟยชะงักฝีเท้า เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า มันคือ ‘เสือโคร่งเขี้ยวทมิฬ’ สัตว์อสูรระดับสูงที่เฝ้าปากทางเข้าหุบเขาโอสถ มันคำรามก้องจนใบไม้รอบข้างร่วงกราว กลิ่นไอสังหารพุ่งปะทะร่างหลินเฟยจนเส้นผมปลิวไสว “ข้าไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้า!” หลินเฟยตะโกนก้อง ไม่มีการตั้งท่ามวยที่สวยงาม มีเพียงจิตวิญญาณที่เดือดพล่าน เขาพุ่งตัวลงจากกิ่งไม้ราวกับอุกกาบาต หมัดขวาอัดแน่นด้วยลมปราณแห่งพยัคฆ์สยบฟ้าพุ่งเข้าใส่หน้าผากของมันโดยตรง การปะทะเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ร่างของเสืออสูรกระเด็นไปกระแทกโขดหินจนแหลกละเอียด แต่ทว่า... ความเงียบงันกลับเข้าปกคลุมพื้นที่นั้นอย่างประหลาด หลินเฟยสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ไม่ได้มาจากสัตว์อสูรตัวนี้ แต่มันมาจาก ‘บางอย่าง’ ที่อยู่เบื้องหลังม่านหมอก เขาค่อยๆ หันกลับไปมองช้าๆ ท่ามกลางความมืดมิดของพงไพร ร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทราวกับกลืนกินแสงสว่างยืนเด่นเป็นสง่า นิ้วเรียวยาวของมันกำลังหมุนจี้หยกที่แตกสลายไปแล้วในมือราวกับของเล่น “ข้าบอกเจ้าแล้วไงหลินเฟย ว่าไม่ต้องดิ้นรน” เสียงนุ่มทุ้มแต่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งกัดกินหัวใจดังขึ้น “เพราะสิ่งที่เจ้ากำลังตามหา... มันถูกทำลายไปตั้งแต่วินาทีที่เจ้าเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตของข้าแล้ว” หลินเฟยเบิกตากว้าง เขารีบล้วงเข้าไปในย่ามเพื่อตรวจสอบถุงสมุนไพรที่เก็บได้มาบางส่วน แต่สิ่งที่เขาพบกลับไม่ใช่รากโอสถทิพย์ที่ควรจะเป็น... แต่มันคือก้อนเนื้อสดๆ ที่ยังคงเต้นตุบๆ ราวกับหัวใจของสิ่งมีชีวิต! จ้าวอวิ๋นฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันที่เรียงรายราวกับเขี้ยวสัตว์ “ยินดีต้อนรับสู่พิธีกรรมอัญเชิญที่สมบูรณ์แบบที่สุด... เลือดของสหายเจ้าที่ข้าพรากมา และความมุ่งมั่นของเจ้าที่นำทางมาถึงที่นี่ ทุกอย่างช่างลงตัวเหลือเกิน” สิ้นคำพูดของมัน ท้องฟ้าเหนือป่ามรณะก็แยกออกเป็นรอยร้าวสีเลือด เสียงกรีดร้องของวิญญาณนับพันดังก้องขึ้นทั่วสารทิศ หลินเฟยรู้สึกได้ถึงแรงดึงมหาศาลที่กำลังฉีกกระชากวิญญาณของเขาออกจากร่าง และในขณะที่เขากำลังจะสิ้นสติ เสียงของเต๋อจิ้งที่ควรจะนอนรอความตายอยู่ที่ถ้ำ กลับดังแว่วเข้ามาในหูของเขาผ่านกระแสจิตที่แฝงด้วยความเย็นเยียบ “ขอบคุณที่พาข้ามาถึงที่นี่... สหายรัก” จงเตรียมใจรับความจริงในตอนต่อไปนะครับ ผมหวังว่าทุกท่านจะยังคงยืนหยัดเคียงข้างหลินเฟยในวิถีพยัคฆ์นี้ ขอบพระคุณที่ติดตามผลงานของพยัคฆ์ขาวคำรามครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%