“อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้แผลที่หน้าอกฉีกขาดไปมากกว่านี้”
เสียงของหลินเฟยสั่นพร่า เขาประคองร่างที่บอบช้ำของเต๋อจิ้งไว้ในอ้อมแขน สัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากผิวหนังของสหายรัก มันไม่ใช่ความร้อนจากพิษไข้ แต่มันคือพลังปราณที่กำลังเดือดพล่านราวกับลาวาใต้เปลือกโลก เต๋อจิ้งลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาสีทองใสสว่างค่อยๆ จางลง กลับคืนสู่สีน้ำตาลเข้มที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ในแววตานั้นกลับมีความคมกริบดุจใบมีดที่เพิ่งผ่านการเจียระไน
“ข้า... ยังไม่ตายหรือนี่?” เต๋อจิ้งเค้นเสียงแหบพร่า พยายามยันกายลุกขึ้น แม้หยาดเหงื่อจะไหลซึมออกมาตามไรผม
“เจ้าฟื้นแล้วจริงๆ!” หลินเฟยโพล่งออกมา น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวของพยัคฆ์หนุ่มบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความโล่งอก “เจ้าหายไปสิบปี สิบปีที่ข้าตามหา... ข้าไม่นึกเลยว่าผู้ที่ช่วยข้าไว้จากพยัคฆ์ทมิฬบรรพกาล จะเป็นเจ้า”
เต๋อจิ้งยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ฝืนทำแต่แฝงด้วยความหมายลึกซึ้ง เขายกมือขึ้นสัมผัสแผลที่อก ก่อนจะเบนสายตาไปรอบๆ ถ้ำที่มืดมิด “สิบปีที่ข้าหายไป ข้าไม่ได้ไปพักผ่อนนะหลินเฟย ข้าไปนรกมา... นรกที่ไม่มีแสงดาว และต้องต่อสู้กับจิตวิญญาณของสัตว์ร้ายเพื่อคว้าพลังนี้มา”
หลินเฟยขมวดคิ้ว เขาไม่ใช่คนโง่ เขารู้ดีว่าพลังที่เอ่อล้นออกมาจากร่างเต๋อจิ้งในยามนี้ มันเหนือกว่าขอบเขตของยอดฝีมือทั่วไปเสียอีก “พลังของพยัคฆ์ทมิฬ... เจ้าดูดซับมันมาได้งั้นหรือ?”
“มันไม่ได้ถูกดูดซับ แต่มันถูก ‘หลอมรวม’” เต๋อจิ้งกำหมัดแน่น พลังปราณสีครามจางๆ หมุนวนรอบนิ้วมือจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว “ข้าเข้าใจแล้วว่าทำไมจ้าวอวิ๋นถึงต้องการพลังนี้ มันไม่ใช่แค่พลังทำลายล้าง แต่มันคือวิถีแห่งการย้อนคืนสู่สัญชาตญาณ... หลินเฟย ศัตรูที่อยู่ข้างหน้าเราไม่ใช่แค่คนธรรมดา แต่มันคือมารร้ายที่กลืนกินวิญญาณผู้คนไปนับไม่ถ้วน”
“ข้าไม่สนใจว่ามันจะกลายเป็นปีศาจกี่ร่าง” หลินเฟยลุกขึ้นยืน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันตามนิสัยพยัคฆ์ “ถ้ามันพรากสิ่งที่ข้าหวงแหนไป ข้าก็จะพรากทุกอย่างที่มันรักไปเช่นกัน รวมถึงลมหายใจของมันด้วย”
เต๋อจิ้งยันกายลุกขึ้นยืนเคียงข้างสหายรัก ความสูงของเขาดูจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและท่วงท่าการยืนมั่นคงดุจขุนเขา “วิชาหมัดเดียวทะลวงดาราของเจ้า... หากผสานเข้ากับความเร็วของมีดสั้นที่ข้าคิดค้นขึ้นใหม่ เราสองคนจะกลายเป็นพายุที่ไม่มีใครหยุดได้”
เขายื่นมือออกไปหาหลินเฟย หลินเฟยตบมือลงบนฝ่ามือของสหายรักแน่น ความรู้สึกของการได้สหายที่แข็งแกร่งกลับคืนมาทำให้เลือดในกายเขาสูบฉีด ทั้งสองยืนเคียงไหล่กัน ท่ามกลางความมืดของถ้ำ พลังปราณของทั้งคู่ที่พุ่งทะยานออกมาทำให้หินรอบด้านร้าวราน
“เราต้องออกจากที่นี่ก่อนที่สมุนของจ้าวอวิ๋นจะตามรอยพบ” เต๋อจิ้งกล่าวพลางหยิบมีดสั้นเล่มโปรดขึ้นมาตรวจสอบ ความคมของมันกรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว “ข้ารู้ทางลับที่เชื่อมต่อกับค่ายกลของพรรคมาร หากเราทำลายจุดตายของค่ายกลนั้น พลังของจ้าวอวิ๋นจะลดลงไปเกินครึ่ง”
หลินเฟยพยักหน้า “ตามเจ้าว่า... วันนี้เราจะสู้กันให้สมกับเป็นลูกผู้ชาย ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องแบกรับภาระเพียงลำพังอีก”
ทั้งคู่ก้าวเดินออกจากถ้ำ แสงจันทร์สาดส่องลงมายังเบื้องหน้า เผยให้เห็นกองทัพมารนับร้อยที่ยืนดักรออยู่ราวกับรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะออกมา จ้าวอวิ๋นยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนโขดหินสูง เขาสวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ มือข้างหนึ่งถือกระบี่ที่สั่นไหวราวกับหิวกระหายเลือด
“หึ... ข้าก็นึกว่าเจ้าจะกลายเป็นอาหารของพยัคฆ์ทมิฬไปเสียแล้ว เต๋อจิ้ง” เสียงของจ้าวอวิ๋นดังก้องไปทั่วหุบเขา “แต่การที่เจ้าปรากฏตัวพร้อมกับมัน... ก็ถือว่าเป็นความบันเทิงชั้นดีก่อนที่ข้าจะสังหารพวกเจ้าทั้งคู่”
หลินเฟยก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีพลังปราณสีทองระเบิดออกรอบตัว “หุบปากของเจ้าลงซะ จ้าวอวิ๋น! วันนี้หนี้เลือดสิบปีที่เจ้าก่อ จะต้องได้รับการชำระคืนด้วยหมัดเดียวของข้า!”
ทันใดนั้นเอง จ้าวอวิ๋นกลับหัวเราะออกมาเบาๆ เขาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว กองทัพมารที่เคยนิ่งงันกลับถอยร่นออกไปเป็นวงกว้าง ทิ้งให้พื้นที่ตรงกลางว่างเปล่า และในความเงียบงันนั้นเอง ชายชราในชุดคลุมสีขาวคนหนึ่งก็เดินก้าวออกมาจากเงามืดด้านหลังของจ้าวอวิ๋น เขาคนนั้นคือคนที่หลินเฟยจำได้ดีที่สุด... ชายที่เขาคิดว่าตายไปแล้วในสงครามเมื่อสิบปีก่อน
ดวงตาของหลินเฟยเบิกกว้าง ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความตกตะลึง “ท่าน... ท่านพ่อ? เป็นไปไม่ได้!”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้พยัคฆ์ขาวคำรามมาโดยตลอดนะครับ
วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา•ตอนที่ 30
มิตรภาพที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!