เสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะดังแทรกผ่านความเงียบงันของค่ำคืน เมื่อกำปั้นหนักอึ้งของหลินเฟยฝังลึกลงไปในทรวงอกของยามเฝ้าประตูจนร่างนั้นทรุดฮวบลงดั่งต้นไม้ที่ถูกโค่น หลินเฟยไม่ได้หยุดดูผลงาน เขาก้าวข้ามร่างนั้นไปราวกับมันเป็นเพียงก้อนหินริมทาง ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์บาดเจ็บจ้องมองไปยังป้อมปราการหินสีดำทะมึนเบื้องหน้า ที่นี่คือฐานทัพย่อยที่เจ็ดของพรรคมารจ้าวอวิ๋น สถานที่ที่กักขังความลับและการกดขี่เอาไว้
“เจ้าบ้าเอ๊ย... คิดจะตายคนเดียวหรือไง!”
เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นจากเงาไม้ข้างหลัง หลินเฟยชะงักฝีเท้าเล็กน้อยก่อนจะเหลือบมอง ‘เต๋อจิ้ง’ ที่โผล่ออกมาพร้อมมีดสั้นคู่ใจในมือ แววตาของเต๋อจิ้งเต็มไปด้วยความโกรธปนความกังวล แต่ไม่มีแววของการถอยหนี
“กลับไปซะ เต๋อจิ้ง” หลินเฟยกล่าวเสียงเรียบ “นี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้า นี่คือหนี้เลือดของข้าที่ต้องสะสาง”
เต๋อจิ้งแค่นหัวเราะ เหวี่ยงมีดในมือเป็นวงกลมก่อนจะเก็บเข้าฝัก “ถ้าข้าปล่อยให้เจ้าบุกเข้าไปตายเพียงลำพัง แล้วใครจะคอยเก็บศพให้เจ้าตอนที่เจ้าพลาดท่าล่ะ? อย่าลืมสิ เราเป็นพี่น้องกันไม่ใช่หรือไง?”
หลินเฟยไม่ได้ตอบโต้ เขาเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย พลังลมปราณภายในร่างกายเริ่มสูบฉีดดั่งน้ำป่าที่หลากไหล หมัดขวาของเขาเรืองแสงสีทองจางๆ นี่คือ ‘หมัดเดียวทะลวงดารา’ เคล็ดวิชาที่เขาเพิ่งบรรลุขั้นต้นจากการสังเกตการเคลื่อนไหวของดวงดาวและสายน้ำ มันไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยกำลัง แต่มันคือการผนวกจิตวิญญาณเข้ากับอำนาจทำลายล้างที่ไร้ขีดจำกัด
ทั้งสองพุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางฐานทัพ ประตูเหล็กกล้าที่หนาแน่นถูกหลินเฟยกระแทกจนบานพับหลุดกระเด็น เสียงระฆังเตือนภัยดังลั่นราวกับเสียงกรีดร้องของปีศาจ ทหารนับร้อยกรูออกมาจากมุมมืด พลหอกและพลดาบต่างดาหน้ากันเข้ามา แต่สำหรับหลินเฟยในยามนี้ ศัตรูเหล่านั้นก็ไม่ต่างอะไรกับฝูงมดที่รอวันถูกบดขยี้
เขาสะบัดหมัดออกไปเพียงหนึ่งครั้ง คลื่นพลังมหาศาลปะทะเข้ากับกลุ่มทหารจนร่างเหล่านั้นกระเด็นกระดอนดั่งว่าวขาดสายป่าน เต๋อจิ้งอาศัยจังหวะชุลมุนแทรกซึมไปตามเงามืด มีดสั้นในมือวาดลวดลายดุจเงาปีศาจ ปาดคอและตัดเอ็นร้อยหวายศัตรูอย่างแม่นยำ ทุกก้าวที่พวกเขาเดินผ่านมีเพียงกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและเสียงโอดครวญที่เงียบหายไปในความมืด
“จ้าวอวิ๋น! ออกมา!” หลินเฟยคำราม เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณ ปลุกเร้าความกลัวในจิตใจของเหล่าศัตรูที่เหลืออยู่
ทว่า ท่ามกลางความวุ่นวาย ความรู้สึกเย็นเยียบถึงกระดูกสันหลังก็แล่นปราดเข้าสู่ร่างของหลินเฟย เขาหยุดกะทันหัน สัญชาตญาณสัตว์ป่าบอกให้เขารีบถอย แต่สายไปเสียแล้ว
ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทเดินออกมาจากมุมมืดด้านบนของบันไดหิน จ้าวอวิ๋นไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก เขากลับยืนกอดอกมองลงมาด้วยสายตาเย็นชาดุจมองหมากบนกระดาน
“บุกเดี่ยวเข้ามารังเสือด้วยความแค้น... ช่างเป็นวีรบุรุษที่โง่เขลาเหลือเกินนะ หลินเฟย” จ้าวอวิ๋นเอ่ย น้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก “เจ้าคิดว่าการทำลายฐานย่อยแห่งนี้จะทำให้ข้าสะเทือนงั้นหรือ? ผิดแล้ว... เจ้าเพียงแค่ก้าวเข้าสู่กับดักที่ข้าขุดไว้ให้เจ้าเอง”
หลินเฟยกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน “สิ่งที่เจ้าทำกับบิดาข้า... มันต้องชดใช้ด้วยชีวิตของเจ้า ไม่ใช่แค่ฐานทัพนี้!”
จ้าวอวิ๋นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของหลินเฟยก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที วงเวทย์อักขระสีแดงฉานปรากฏขึ้นรอบตัวเขาและเต๋อจิ้ง พลังปราณที่รุนแรงถูกสูบออกจากร่างของหลินเฟยดั่งน้ำที่รั่วไหลออกจากไห
“ดูสิ ว่าเจ้าจะแผดเผาความแค้นได้นานแค่ไหน เมื่อลมปราณของเจ้ากำลังกลายเป็นเชื้อเพลิงให้พลังแห่งความมืดของข้า” จ้าวอวิ๋นก้าวลงมาหนึ่งขั้น ทุกย่างก้าวที่เขากดลงบนพื้นส่งผลให้หลินเฟยทรุดตัวลงคุกเข่า เลือดสดๆ ไหลออกจากมุมปากของเขา
เต๋อจิ้งพยายามจะพุ่งเข้าไปช่วย แต่ก็ถูกกำแพงพลังที่มองไม่เห็นกระแทกจนกระเด็นกลับมา “หลินเฟย! อย่าให้มันสูบพลังไป! ตั้งสติ!”
หลินเฟยหอบหายใจถี่ สายตาของเขาเริ่มพร่าเลือน ความแค้นในใจแผดเผารุนแรงขึ้นจนร่างกายแทบระเบิด แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะยอมแพ้ให้กับความอ่อนล้า เขาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างบนหน้าอกของจ้าวอวิ๋น... มันคือจี้หยกชิ้นเดียวกับที่พ่อของเขาเคยครอบครองก่อนจะหายสาบสูญไป
หัวใจของหลินเฟยเต้นรัวด้วยความตกตะลึง นี่ไม่ใช่แค่ฐานทัพย่อย... แต่มันคือสุสานที่จ้าวอวิ๋นใช้กักขังวิญญาณของผู้คนที่มันเคยสังหาร!
“จี้หยกนั่น...” หลินเฟยเค้นเสียงออกมา “มันอยู่ที่เจ้าได้อย่างไร!”
จ้าวอวิ๋นหยุดกึก สายตาเปลี่ยนไปเป็นความเหยียดหยามทันทีที่เห็นของชิ้นนั้น “อยากรู้หรือ? ถ้าเช่นนั้น... ข้าจะให้เจ้าได้เห็นสิ่งสุดท้ายก่อนที่เจ้าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณในจี้นี้ไปตลอดกาล”
จ้าวอวิ๋นยกมือขึ้นเหนือศีรษะ พลังมืดมิดรวมตัวกันเป็นดาบสีดำสนิทที่แผ่ไอสังหารออกมาจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว ทว่าในวินาทีที่ดาบกำลังจะฟาดฟันลงมานั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ จากด้านหลังประตูก็หยุดการเคลื่อนไหวของทุกคนลง... บุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ กำลังก้าวเข้ามาพร้อมกับความลับที่อาจเปลี่ยนชะตากรรมของทุกชีวิต
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางแห่งความแค้นนี้ไปกับผมนะครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา•ตอนที่ 23
ความแค้นที่แผดเผา
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!