"เจ้าคิดว่าความแค้นของลูกชายที่ไม่มีปัญญาปกป้องพ่อตัวเอง จะมีความหมายเท่าไหร่ในสายตาข้ากัน หลินเฟย?"
เสียงทุ้มต่ำของจ้าวอวิ๋นดังก้องสะท้อนไปทั่วโถงหินที่เงียบสงัด มันไม่ได้มาพร้อมกับจิตสังหารที่พลุ่งพล่าน แต่กลับเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งที่ค่อยๆ เกาะกินกระดูกของผู้ฟัง หลินเฟยยืนนิ่ง ร่างกายที่โชกไปด้วยเหงื่อและรอยแผลจากการต่อสู้หอบหายใจถี่ เขาไม่ตอบโต้ด้วยวาจา แต่สายตาที่จ้องมองศัตรูคู่อาฆาตนั้นคมกริบราวกับใบมีดที่ถูกลับจนพร้อมฟาดฟัน
"ใจเย็นไว้ หลินเฟย" เต๋อจิ้งที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวเอ่ยขึ้นกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความกังวล มือของเขากำมีดสั้นคู่แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "วิชาของมันไม่ได้มาจากตำราเล่มไหนที่เราเคยเห็น อย่าหลงกลเข้าไปอยู่ในระยะสังหารของมันเด็ดขาด"
หลินเฟยไม่ได้หันไปมองสหายรัก ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่เพียงจุดเดียว คือจ้าวอวิ๋นที่ยืนไขว้หลังอย่างมั่นคงราวกับจอมราชันย์
จ้าวอวิ๋นคลี่ยิ้มบางๆ แต่มันเป็นยิ้มที่ไร้ซึ่งความเอ็นดู "ตำราหรือ? วิชาที่ข้าใช้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่าตำรา เพราะมันเกิดจากการทำลายขีดจำกัดของมนุษย์ที่พวกเจ้าพยายามโอบอุ้มเอาไว้ยังไงล่ะ"
ทันใดนั้น จ้าวอวิ๋นก็ขยับตัว เพียงเสี้ยววินาทีที่หลินเฟยกะพริบตา ร่างของประมุขพรรคมารก็หายไปจากจุดเดิม เสียงอากาศที่ถูกฉีกกระชากดังหวีดหวิวข้างหูหลินเฟยโดยไม่ทันตั้งตัว!
*ไวเกินไป!* หลินเฟยร้องบอกตัวเองในใจ ร่างกายของเขาขยับตามสัญชาตญาณ หมัดขวาที่รวบรวมปราณพลังทั้งหมดซัดออกไปด้านหลัง แต่แทนที่จะปะทะกับเนื้อหนัง หมัดของเขากลับชกทะลุผ่านอากาศว่างเปล่า
"ช้าไป"
ฝ่ามือของจ้าวอวิ๋นกระแทกเข้าที่กลางแผ่นหลังของหลินเฟยอย่างจัง แรงปะทะนั้นมหาศาลเกินกว่าวิชาป้องกันใดๆ ที่เขาเคยฝึกมา หลินเฟยกระเด็นไปไกลหลายวา กระแทกเข้ากับเสาหินจนร้าวฉาน เลือดสดๆ พุ่งออกจากปากเขาทันที
"หลินเฟย!" เต๋อจิ้งคำรามลั่น พุ่งทะยานเข้าหาจ้าวอวิ๋นด้วยมีดสั้นคู่ในท่าไม้ตายที่หมายปลิดชีพ แต่จ้าวอวิ๋นเพียงแค่ตวัดแขนเสื้อเบาๆ แรงกดดันมหาศาลก็ประหนึ่งพายุหมุนซัดเต๋อจิ้งให้กระเด็นไปกองกับพื้นในชั่วพริบตา
จ้าวอวิ๋นเดินเนิบนาบเข้ามาหาหลินเฟยที่พยายามจะยันกายลุกขึ้น "เจ้าเห็นหรือยัง? หมัดเดียวของเจ้าอาจจะทำลายกำแพงได้ แต่สำหรับข้า เจ้าก็แค่เด็กน้อยที่พยายามกวัดแกว่งดาบไม้กลางพายุ"
หลินเฟยกัดฟันจนเลือดซึมออกมาจากไรฟัน เขาฝืนความเจ็บปวดลุกขึ้นยืน สายตาของเขาไม่ได้สั่นไหวด้วยความกลัว แต่มันกลับฉายแววแห่งความเข้าใจบางอย่างขึ้นมา เขาสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่จ้าวอวิ๋นขยับ เส้นชีพจรที่ข้อมือและลำคอของอีกฝ่ายจะเปล่งแสงสีม่วงคล้ำออกมาครู่หนึ่ง
*มันไม่ใช่พลังปราณปกติ แต่มันคือการไหลเวียนโลหิตที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุด!* หลินเฟยวิเคราะห์ในใจ นี่คือวิชา 'ดาราดับแสง' ที่ตำนานเคยกล่าวไว้ มันคือการดึงพลังงานจากหัวใจโดยตรงแลกกับการกัดกินอายุขัยของตนเอง จ้าวอวิ๋นยอมแลกชีวิตเพื่อชัยชนะที่รวดเร็ว
"ดูเหมือนเจ้าจะเริ่มเข้าใจแล้วนะ" จ้าวอวิ๋นหัวเราะเบาๆ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ไร้ซึ่งแววตาของมนุษย์ "แต่ถึงจะรู้ ก็ไม่มีวันหยุดข้าได้ เพราะในวิชานี้... ข้าคือผู้กุมดารา!"
จ้าวอวิ๋นเร่งเร้าพลังจนพื้นหินรอบตัวแตกร้าว แรงกดดันมหาศาลบีบอัดจนแม้แต่อากาศยังดูจะหนืดเหนียว หลินเฟยรู้ดีว่านี่คือการตัดสินใจครั้งสุดท้าย หากเขาไม่ยอมใช้ท่าไม้ตายที่บิดาทิ้งไว้ให้พร้อมกับความเสี่ยงที่อาจจะทำลายแขนของตัวเองได้ เขาก็ไม่มีวันผ่านคืนนี้ไปได้
"เต๋อจิ้ง" หลินเฟยเอ่ยเบาๆ โดยไม่ละสายตาจากศัตรู "ถ้าข้าพลาดไป... จงอย่าหันหลังกลับมา"
"ไอ้บ้าเอ๊ย! อย่ามาสั่งลาตอนนี้!" เต๋อจิ้งตะโกนพลางพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา แต่จ้าวอวิ๋นไม่รอช้า พุ่งร่างเข้าใส่หลินเฟยราวกับอุกกาบาตสีม่วง ความเร็วของมันสูงเสียจนภาพติดตาที่เกิดขึ้นดูเหมือนภาพลวงตาที่ซ้อนทับกัน
หลินเฟยหลับตาลงชั่วครู่ ลมหายใจของเขาปรับเปลี่ยนจังหวะตามกระแสปราณในร่างที่เขาสั่งสมมาตลอดชีวิต ในวินาทีที่หมัดของจ้าวอวิ๋นห่างจากอกเขาเพียงไม่กี่นิ้ว หลินเฟยก็ลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววแค้นเคือง แต่กลับสงบนิ่งราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันถูกรบกวน
"วิชาหมัดเดียวทะลวงดารา... ไม่ใช่เพื่อฆ่า" หลินเฟยพึมพำ ก่อนจะชกหมัดขวาออกไปตรงๆ ท่ามกลางวิถีหมัดของจ้าวอวิ๋นที่กำลังจะทะลวงอกเขา
ทว่า ในขณะที่หมัดของทั้งคู่กำลังจะปะทะกัน จ้าวอวิ๋นกลับหยุดชะงัก สายตาที่เคยเหี้ยมเกรียมแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงสุดขีด เพราะเงาสะท้อนในม่านตาของหลินเฟยไม่ได้มีเพียงแค่เขาคนเดียว แต่มันยังมี 'ใครอีกคน' ที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา... คนที่เขาคิดว่าตายไปนานแล้ว
ปลายหมัดของหลินเฟยหยุดลงห่างจากหน้าอกของจ้าวอวิ๋นเพียงครึ่งนิ้ว พลังลมปราณที่ควบแน่นมหาศาลทำให้รอยแยกของอากาศรอบๆ หมุนวนราวกับพายุที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง แต่สิ่งที่ทำให้อากาศในโถงหินหยุดชะงักจริงๆ กลับไม่ใช่พลังหมัดนั้น
มันคือเสียงกระซิบที่ดังออกมาจากความมืดมิดด้านหลังของจ้าวอวิ๋น เสียงที่ทำให้ประมุขพรรคมารผู้เก่งกาจถึงกับตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
"เจ้าลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับข้าแล้วหรือ... อวิ๋นเอ๋อร์?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยความอดทนและมุ่งมั่นจนถึงวินาทีสำคัญนี้ครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา•ตอนที่ 39
วิชาที่เหนือกว่า
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!