"วางดาบของเจ้าลงเสีย แล้วข้าจะเมตตาให้เจ้าตายโดยไม่เจ็บปวด... หลินเฟย"
เสียงทุ้มต่ำดุจเสียงหินบดทับกันดังมาจากบัลลังก์ศิลาสีดำสนิทที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า จ้าวอวิ๋น ประมุขพรรคมารนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลาย มือหนึ่งประคองถ้วยชาหยก อีกมือหนึ่งลูบไล้ด้ามดาบมารที่วางพาดตักราวกับกำลังปลอบประโลมสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำคอหอยศัตรูได้ทุกเมื่อ
หลินเฟยยืนนิ่งอยู่กลางโถงกว้าง ร่างกายที่ผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชนจากด่านชั้นนอกเต็มไปด้วยรอยแผลและคราบเลือด เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวชายผู้นี้ มันไม่ใช่แค่พลังลมปราณ แต่เป็นอำนาจแห่งการฆ่าฟันที่สะสมมานานนับทศวรรษ
"เมตตาหรือ?" หลินเฟยแค่นยิ้ม มุมปากที่มีแผลแตกเหยียดยิ้มอย่างท้าทาย "คนที่ฆ่าพ่อข้าด้วยแผนสกปรกอย่างเจ้า ยังกล้าพูดคำว่าเมตตาออกมาได้เต็มปากอีกหรือ?"
เต๋อจิ้งที่ยืนอยู่เคียงข้างขยับเท้าเล็กน้อย มือขวาของเขากระชับด้ามมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อแน่น ดวงตาของสหายรักกวาดมองไปรอบโถงเพื่อหาช่องโหว่ แต่นี่คือรังของจ้าวอวิ๋น ผนังทุกด้านถูกผนึกด้วยอาคม และเหล่าองครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็พร้อมจะพุ่งออกมาเสียบทะลุร่างพวกเขาหากขยับพลาดแม้แต่นิ้วเดียว
"แผนสกปรก?" จ้าวอวิ๋นวางถ้วยชาลง เสียงกระทบของหยกกับศิลาดังดั่งเสียงประกาศิตความตาย "ในโลกของผู้แข็งแกร่ง ไม่มีคำว่าสกปรกหรือสะอาด มีเพียงผู้รอดชีวิตและผู้ที่ถูกเหยียบย่ำ พ่อของเจ้าน่ะหรือ? เขาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ขวางทางข้า... และวันนี้ เจ้าก็กำลังเดินตามรอยเท้าของเขามาติดๆ"
จ้าวอวิ๋นลุกขึ้นยืน ร่างกายที่ดูผอมเพรียวกลับแผ่ขยายไอสังหารจนอากาศรอบตัวสั่นไหว เขาไม่ได้พุ่งเข้ามาทันที แต่เดินย่างสามขุมลงมาจากบัลลังก์ ทุกย่างก้าวที่เท้ากระทบพื้นหิน โถงกว้างดูเหมือนจะแคบลงเรื่อยๆ
"หลินเฟย" เต๋อจิ้งกระซิบเสียงเบา สังเกตเห็นลมปราณที่เริ่มหมุนวนผิดปกติรอบตัวจ้าวอวิ๋น "อย่าได้ตกหลุมพรางคำพูดของมัน มันกำลังปั่นหัวเจ้าเพื่อให้เจ้าบุกเข้าไปโดยปราศจากการไตร่ตรอง"
หลินเฟยไม่ได้ตอบรับ แต่เขารับรู้ได้ดีว่าหัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลองศึก ความโกรธแค้นที่สั่งสมมาตั้งแต่เยาว์วัยกำลังเดือดพล่าน แต่น่าแปลกที่ในขณะเดียวกัน จิตใจของเขากลับเยือกเย็นลงอย่างประหลาด เขาจำคำสอนของอาจารย์ได้ว่า *'เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่เหนือกว่า สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่การเอาชนะด้วยพลัง แต่คือการทำลายจังหวะของมัน'*
"ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังนิทานของคนแพ้ที่พยายามสร้างภาพว่าเป็นผู้ชนะ" หลินเฟยรวบรวมพลังปราณไว้ที่ฝ่ามือขวา หมัดของเขาเริ่มมีกระแสไฟฟ้าสีครามแล่นผ่าน "ข้ามาเพื่อทวงคืนสิ่งที่เจ้าพรากไป... ด้วยหมัดเดียวของข้า!"
"น่าสนใจ" จ้าวอวิ๋นหยุดเดิน เขายกมือขึ้นระดับอก ฝ่ามือของเขากลายเป็นสีดำสนิทราวกับความมืดมิดที่กลืนกินแสงสว่าง "ลองดูซิว่า หมัดที่เจ้าภูมิใจนักหนา จะทะลวงดารา... หรือจะแตกสลายกลายเป็นธุลีใต้อุ้งเท้าข้ากันแน่"
การปะทะกันไม่ได้เริ่มต้นด้วยเสียงตะโกน แต่เริ่มต้นด้วยการที่จ้าวอวิ๋นหายวับไปจากสายตา!
ความเร็วระดับที่ตาเปล่ามองไม่ทัน! หลินเฟยอาศัยสัญชาตญาณสัตว์ป่า เอี้ยวตัวหลบคมฝ่ามือที่กรีดอากาศจนเกิดเสียงแหลมสูงได้ทันท่วงที แต่แรงปะทะจากอากาศที่ถูกอัดกระแทกยังคงทำให้เขาเซไปด้านข้าง ก่อนจะสวนกลับด้วยหมัดตรงเข้าที่สีข้างของจ้าวอวิ๋น
*เปรี้ยง!*
หมัดของหลินเฟยปะทะเข้ากับม่านพลังมืดของจ้าวอวิ๋น เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโถง แรงสะท้อนมหาศาลทำให้แขนของหลินเฟยชาหนึบ แต่เขากัดฟันกรอด ไม่ยอมถอยหลังแม้เพียงก้าวเดียว
"แค่นี้หรือ?" จ้าวอวิ๋นแสยะยิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม เขากางนิ้วออกแล้วคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของหลินเฟย "ข้าบอกแล้วไง... เจ้ายังอ่อนหัดนัก"
วินาทีที่นิ้วเย็นเยียบของจ้าวอวิ๋นสัมผัสถูกร่างกาย หลินเฟยรู้สึกเหมือนมีเข็มพิษนับพันเล่มพุ่งเข้าสู่เส้นชีพจร นี่คือวิชา 'มารสลายวิญญาณ' ที่เล่าขานกันว่าสามารถทำลายปราณของคู่ต่อสู้ให้กลายเป็นความว่างเปล่าภายในชั่วพริบตา
เต๋อจิ้งเห็นท่าไม่ดี เขาพุ่งตัวเข้ามาหมายจะใช้มีดสั้นตัดเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ของจ้าวอวิ๋น แต่แล้วสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น
จ้าวอวิ๋นไม่ได้ปัดป้องเต๋อจิ้ง แต่เขากลับปล่อยหมัดใส่กลางอกของหลินเฟยอย่างเต็มแรง พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคนว่า "เจ้าอยากรู้ไหมว่าใครคือหนอนบ่อนไส้ที่ส่งข่าวเรื่องการเดินทางของพ่อเจ้าให้ข้า... คนที่ยืนอยู่ข้างหลังเจ้าตอนนี้ไงล่ะ"
หลินเฟยเบิกตากว้าง เลือดสดๆ ทะลักออกจากปาก เขาหันขวับไปมองเต๋อจิ้งที่ชะงักค้างอยู่กลางอากาศ มีดสั้นในมือของสหายรักไม่ได้พุ่งเข้าหาจ้าวอวิ๋น แต่มันจ่ออยู่ที่ลำคอของเขาเอง!
เต๋อจิ้งค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยใสซื่อและภักดีบัดนี้กลับว่างเปล่าเย็นชา ราวกับตุ๊กตาที่ถูกควบคุมด้วยกลไกบางอย่าง "ขอโทษนะหลินเฟย... แต่อำนาจของจ้าวอวิ๋นนั้นหอมหวานเกินกว่าที่จะปฏิเสธได้"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยความอดทนและมุ่งมั่นจนถึงวินาทีสำคัญนี้ครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา•ตอนที่ 38
เผชิญหน้าจ้าวอวิ๋น
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!