วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา•ตอนที่ 12

ปะทะจอมยุทธ์เถื่อน

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"เจ้าเป็นใครกันแน่!" หลินเฟยตะโกนก้อง เสียงของเขาแหบพร่าพลางกระชับด้ามดาบในมือแน่น เหงื่อเย็นผุดพรายขึ้นตามไรผม ไม่ใช่เพราะอากาศบนยอดเขานี้หนาวเหน็บ แต่เพราะภาพเบื้องหน้าชายชุดคลุมสีเทาที่ยืนหันหลังให้เขานั้น มีแผ่นหลังที่กว้างขวางและสง่างามราวกับภาพจำในอดีตที่เขาฝังลึกไว้ในใจมาตลอดสิบปี ทว่า... ชายผู้นั้นหาได้ตอบคำถามไม่ กลับเหวี่ยงร่างหมุนตัวกลับมาอย่างเชื่องช้า ฝ่ามือหนาหยาบกร้านตบเข้าที่ด้ามกระบี่ข้างกาย เสียงเหล็กกระทบฝักดังกังวานก้องไปทั่วหุบเขาผาแคบ "คนตายไม่ควรเดินเพ่นพ่านให้เสียเวลาของคนเป็น... เจ้าคิดจะผ่านด่าน 'รอยแยกมัจจุราช' แห่งนี้ไป ต้องถามหมัดของข้าเสียก่อน" ชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาข้างซ้าย ดวงตาคู่นั้นขุ่นมัวแต่ทรงพลังประหนึ่งพยัคฆ์ร้ายที่จ้องตะปบเหยื่อ นี่ไม่ใช่ท่านอาของเขา แต่มันคือ 'ขุนพลเถื่อน' ผู้พิทักษ์ด่านที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในบรรดาลิ่วล้อของจ้าวอวิ๋น! "หลินเฟย! อย่าหลงกลมัน" เต๋อจิ้งขยับเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงเบาขณะสายตาสอดส่องรอบทิศ "ชายคนนี้คือ 'พยัคฆ์ทมิฬแห่งด่านเขา' มันไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มันมาเพื่อส่งเราไปลงนรก!" หลินเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสมาธิที่กระจัดกระจายให้กลับมาจดจ่ออยู่กับศัตรูเบื้องหน้า ความรู้สึกสับสนในใจถูกกดทับด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เขาประสานมือคารวะตามมารยาทจอมยุทธ์ แม้จะรู้ดีว่าคำพูดใดๆ ก็ไม่อาจหยุดยั้งคมกระบี่ได้ "ข้าไม่ต้องการชีวิตของท่าน เพียงแค่ขอทางผ่านเพื่อไปสะสางหนี้เลือด... โปรดหลีกทางให้เถิด" หลินเฟยกล่าวอย่างสุภาพ ทว่าแววตาแน่วแน่ "หนี้เลือด?" ชายผู้นั้นหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะดังก้องจนหินผาดูเหมือนจะสั่นสะเทือน "บนยุทธภพนี้ไม่มีคำว่าหนี้ มีเพียงคำว่าผู้ชนะและผู้แพ้! ในเมื่อเจ้าอยากไปถึงจุดจบนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้เอง!" สิ้นคำประกาศ ชายร่างยักษ์ก็พุ่งทะยานเข้ามา รวดเร็วปานอสนีบาต ฝ่ามือที่แฝงด้วยลมปราณอันหนักหน่วงซัดเข้าที่กลางอกของหลินเฟยโดยไม่ทันตั้งตัว หลินเฟยเบี่ยงตัวหลบอย่างฉิวเฉียด ลมพายุจากการปะทะเฉียดผ่านไหล่จนชุดผ้าไหมขาดวิ่น *เร็วมาก!* หลินเฟยอุทานในใจ เขารีบถอยหลังตั้งหลัก กระบวนท่า 'หมัดทะลวงดารา' ถูกงัดออกมาใช้ทันที เขาชกสวนออกไปดั่งพยัคฆ์คำราม หมัดของเขาไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่ความรุนแรง แต่เน้นที่จุดอับของวิชาฝ่ามือคู่ต่อสู้ *เคร้ง!* เสียงหมัดปะทะกับฝ่ามือที่หุ้มด้วยลมปราณสีครามจนเกิดประกายไฟ หลินเฟยรู้สึกถึงแรงสะท้อนที่วิ่งผ่านแขนจนข้อมือสั่นสะท้าน แรงกระแทกนี้มหาศาลกว่าศัตรูคนใดที่เขาเคยเผชิญมา "มวยดีนี่! แต่ยังอ่อนหัดนัก!" ขุนพลเถื่อนคำราม ก่อนจะคว้ามีดสั้นที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อตวัดผ่านอากาศ หมายจะเฉือนลำคอของหลินเฟย "หลินเฟย ระวังด้านซ้าย!" เต๋อจิ้งตะโกนพลางซัดมีดสั้นสองเล่มออกไปเพื่อสกัดการโจมตี แต่ขุนพลเถื่อนกลับไม่สะทกสะท้าน มันเบี่ยงตัวหลบมีดของเต๋อจิ้งอย่างง่ายดายราวกับเต้นรำ ก่อนจะใช้เข่ากระแทกเข้าที่ท้องของหลินเฟยจนร่างกระเด็นไปกระแทกกับผนังถ้ำ หลินเฟยไอออกมาเป็นเลือด สายตาพร่ามัว แต่จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้กลับเดือดพล่าน เขากัดฟันกรอด รวบรวมลมปราณที่เหลืออยู่ทั้งหมดไว้ที่หมัดขวา ท่ามกลางวิกฤตที่ไร้ทางออก สติของเขาเริ่มใสกระจ่าง เขามองเห็นวงโคจรลมปราณของชายผู้นี้ที่ไหลเวียนติดขัดอยู่ที่หัวไหล่ขวา *นั่นคือจุดอ่อน!* "เต๋อจิ้ง... ล่อมันให้อยู่ในระยะ!" หลินเฟยสั่งสั้นๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงกับพื้น ราวกับจะยอมจำนน เต๋อจิ้งแม้จะลังเล แต่ก็เชื่อใจสหายรัก เขาพุ่งเข้าใส่ขุนพลเถื่อนด้วยมีดสั้นในมือทั้งสองข้าง บีบให้ชายร่างยักษ์ต้องถอยไปตั้งรับตามสัญชาตญาณ ขุนพลเถื่อนเหวี่ยงหมัดขวาหมายจะบดขยี้เต๋อจิ้งให้จมดิน ในจังหวะที่หัวไหล่ขวาของมันเปิดออกเพียงชั่วพริบตา... หลินเฟยดีดตัวขึ้นจากพื้นดั่งพยัคฆ์ทะยาน! เขาไม่ได้ใช้ดาบ แต่เขารวบรวมแรงทั้งหมดไว้ที่ปลายนิ้วชี้และกลาง พุ่งเข้าใส่จุดชีพจรที่หัวไหล่ของศัตรูด้วยท่า 'ดรรชนีสยบดารา' *ปึก!* เสียงกระดูกแตกเบาๆ ดังขึ้นตามด้วยเสียงลมปราณที่ระเบิดออก ขุนพลเถื่อนเบิกตากว้าง ความแข็งแกร่งที่เคยมีมลายหายไปในชั่วพริบตา แขนขวาของมันตกลงข้างตัวไร้เรี่ยวแรง "จบกันเสียที" หลินเฟยหอบหายใจหนักหน่วง ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าชายร่างยักษ์ที่คุกเข่าลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด ทว่าในจังหวะที่หลินเฟยกำลังจะก้าวผ่านพ้นด่านไปนั้น ขุนพลเถื่อนกลับแค่นยิ้มออกมา เลือดสีคล้ำไหลออกจากมุมปาก มันหยิบม้วนกระดาษเก่าๆ ชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วโยนมาให้หลินเฟย "เจ้าคิดว่าข้ามาดักรอเจ้าเพื่อฆ่าฟันเพียงอย่างเดียวหรือ? คำสั่งของจ้าวอวิ๋นมีเพียงหนึ่ง... คือการกำจัดเจ้า แต่คำสั่งของ 'คนที่เจ้าตามหา' คือให้ส่งสิ่งนี้ให้เจ้าหากเจ้าพิสูจน์ได้ว่าคู่ควร" หลินเฟยรับม้วนกระดาษมาด้วยมือที่สั่นเทา พลันที่เปิดออก แววตาของเขาก็เปลี่ยนไปจากความโกรธแค้นกลายเป็นความตื่นตะลึงสุดขีด สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ตำราวิชา แต่เป็นตราประทับสีเลือดที่เขาจำได้ดีว่าเป็นของบิดา และข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือที่เขารู้จักดีที่สุดในโลก... 'หลินเฟย... แท้จริงแล้วคนที่ฆ่าบิดาเจ้า ไม่ใช่จ้าวอวิ๋น แต่เป็นคนที่เจ้าไว้ใจที่สุดในตอนนี้!' ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีพยัคฆ์ของข้า หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับความลับนี้และรอติดตามตอนต่อไปนะครับ! พยัคฆ์ขาวคำราม ครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%