วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา•ตอนที่ 5

ปรากฏตัวครั้งแรก

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"ความหวัง? ของแบบนั้น เจ้าเอาไปใช้ซื้อโลงศพให้พ่อเจ้าเถอะ หลินเฟย" เสียงหัวاเยาะเย้ยหยันของมันยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท บดขยี้เศษเสี้ยวสุดท้ายแห่งความอดทนในจิตใจของเด็กหนุ่มจนแหลละเอียด กลิ่นคาวเลือดและหยาดเหงื่อผสมปนเปกันบนใบหน้าคมคายที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ ราวกับจะระเบิดออก ทว่า ในวินาทีที่ความมืดมิดเข้าครอบงำจิตวิญญาณ ภาพของบิดาผู้ล่วงลับที่เคยสั่งสอนว่า *'ลูกผู้ชายต่อให้กระดูกแหลกสลาย ศีรษะหลุดจากบ่า ก็ต้องยืนหยัดด้วยศักดิ์ศรี'* กลับสว่างวาบขึ้นมาในความมืด หลินเฟยหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่ปริปากพูดอะไรแม้แต่คำเดียว เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความเจ็บแค้น แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง ณ ลานกว้างหน้าหมู่บ้านไผ่เขียว บรรยากาศรอบด้านกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดคลุมสีดำสนิท ปักสัญลักษณ์รูปหัวกะโหลกไขว้ด้วยด้ายสีโลหิต—เครื่องหมายของ 'พรรคมารโลหิต' กำลังยืนล้อมรอบชาวบ้านนับร้อยที่คุกเข่าก้มหน้าด้วยความหวาดกลัว ตรงกลางลานคือเกวียนไม้บรรจุถุงเงินภาษีขูดรีด เสียงสะอื้นไห้ของเด็กและสตรีดังระงมเคล้ากับเสียงหัวเราะอย่างไร้มนุษยธรรมของเหล่าโจรชั่ว "เร็วเข้าหน่อยไอ้พวกสวะ! อย่าให้คุณชายจ้าวต้องรอนาน ส่งเงินทั้งหมดมา ไม่อย่างนั้นหัวของพวกแกวันนี้ได้ประดับอยู่บนรั้วหมู่บ้านแน่!" หัวหน้าโจรกลุ่มนั้น นามว่า 'หม่าเฉียง' ผู้มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดลากยาวจากหน้าผากถึงมุมปาก มันตวัดแส้หนังในมือฟาดลงบนพื้นเสียงดังสนั่นเพื่อข่มขวัญ เบื้องหน้ามันคือเฒ่าแก่ชู ผู้ใหญ่บ้านชราที่กำลังกราบกรานร้องขอความเมตตา ทั้งที่หน้าผากโขกกระแทกพื้นจนเลือดอาบ เฒ่าแก่ชูกระอักเลือดออกมาคำโต มือที่เหี่ยวย่นสั่นเทาเอื้อมไปจับชายผ้าของหม่าเฉียง "ใต้เท้า... โปรดเมตตาพวกเราด้วย ปีนี้ภัยแล้งคุกคาม ผลผลิตแทบไม่มีเหลือ หากท่านเอาเงินก้อนนี้ไป พวกเรา...พวกเราคงอดตายกันหมดจริงๆ" หม่าเฉียงแค่นเสียงฮึดฮัดด้วยความรังเกียจ มันเงื้อเท้าขึ้นเตรียมจะเตะเข้าที่ใบหน้าของคนแก่ชราเพื่อระบายความหงุดหงิด *ฟรึ่บ!* ไม่มีใครทันมองเห็นว่าเงาร่างนั้นพุ่งมาจากที่ใด รู้ตัวอีกที แผ่นหลังของเด็กหนุ่มในชุดผ้าหยาบมอซอก็มายืนขวางอยู่ระหว่างเฒ่าแก่ชูกับหม่าเฉียงเสียแล้ว มือข้างหนึ่งของหลินเฟยคว้าจับข้อเท้าที่กำลังจะเตะลงมาได้อย่างแม่นยำราวนีบเหล็ก แรงปะทะทำให้ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ หม่าเฉียงชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียม "ไอ้เด็กสารเลว! กล้าดียังไงมาขวางทางสุนัขรับใช้ของพรรคมาร อยากลองดีกับยมทูตหรือไง!" หลินเฟยไม่ตอบคำถาม สายตาคมกริบมองต่ำไปยังข้อเท้าที่อยู่ในกำมือ แรงบีบที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หม่าเฉียงรู้สึกราวกับกระดูกข้อเท้ากำลังจะแตกละเอียด รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าโจรชั่วหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวดจนต้องส่งเสียงร้องคำรามลั่น "ปล่อย... ปล่อยข้าไอ้เด็กเวร!" หม่าเฉียงแผดเสียง ตวัดหมัดขวาที่ห่อหุ้มด้วยปราณโลหิตสีแดงฉานชกตรงเข้าที่ใบหน้าของหลินเฟยหมายปลิดชีพในหมัดเดียว ลมหมัดรุนแรงจนเส้นผมของหลินเฟยปลิวไสว แต่ดวงตาของเขากลับนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้นเอง ความทรงจำเกี่ยวกับวิชา 'หมัดพยัคฆ์ทะลวงดารา' ที่บิดาเคยถ่ายทอดให้แต่เขายังไม่เคยเข้าใจอย่างถ่องแท้ ก็ไหลทะลักเข้ามาในหัวสมองราวกับกระแสน้ำเชี่ยว หลินเฟยไม่หลบ ไม่ถอย เขาพลิกข้อมือที่จับหม่าเฉียงไว้เป็นฝ่ายเหวี่ยงร่างของหัวหน้าโจรลอยละลิ่วไปกลางอากาศ ก่อนจะก้าวเท้าออกไปครึ่งก้าว ย่อเข่าลงต่ำ และระเบิดพลังปราณทั้งหมดในร่างรวมไว้ที่กำปั้นขวา *โฮกกกกก—!* เสียงคำรามต่ำในลำคอของหลินเฟยดังก้องกังวาน คล้ายเสียงพยัคฆ์หนุ่มผู้หิวกระหายกำลังปลดปล่อยสัญชาตญาณนักล่า กำปั้นของเขาพุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างรวดเร็วและดุดัน รัศมีพลังสีขาวนวลทอประกายเจิดจ้าห่อหุ้มหมัดนั้นไว้จนเกิดเสียงลมระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว *เปรี้ยงงงงง!* หมัดเดียวทะลวงผ่านการป้องกันอันเปราะบางของหม่าเฉียง พลังปราณพุ่งทะลวงเข้ากลางอกของมันอย่างจัง แรงกระแทกมหาศาลทำให้ร่างของหัวหน้าโจรพรรคมารพุ่งกระเด็นทะลุเกวียนไม้จนแหลกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ก่อนจะไปอัดกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ด้านหลังจนหักโค่นลงมา หม่าเฉียงกระอักเลือดดำทะลักออกมาคำโต ดวงตาเบิกโพ้างcค้างอย่างไร้สติ ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะแน่นิ่งสนิทไปในกองเลือด ความเงียบสงัดราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมลานกว้างทันที ชาวบ้านอ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน พวกเขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่า เด็กหนุ่มที่เมื่อวานยังถูกรังแกจนปางตาย วันนี้กลับสามารถสังหารยอดฝีมือขั้นหลอมรวมปราณของพรรคมารได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว! เหล่าลูกสมุนพรรคมารที่เหลือต่างหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว พวกมันสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำเมื่อเห็นศพของหัวหน้ากลุ่ม หลินเฟยค่อยๆ ลดกำปั้นลง หายใจหอบถี่เล็กน้อย ไอความร้อนพวยพุ่งออกจากร่างของเขา เขากวาดสายตาดุดันมองไปยังเหล่าโจรที่เหลือด้วยจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาอย่างไม่ปิดบัง จนพวกมันไม่กล้าแม้แต่จะสบตา "ใครหน้าไหน... ที่กล้าแตะต้องคนของหมู่บ้านนี้ ก้าวออกมาก้าวเดียว..." น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้น ร่างกายของหลินเฟยเต็มไปด้วยจิตวิญญาณนักสู้ที่ไม่มีวันยอมจำนนต่อสิ่งใด ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังพลิกผันและชัยชนะอยู่แค่เอื้อมนั้นเอง *แปะ... แปะ... แปะ...* เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากความมืดมิดของเงาไม้ใหญ่ริมลานกว้าง เป็นจังหวะที่เยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัวจนทำให้หัวใจของทุกคนกระตุกวูบ "ยอดเยี่ยม... ช่างเป็นหมัดที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งพยัคฆ์จริงๆ หลินเฟย" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเงินยวงก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าคมคายนั้นแย้มรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา ดวงตาคู่นั้นมองมาที่หลินเฟยราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังจ้องมองเหยื่อในกรงเล็บ หลินเฟยเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อไปในทันที ความโกรธแค้นพวยพุ่งขึ้นมาถึงขีดสุดเมื่อเขาจำหน้าคนผู้นี้ได้แม่นยำ "จ้าวอวิ๋น...!" - พยัคฆ์ขาวคำราม -
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%