“อย่าเพิ่งตาย... เต๋อจิ้ง!”
เสียงของหลินเฟยสั่นพร่า มือที่เปื้อนเลือดสั่นเทาขณะประคองร่างที่เย็นเฉียบของสหายรักขึ้นมา กลิ่นคาวเลือดคลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ แต่มันยังไม่ร้ายแรงเท่ากับความหนาวเหน็บที่พุ่งพล่านจากตราประทับบนจดหมายในมือของเต๋อจิ้ง
ตรามังกรคาบศรสีชาด... ตราประจำตระกูลหลินที่ควรจะหายสาบสูญไปพร้อมกับกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน
เต๋อจิ้งกระอักเลือดออกมาเป็นลิ่ม มันคว้าคอเสื้อของหลินเฟยไว้แน่น แรงบีบนั้นมหาศาลเกินกว่าคนใกล้ตายจะทำได้ “อย่า... อย่าเปิดอ่านที่นี่... หลินเฟย... เจ้ายังไม่พร้อม... วิชาที่พ่อเจ้าทิ้งไว้... มันไม่ได้อยู่ในตำรา... แต่มันอยู่ใน ‘ลมหายใจ’ ที่ถูกลืม...”
ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะขาดห้วง เต๋อจิ้งใช้แรงเฮือกสุดท้ายชี้ไปยังยอดเขาเมฆาคล้อย ทิศเหนือของหุบเขาที่ซึ่งไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไป ดวงตาของมันปิดสนิทลง แต่ความหมายที่สื่อออกมาราวกับจะบอกว่า ‘ไปที่นั่นเสีย ถ้าเจ้าอยากจะรู้ว่าตระกูลหลินถูกสังหารเพราะอะไร’
หลินเฟยยืนขึ้นช้าๆ แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากความโศกเศร้าเป็นความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว เขาไม่ร้องไห้ เพราะน้ำตาคือความอ่อนแอที่เขาสูญเสียไปตั้งแต่วันที่ครอบครัวพินาศสิ้น เขาเก็บจดหมายฉบับนั้นไว้แนบอกก่อนจะพุ่งตัวออกไปราวกับสายฟ้า ทิ้งร่างของสหายรักไว้ท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขา
การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาเมฆาคล้อยไม่ใช่เรื่องง่าย กระแสลมบนที่นี่หมุนวนราวกับใบมีดนับพันเล่มที่พร้อมจะกรีดผิวหนังให้หลุดลุ่ย หลินเฟยใช้เพียงสองมือเปล่าเกาะเกี่ยวไปตามชะง่อนหิน ทุกย่างก้าวคือการทดสอบจิตวิญญาณ เขาไม่ใช้วิชาตัวเบา เพราะเขารู้ดีว่าหากพึ่งพาเคล็ดวิชาเดิมๆ ที่จ้าวอวิ๋นเคยเห็น เขาจะไม่มีวันรอดไปถึงยอดเขาได้
เมื่อถึงจุดสูงสุด สิ่งที่ต้อนรับเขาไม่ใช่ยอดฝีมือที่โอ้อวดบารมี แต่เป็นชายชราในชุดขาดวิ่นที่นั่งจิบน้ำชาอยู่บนก้อนหินเพียงลำพัง ท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ รอบตัวของชายชราไม่มีแม้แต่เกล็ดหิมะที่กล้าตกกระทบ
“เจ้ามาสายไปสามลมหายใจนะ ไอ้หนู” ชายชรากล่าวโดยไม่หันมามอง น้ำเสียงนั้นเรียบเฉยแต่ดังก้องกังวานเหนือเสียงพายุ
หลินเฟยคุกเข่าลง แววตาเด็ดเดี่ยว “ข้ามาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ตระกูลหลิน”
ชายชราหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะนั้นแฝงด้วยพลังปราณมหาศาลจนก้อนหินรอบข้างแตกละเอียด “ความยุติธรรม? ในยุทธภพนี้มีแต่ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้นที่กำหนดกฎเกณฑ์ เจ้าแบกรับความแค้นไว้จนหนักอึ้งเกินไป หมัดของเจ้าจะหนักได้อย่างไรในเมื่อใจเจ้ายังสั่นคลอน”
“แล้วข้าควรทำอย่างไร!” หลินเฟยคำราม
“จงทิ้งความแค้น...” ชายชราลุกขึ้นยืน ร่างกายที่ดูผอมโซกลับแผ่ซ่านด้วยจิตสังหารที่รุนแรงจนหลินเฟยต้องถอยหลังไปสามก้าว “ไม่ใช่ทิ้งเพื่อลืม แต่ทิ้งเพื่อ ‘รวม’ มันเข้ากับกระดูกและเลือดเนื้อของเจ้า วันนี้ข้าจะสอนเจ้า... ว่าทำไมวิชาหมัดพยัคฆ์ของตระกูลเจ้า ถึงถูกเรียกว่า ‘หมัดเดียวทะลวงดารา’”
ชายชราพุ่งเข้าหาหลินเฟยด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ ไม่มีการตั้งท่า ไม่มีการกักเก็บพลัง ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา นิ้วชี้ของชายชราแตะลงที่กลางหน้าผากของหลินเฟยเบาๆ ราวกับขนนก แต่ทว่า... พลังมหาศาลกลับทะลักเข้าสู่เส้นชีพจรของเขาราวกับเขื่อนแตก
“หลับตาเสีย... แล้วสัมผัสถึงความโดดเดี่ยวบนยอดเขานี้ให้ได้...”
ภาพในหัวของหลินเฟยเปลี่ยนไป เขาเห็นบิดาของเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง แต่คราวนี้บิดาไม่ได้กำลังหนี แต่กำลัง ‘สร้าง’ อะไรบางอย่างด้วยหมัดเดียว... สิ่งที่ทำลายล้างกฎแห่งสวรรค์ และท้าทายอำนาจของจ้าวอวิ๋นอย่างถึงที่สุด
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีใครรู้ ในที่สุดหลินเฟยก็ลืมตาขึ้น แต่ดวงตาของเขากลับมีประกายสีทองจางๆ แผ่ออกมา ความรู้สึกว่างเปล่าในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยพลังที่นิ่งสงบราวกับมหาสมุทร แต่ใต้ความนิ่งนั้นคือพายุที่พร้อมจะทำลายทุกอย่าง
“จำไว้หลินเฟย...” ชายชราพูดเบาๆ ขณะเดินหายเข้าไปในเงามืดของพายุ “วิชาของเจ้าไม่ได้ใช้เพื่อ ‘ฆ่า’ แต่มันมีไว้เพื่อ ‘จบ’ ทุกอย่างที่เริ่มต้นผิดพลาด”
ชายชราจากไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน หลินเฟยกำหมัดแน่น พลังปราณที่เคยพุ่งพล่านกลับสงบนิ่งราวกับไม่มีอยู่จริง เขาหันกลับมามองจดหมายที่ซ่อนอยู่ข้างกาย หากคำพูดของชายชราเป็นจริง... ข้อมูลในจดหมายนี้คือคำตอบของความโสมมที่จ้าวอวิ๋นปกปิดไว้มานาน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่เขารู้จักดีที่สุด
“ข้าตามหาจดหมายฉบับนี้มานานนับสิบปี ในที่สุดเจ้าก็เอามาส่งถึงมือข้าจนได้... หลินเฟย”
หลินเฟยค่อยๆ หันกลับไป ร่างของจ้าวอวิ๋นยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาบนยอดเขา ในมือของประมุขพรรคมารผู้นี้ ไม่ใช่มีดหรือกระบี่ แต่คือหัวของเต๋อจิ้งที่ถูกตัดขาดอย่างทารุณ!
ความโกรธแค้นที่เคยถูกสั่งให้ ‘รวม’ เข้ากับเลือดเนื้อปะทุขึ้นจนถึงขีดสุด หมัดของหลินเฟยเริ่มเรืองแสงสีชาดสอดคล้องกับตราประทับบนจดหมาย นี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่มันคือการเผชิญหน้ากับความจริงที่เขาอาจจะต้องแลกด้วยชีวิต
พยัคฆ์ขาวคำรามขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับตำนานบทนี้ครับ
วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา•ตอนที่ 16
ความโดดเดี่ยวบนยอดเขา
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!