"ฉันไม่สนใจว่าคุณจะเคยเป็นเจ้าของโปรเจกต์นี้ร่วมกับใครในอดีตค่ะ คุณภาคิน... เพราะบนโต๊ะเขียนแบบตัวนี้ มีแค่ 'รัญชนา' คนเดียวที่เป็นผู้ออกแบบโครงสร้างทั้งหมด"
เสียงทุ้มหวานที่เจือไปด้วยความเย่อหยิ่งบาดลึกดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ที่เพิ่งผ่านพ้นมรสุมทางอารมณ์ รัญจนายืนหยัดอย่างสง่างามในชุดสูทเข้ารูปสีเอิร์ธโทน ขับเน้นรูปร่างระหงที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ ปลายเรียวเล็บเคลือบสีนู้ดเรียบหรูจรดลงบนแปลนงานโครงสร้างเหล็กกล้าอย่างแม่นยำ ราวกับเธอกำลังกุมชะตากรรมของตึกระฟ้ามูลค่าหลายหมื่นล้านบาทไว้ในอุ้งมือ
ภาคินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ดวงตาคมกริบทอประกายความซับซ้อน เขากลืนก้อนความเจ็บปวดที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก รอยนิ้วมือเปื้อนหมึกพิมพ์เขียวจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในความรู้สึก ทว่าสิ่งที่สั่นคลอนหัวใจของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งในอดีต กลับไม่ใช่ความเสียหายของกระดาษแผ่นนั้น หากแต่เป็นแววตาของอดีตภรรยา—แววตาที่ว่างเปล่า เย็นชา และทรงพลังเสียจนเขาแทบไม่เหลือเค้าโครงของสามีผู้เคยเหยียบย่ำเธอให้จมดินเลยแม้แต่น้อย
"รัญ... คุณเปลี่ยนไปมาก" ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ขณะก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิด กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวที่คุ้นเคยโชยปะทะนาสิก ปลุกเร้าความโหยหาที่เขาพยายามกดทับไว้ตลอดห้าปีเต็ม "โครงสร้างรับน้ำหนักตรงนี้ มันเสี่ยงเกินไปสำหรับสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นคลาสสิกที่คุณเลือกใช้ ผมในฐานะวิศวกรและเจ้าของโครงการ มีสิทธิ์ที่จะตั้งคำถาม"
รัญชนาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแคลນแคลนและชวนให้หัวใจคนฟังกระตุกวูบ เธอมองเขาผ่านแพขนตางอนงามราวกับเขากำลังเล่นละครฉากใหญ่อยู่เบื้องหน้า
"สิทธิ์เหรอคะ? คุณเพิ่งจะใช้คำว่า 'สิทธิ์' กับฉันหลังจากที่ผ่านไปห้าปีอย่างนั้นหรือคะ คุณภาคิน" รัญชนาหมุนตัวกลับมาประจหน้าเขา ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงไออุ่นและลมหายใจที่ติดขัดของชายหนุ่ม "จำได้ไหมคะว่าตอนที่เราหย่ากัน คุณบอกว่าฉันมันก็แค่นักออกแบบไร้รสนิยมที่เกาะคุณกิน... แต่วันนี้ ฉันยืนอยู่ตรงนี้ ในฐานะ 'ชีฟสถาปนิก' ที่บริษัทของคุณต้องกราบกรานเชิญมาแก้ปัญหาโครงสร้างที่พังทลายลงเพราะความโลภของคนของคุณเอง"
คำพูดทุกคำเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงบนเนื้อสดๆ ภาคินรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหน้า เขาไม่ได้โกรธ... ตรงกันข้าม หัวใจกลับเต้นรัวเร่งด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความสำนึกผิด ความเร่าร้อน และความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างรุนแรงยามที่ได้เห็นความเย่อหยิ่งอันน่าหลงใหลนี้
"ถ้าคุณคิดว่าผมทำเพราะความโลภ... ทำไมคุณถึงยังรับงานนี้?" ภาคินโน้มใบหน้าลงมาหาเธอ เสียงกระซิบแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่น เขากวาดสายตามองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่เคยเป็นของเขาคนเดียว "หรือจริงๆ แล้ว... คุณก็ยังอยากกลับมาหาผมเหมือนเดิม"
"หลงตัวเองเกินไปแล้วค่ะ" รัญชนาเชิดคางขึ้นท้าทาย ไม่ยอมถอยร่นแม้แต่เซนติเมตรเดียว "ฉันกลับมาเพื่อธุรกิจ... และเพื่อพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า นรกที่คุณเคยสร้างไว้ให้ฉันในอديต มันกลายเป็นบันไดให้ฉันก้าวขึ้นมาอยู่จุดที่สูงเกินกว่าที่คุณจะเอื้อมถึงต่างหากล่ะคะ"
ความดื้อรั้นและท่าทีที่ไม่มีวันยอมจำนนนั้น ยิ่งทำให้ภาคินแทบคลั่ง สัญชาตญาณความเป็นนักล่าในตัวเขาพุ่งพล่านจนเกินจะควบคุม มือหนาเอื้อมออกไปคว้าเอวบางคอดกิ่วเข้าหาตัวโดยไม่ทันให้เธอตั้งตัว แรงดึงอันฉับพลันทำให้ร่างระหงแนบชิดติดกับแผงอกกว้างจนรัญชนาต้องสูดลมหายใจเข้าปอดด้วยความตกใจ
"ปล่อยนะ... คุณภาคิน!" รัญชนาตวัดสายตาคมกริบใส่ พร้อมกับใช้มือเรียวผลักไสแผงอกเขาไว้ แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะต้านทานแรงของชายหนุ่มที่กำลังถูกความหึงหวงและเสน่หาครอบงำ
"ไม่ปล่อย... ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ไม่มีวินาทีไหนที่ผมไม่คิดถึงกลิ่นอายแบบนี้" ภาคินกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนรัญชนาขนลุกซู่ ความใกล้ชิดที่ไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนานนับพันวันกำลังละลายกำแพงน้ำแข็งที่เธออุตส่าห์สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสะโพกผ่านเนื้อผ้าสูทเนื้อดี ทำให้ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
"คนฉวยโอกาส..." เธอเค้นเสียงด่าลอดไรฟัน ขณะที่มือข้างหนึ่งพยายามทุบตีไหล่เขา แต่ทว่าแรงต้านทานนั้นกลับเบาหวกราiกับสายลมยามที่ริมฝีปากหยักลึกของเขาโน้มลงมาประทับปิดเรียวปากอิ่มของเธออย่างไร้การยินยอม
จูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความเร่าร้อน และความเจ็บปวดในอดีตผสมปนเปกันจนแทบขาดใจ ภาคินบดขยี้ริมฝีปากเธออย่างเอาแต่ใจ เรียรียวลิ้นร้อนล้ำลึกกวาดต้อนความหวานล้ำที่เขาเคยโหยหา ทรมาน และฝันถึงมาตลอดหลายปี รัญชนาพยายามจะเบือนหน้าหนี แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งที่ตรึงท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้เธอต้องรับรสสัมผัสอันวาบหวามนี้อย่างจำยอม ร่างกายของเธอทรยศต่อความตั้งใจ ความอุ่นซ่านจากสัมผัสที่คุ้นเคยเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์ ปลุกเร้าไฟสวาทที่เคยถูกแช่แข็งไว้ให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่มีทางต้านทาน
ห้องประชุมที่ควรจะเป็นสถานที่ทำงาน กลายสภาพเป็นสนามอารมณ์อันเร่าร้อน ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งสองคนประสานกันท่ามกลางแสงสลัวของยามบ่ายที่ส่องผ่านกระจกใส เปลวไฟแห่งความแค้นกำลังแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ ทว่าในจังหวะที่รัญชานากำลังจะพ่ายแพ้ให้กับรสสัมผัสอันคุ้นเคยนั้นเอง—
เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดๆ กัน พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่แง้มออก
"คุณภาคินคะ... แย่แล้วค่ะ เอกสารงบประมาณสำหรับโปรเจกต์ใหม่ถูกตีกลับจากบอร์ดบริหาร—"
เสียงแหลมสูงของ 'ศจี' ที่ผลักประตูเข้ามาหยุดชะงักลงทันที ภาพเบื้องหน้าทำเอาไฮโซสาวผู้ทะเยอทะยานถึงกับหน้าถอดสี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความริษยาและตกตะลึง เมื่อเห็นประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นกำลังกอดจูบอดีตภรรยาที่เธอเกลียดเข้าไส้อย่างแนบแน่น
รัญชนาได้สติก่อน เธอดันร่างของภาคินออกอย่างแรง พร้อมกับยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองลวกๆ แววตาสมเพชระคนเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยวทันที
"ดูเหมือนว่าคุณจะมี 'แขกคนสำคัญ' มาขัดจังหวะความสุขนะคะ คุณภาคิน" รัญชนาจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีสงبเยือกเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "งั้นงานออกแบบส่วนที่เหลือ ค่อยคุยกันใหม่พรุ่งนี้... ในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจค่ะ"
เธอเดินเฉียดผ่านศจีที่ยืนแข็งค้างอยู่หน้าประตูไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งให้ภาคินยืนหอบหายใจด้วยความหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะ ชายหนุ่มหันกลับมามองศจีด้วยแววตาดุดันราวกับพยากรณ์อากาศที่กำลังจะเกิดพายุใหญ่
"ใครใช้ให้เธอเข้ามาโดยไม่เคาะประตู!" ภาคินคำรามเสียงต่ำด้วยความโมโห
ศจีหน้าเสีย รีบก้าวเข้าไปหาเขาพร้อมกับยื่นแท็บเล็ตในมือให้ดูด้วยมือที่สั่นเทา "คินคะ... อย่าเพิ่งสนใจนังนัญเลยค่ะ ดูนี่ก่อน... นี่คือรายงานการตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างล่าสุดที่เราเพิ่งได้รับจากผู้รับเหมา... และนี่คือ... รายชื่อผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิของเราเมื่อสัปดาห์ก่อนค่ะ"
ภาคินขมวดคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาก้มลงมองหน้าจอแท็บเล็ตที่ศจีถือค้างไว้ ทว่าเพียงแค่กวาดสายตาผ่านบรรทัดแรก หัวใจของประธานหนุ่มก็กระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น
ในช่องรายชื่อผู้ปกครองของเด็กทุน ที่ระบุชื่อมารดาอย่างชัดเจน... คือชื่อของ **'รัญชนา'** และชื่อของเด็กชายวัยสี่ขวบที่มีดวงตากลมโตและเค้าโครงใบหน้าถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
—โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ—
(ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนและปมแค้นที่เข้มข้นนี้ค่ะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความระทึกใจยิ่งกว่าเดิมนะคะ - ชฎาพรายไวน์แดง)
กรงสวาททัณฑ์สถาปนิก•ตอนที่ 5
เงาแค้นที่ซ่อนเร้น
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงสวาททัณฑ์สถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!