“แผนทำลายล้างงั้นเหรอ? ศจี... คุณดูละครน้ำเน่ามากไปหรือเปล่า”
รัญชนากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เธอไม่ได้หันไปมองหญิงสาวที่ก้าวออกมาจากเงามืด แต่สายตาของเธอยังคงจดจ้องอยู่บนพิมพ์เขียวโครงการ ‘The Grand Sovereign’ ที่วางกางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวยาวกลางไซต์งาน ความมั่นใจในแววตาของเธอสั่นคลอนความเย่อหยิ่งของภาคินจนถึงขีดสุด
“รัญ! ตอบผมมาเดี๋ยวนี้ ว่านั่นมันหมายความว่ายังไง” ภาคินก้าวเข้าหาหญิงสาวอย่างคุกคาม กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นไอความเครียดจากตัวเขาทำให้อากาศรอบกายรัญชนาหนักอึ้ง แต่เธอกลับเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ
“หมายความว่าอย่างไรน่ะหรือคะคุณภาคิน?” เธอหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวของชายหนุ่ม “หมายความว่า สิ่งที่คุณกำลังสร้างด้วยเงินมหาศาลนี้... มันอาจจะเป็นหลุมศพของบริษัทคุณในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็ได้ หากคุณยังบริหารงานด้วยอารมณ์แบบนี้”
“เธอตั้งใจจะทุจริตแบบแปลน?” ภาคินกระชากคอเสื้อสูทของเธอขึ้นมาจนรัญชนาเสียหลักเซเข้าหาอกแกร่ง กลิ่นกายชายชาตรีที่คุ้นเคยปลุกเร้าความเจ็บปวดในอดีตให้พุ่งพล่าน แต่รัญชนาก็เพียงแค่เงยหน้าขึ้น สบตากับเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าจนน่าสะพรึงกลัว
“ถ้าฉันจะทำ คุณคงไม่มีโอกาสได้มายืนด่าฉันอยู่ตรงนี้หรอกค่ะ” มือบางยกขึ้นปัดมือเขาออกอย่างไม่แยแส ก่อนจะหยิบปากกาเคมีขึ้นมา แล้วขีดฆ่าจุดสำคัญในแบบแปลนทิ้งอย่างเลือดเย็น “ที่นี่... โครงสร้างรับน้ำหนักไม่ได้ตามมาตรฐานที่คุณเซ็นอนุมัติ ถ้าคุณยังดื้อรั้นจะสร้างต่อ รอยร้าวในสัญญาพันล้านนี้จะกลายเป็นรอยร้าวในชีวิตคุณเอง”
ภาคินชะงัก สายตาที่เคยดุดันเริ่มไหวระริก เขาไม่เคยเห็นรัญชนาในเวอร์ชันนี้ หญิงสาวผู้เปราะบางที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขา บัดนี้ได้กลายเป็นนางพญาผู้ถือไพ่เหนือกว่าในทุกด้าน
“คินคะ อย่าไปฟังมันเลยค่ะ มันแค่อยากปั่นหัวคุณ” ศจีปรี่เข้ามาเกาะแขนภาคิน พยายามใช้เรือนร่างเย้ายวนเบียดเสียดกับอกแกร่งหวังกระตุ้นอารมณ์ชายหนุ่ม แต่ภาคินกลับสะบัดแขนออกอย่างรุนแรง
“เงียบ!” ภาคินตวาดลั่น ไซต์งานที่เคยพลุกพล่านเงียบสนิทลงในพริบตา เขาก้าวเข้าไปหาอดีตภรรยาอีกครั้ง คราวนี้เขากดตัวเธอลงกับโต๊ะทำงานที่มีพิมพ์เขียววางอยู่ บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดของงานสถาปัตยกรรม กลายเป็นความร้อนแรงที่ไร้การควบคุม
“รัญ... เธอเปลี่ยนไปมากนะ” เสียงของเขาทุ้มต่ำ แหบพร่า สายตาของเขาไล่มองริมฝีปากบางที่เคยเป็นของเขาเพียงคนเดียว “เธอสวยขึ้น... แต่ก็น่ารังเกียจขึ้นด้วย ที่เธอทิ้งผมไปห้าปี เพื่อไปเรียนรู้วิธีทำลายผมให้ย่อยยับแบบนี้งั้นเหรอ?”
“ฉันแค่เรียนรู้วิธีที่จะอยู่ให้ได้ โดยไม่มีตัวถ่วงชีวิตอย่างคุณยังไงล่ะคะ” รัญชนาตอบกลับพลางเชิดคางขึ้น ท้าทายแรงอารมณ์ที่สุมอยู่ในอกเขา มือของภาคินเลื่อนไปสัมผัสที่เอวบาง บีบเค้นจนคนถูกกระทำต้องนิ่วหน้าด้วยความหวามไหวที่พยายามข่มไว้
“ตัวถ่วงงั้นเหรอ? หึ... งั้นผมจะทบทวนความทรงจำให้ไหม ว่าร่างกายคุณมันตอบสนองกับ ‘ตัวถ่วง’ คนนี้ยังไง” ภาคินไม่รอช้า เขาโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างจาบจ้วง รัญชนาตัวสั่นสะท้าน เธอพยายามขัดขืนแต่กลับถูกเขารวบข้อมือไว้เหนือหัว
ความสัมผัสที่ดุดันและร้อนแรงทำให้รัญชนาเผลอครางออกมาอย่างลืมตัว ความแค้นที่สั่งสมมานานกำลังถูกหลอมละลายด้วยสัมผัสที่เขามอบให้ ภาคินจูบเธออย่างหิวกระหาย เหมือนคนกระหายน้ำที่พบโอเอซิสกลางทะเลทราย มือของเขาซุกซนไล่ไปตามส่วนเว้าโค้งที่เขาจำได้ดีขึ้นใจ
“ภาคิน... อย่า...” เธอกระซิบเสียงสั่น แต่สัมผัสของเขากลับทำให้เธอไร้เรี่ยวแรง
“ห้าปีแล้วนะรัญ... ที่เธอไม่อยู่ให้ผมได้ทรมาน” เขาถอนจูบออกเพียงนิดเพื่อกระซิบข้างหู น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความต้องการ “รู้ไหมว่าผมตามหาเธอจนแทบบ้า... แต่พอเจอแล้ว เธอกลับมายืนยิ้มเย้ยหยันผมอยู่ตรงนี้”
ในจังหวะที่อารมณ์ของทั้งคู่กำลังปะทุถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเด็กน้อยคนหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาจากทางเข้าไซต์งาน
“แม่คะ! มะลิหิวข้าวแล้วค่ะ ทำไมวันนี้แม่คุยงานนานจัง”
ร่างของภาคินแข็งทื่อไปทันที เขาสะบัดหน้ากลับไปมองเด็กหญิงวัยสี่ขวบที่ยืนกุมมือพี่เลี้ยงอยู่ไม่ไกล ใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต และรอยยิ้มนั้น... มันถอดแบบมาจากตัวเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
หัวใจของภาคินแทบหยุดเต้น ในขณะที่รัญชนาผลักอกเขาออกเต็มแรง มือที่สั่นเทาของเธอรีบจัดชุดให้เข้าที่ ก่อนจะหันไปสบตาเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นความเฉยชาดั่งเดิม
“คุณคงเข้าใจแล้วนะคะคุณภาคิน ว่าทำไมฉันถึงไม่มีวันกลับไปเป็นของเล่นให้ใครอีก... เพราะ ‘ของสำคัญ’ ที่ฉันต้องปกป้อง ไม่ใช่สัญญาพันล้าน แต่มันคือเด็กคนนี้ที่ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณเลย”
เธอก้าวเดินผ่านเขาไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้ภาคินยืนตัวชาอยู่ท่ามกลางพิมพ์เขียวที่เปรอะเปื้อนด้วยรอยนิ้วมือของเขาเอง ความจริงที่ว่าเขามี ‘พยานแห่งความรัก’ ซ่อนอยู่มาตลอดห้าปีโดยไม่เคยรู้ตัว ทำให้โลกทั้งใบของเขาสั่นสะเทือนยิ่งกว่ารอยร้าวในตึกใดๆ บนโลกนี้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามเส้นทางความแค้นและความรักของรัญชนาและภาคินนะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
กรงสวาททัณฑ์สถาปนิก•ตอนที่ 4
รอยร้าวในสัญญาพันล้าน
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงสวาททัณฑ์สถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!