กลิ่นปูนดิบและฝุ่นผงจากการก่อสร้างที่คลุ้งอยู่ในอากาศดูจะทำให้ออกซิเจนในไซต์งานดูเบาบางลงอย่างถนัดตา ภาคินยืนนิ่งอยู่หน้าโครงสร้างเหล็กกล้าที่กำลังถูกประกอบร่าง เขาไม่ได้สนใจแบบแปลนในมือแม้แต่น้อย สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวหิวโซจดจ้องเพียงแผ่นหลังบอบบางที่สง่างามของ ‘รัญชนา’ สถาปนิกสาวที่เพิ่งก้าวเข้ามาคุมงาน
“ตรงจุดเชื่อมต่อนี้ องศาการรับน้ำหนักยังไม่ได้มาตรฐานค่ะคุณภาคิน”
เสียงหวานทว่าเฉียบขาดของรัญชนาเรียกสติของเขา ร่างระหงหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า มือเรียวบางที่สวมถุงมือหนังสำหรับไซต์งานขยับชี้ที่จุดรอยต่อเหล็ก ดวงตาสวยคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความอาลัยอาวรณ์เหลืออยู่เลย มีเพียงความเย็นชาที่กรีดลึกลงไปในใจของชายหนุ่ม
“คุณกำลังมองงาน หรือกำลังมองหาอะไรที่มันพังทลายไปนานแล้วกันแน่คะ?” รัญชนาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดเปรียบเสมือนใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
ภาคินก้าวเท้าเข้าไปใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่แสนคุ้นเคยจู่โจมประสาทสัมผัสของเขา ความทรงจำในคืนที่ห้องนอนเตียงกว้างเต็มไปด้วยกลิ่นหอมนี้และเสียงครวญครางของเธอถาโถมเข้ามาจนเขาสั่นสะท้าน เขากระชากแขนหญิงสาวเข้าหาตัวจนแผ่นหลังของเธอปะทะกับเสาเหล็กเย็นเยียบ ใจกลางพื้นที่ห่างไกลจากสายตาคนงาน
“รัญ… ทำไมเธอต้องทำเหมือนคนไม่รู้จักกัน” เสียงของภาคินแหบพร่า “ห้าปีที่เธอหายไป เธอเอาชีวิตฉันไปทั้งชีวิต!”
รัญชนาไม่ดิ้นรน เธอเพียงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอแข็งกร้าวแต่ทอประกายหยามหยัน “ห้าปีที่แล้วคุณเป็นคนขยี้ชีวิตฉันเองไม่ใช่เหรอคะภาคิน? ตอนนี้คุณก็แค่ชายหนุ่มที่เคยทำพลาด... และฉันก็แค่สถาปนิกที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง อย่าสำคัญตัวผิดว่าฉันยังเป็นคนเดิมที่รอให้คุณมาเหยียบย่ำ”
“ผมเปลี่ยนไปแล้ว!” เขาตะคอกเบาๆ ลมหายใจร้อนผ่าวรดใบหน้าเธอ “ผมไม่ได้ต้องการแบบแปลน ผมต้องการเธอ… และไอ้เด็กนั่น! ลูกของฉันใช่ไหมรัญชนา!”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องจักรจากชั้นล่างที่ดังก้องเป็นจังหวะเหมือนหัวใจของภาคินที่เต้นรัว รัญชนาแค่นยิ้ม มือที่สวมถุงมือเลื่อนขึ้นมาสัมผัสอกแกร่งของเขาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะออกแรงผลักเบาๆ แต่หนักแน่น
“ถ้าใช่แล้วจะทำไมคะ? คุณจะฟ้องร้องขอสิทธิ์ หรือจะเอาเงินฟาดหัวเพื่อแย่งเขาไปเหมือนที่คุณเคยทำกับความรักของฉัน?” รัญชนาโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเขา ลมหายใจอุ่นๆ นั้นทำให้ภาคินแทบคลั่ง “เสียใจด้วยนะภาคิน… พ่อที่ไม่มีอยู่จริงในความทรงจำของลูกฉัน ไม่ควรค่าแก่การเป็นเจ้าของชีวิตเขาหรอก”
ภาคินทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาคว้าเอวบางนั้นเข้ามากระชากบดจูบอย่างไร้ความปราณี มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความแค้น ความโหยหา และความเจ็บปวดที่หมักหมมมานานปี รสสัมผัสของริมฝีปากที่เขาเคยหลงใหลยังคงหวานล้ำและยั่วยวนเหมือนเดิม แม้รัญชนาจะพยายามขัดขืน แต่แรงสั่นไหวที่พุ่งพล่านจากสัมผัสของเขาก็ทำให้ร่างบางอ่อนระทวยลงชั่วขณะ
มือหนาของภาคินเลื่อนไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของหญิงสาวอย่างร้อนรน ผิวเนียนละเอียดที่ปรากฏแก่สายตาทำให้เขารู้สึกเหมือนขาดใจตาย ความหิวกระหายทางอารมณ์ถูกปลุกเร้าจนกู่ไม่กลับ เขาดันตัวเธอแนบชิดกับโครงเหล็กจนแผ่นหลังของเธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบตัดกับความร้อนแรงจากร่างกายของเขา
“รัญ… เธอเป็นของฉัน” เขากระซิบเสียงสั่น เคลื่อนใบหน้าซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น สัมผัสถึงชีพจรที่เต้นแรงของเธอ “อย่าท้าทายความอดทนของฉันอีก”
รัญชนารวบรวมสติที่เหลืออยู่ ผลักเขาออกสุดแรงก่อนจะตบหน้าเขาฉาดใหญ่จนใบหน้าหล่อเหลาหันไปตามแรงมือ เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังประสานกันในความเงียบสงบของพื้นที่ก่อสร้างที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้ามา
“หยุดทำตัวเป็นสัตว์ป่าที่ขาดสติได้แล้วค่ะคุณภาคิน” รัญชนาจัดเสื้อผ้าของตนเองให้เข้าที่ด้วยท่าทางสง่างาม แม้ริมฝีปากจะบวมเจ่อและสายตาจะวูบไหว “งานที่นี่คือธุรกิจ ไม่ใช่สนามกามารมณ์ที่คุณจะมาระบายตัณหาได้ตามใจชอบ”
ภาคินยืนนิ่ง มือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเจ็บแสบบนใบหน้าไม่ได้ทำให้เขาเจ็บเท่าความเย็นชาในสายตาของเธอ เขาเฝ้ามองดูเธอเดินจากไปอย่างมั่นคง ทิ้งให้เขายืนจมกองความรู้สึกผิดที่แผดเผา
แต่แล้ว สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้น…
มันคือซองเอกสารสีน้ำตาลที่รัญชนาทำหล่นไว้ในจังหวะที่ยื้อยุดกัน ภาคินก้มลงเก็บขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา เขาค่อยๆ เปิดดูสิ่งที่อยู่ข้างใน… ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อพบว่านั่นไม่ใช่แค่แบบแปลนก่อสร้าง แต่เป็น ‘ใบรับรองผลการตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือด’ ระหว่าง ‘ภาคิน อัครเดชานันท์’ และเด็กชาย ‘รัญชน์’ ที่ระบุผลชัดเจนว่า ‘มีความสัมพันธ์เป็นบิดาและบุตรทางสายเลือด 99.99%’
ทว่า ในหน้าที่สองของเอกสารนั้น กลับมีรูปถ่ายใบล่าสุดที่เขารอคอยจะเห็นมาตลอดห้าปี แต่สิ่งที่ปรากฏในรูปกลับทำให้เขาสมองว่างเปล่า… มันไม่ใช่ภาพผลตรวจธรรมดา แต่เป็นคำสั่งศาลที่ระบุว่า ‘สิทธิ์ในการปกครองบุตรเป็นเอกสิทธิ์ขาดของมารดา โดยที่ฝ่ายบิดาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวก่ายชีวิตของเด็กชายรัญชน์ได้ตลอดกาล’
ขณะที่ภาคินกำลังจะสติหลุด ศจีก็เดินเข้ามาจากมุมมืดของไซต์งานพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน “ดูเหมือนว่าคุณจะเพิ่งรู้ตัวสินะคิน ว่าลูกเมียที่ตามหามาห้าปี เขาไม่ได้แค่อยากหนี… แต่เขาเตรียมแผนทำลายล้างคุณไว้หมดแล้ว”
ฝากติดตามตอนต่อไปนะคะว่าภาคินจะรับมืออย่างไรกับการถูกเมียรักที่เปลี่ยนไปท้าทายอำนาจถึงขั้นนี้ แล้วศจีเข้ามาเกี่ยวอะไรด้วย ชฎาพรายไวน์แดงรออ่านคอมเมนต์ของทุกคนอยู่นะคะ!
กรงสวาททัณฑ์สถาปนิก•ตอนที่ 3
กลิ่นอายอดีตที่แผดเผา
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงสวาททัณฑ์สถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!