กรงสวาททัณฑ์สถาปนิก•ตอนที่ 6

ค่ำคืนแห่งการเผชิญหน้า

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเคลียไปกับเสียงแก้วแชมเปญกระทบกันเบาๆ ในห้องจัดเลี้ยงรูฟท็อปสุดหรูใจกลางมหานคร ทว่าบรรยากาศรอบตัวรัญชกลับร้อนระอุราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความทรงจำ ร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมสีนิลเปิดไหล่ขับเน้นผิวเนียนละเอียดให้โดดเด่นสะกดทุกสายตา เธอยืนถือแก้วไวน์แดงทรงสูงด้วยท่าทีสง่างามราวกับพญาหงส์ผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่อพญาอินทรีย์ตัวใดในน่านฟ้า ดวงตาคู่คมกริบของภาคินที่จ้องมองมาจากมุมหนึ่งของห้อง แทบจะแผดเผาร่างของเธอให้มอดไหม้ ประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและผลักไสเธอลง1ในหลุมพรางแห่งความชอกช้ำ บัดนี้กลับยืนนิ่งสนิทราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนตรา ความจริงอันน่าตกตะลึงจากช่องรายชื่อผู้ปกครองในเอกสารทุนการศึกษาเมื่อบ่ายยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ชื่อของ 'รัญชนา' และเด็กชายวัยสี่ขวบที่มีดวงตากลมโตถอดแบบมาจากเขาพิมพ์ไว้อย่างเด่นชัด มันคือสายฟ้าที่ฟาดผ่ากลางใจชายผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อสิ่งใด จนกระทั่งวินาทีนี้ "ดูเหมือนคุณภาคินจะละสายตาจากคุณรัญไม่ได้เลยนะคะ... น่าอิจฉาจริ๊ง" เสียงแหลมสูงของศจี ไฮโซสาวผู้ทะเยอทะยานที่พยายามเบียดกายเข้ามาใกล้ แทรกขึ้นทำลายความเงียบ พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคลือบยาพิษ รัญชหันไปมองอดีตชู้รักของสามีด้วยหางตา รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น "บางทีเขาก็จ้องมองเพราะกำลังหาทางชดใช้บาปกรรมที่เคยทำไว้มั้งคะ คุณศจี... หรือบางที เขาอาจจะแค่ตกใจที่เห็นคนตายฟื้นคืนชีพในคราบของสถาปนิกที่บริษัทเขาขาดไม่ได้" คำพูดเชือดเฉือนนั้นทำเอาศจีหน้าเจื่อนลงทันที ก่อนที่เสียงประกาศก้องจากพิธีกรจะดึงความสนใจของคนทั้งงานให้หันไปมองฟลอร์เต้นรำ "และในค่ำคืนนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของโครงการอันยิ่งใหญ่ ขอเรียนเชิญท่านประธานภาคิน และสถาปนิกสาวมือหนึ่งผู้เนรมิตโปรเจกต์นี้ คุณรัญชนา เปิดฟลอร์เต้นรำร่วมกันเป็นเกียรติด้วยครับ!" เสียงปรบมือดังเกรียวกราวรอบทิศทาง บีบให้รัญชไม่อาจหลีกเลี่ยง ร่างบางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นคงให้กับหัวใจที่เต้นรำไม่เป็นจังหวะ เธอวางแก้วไวน์ลงบนถาดของบริกร ก่อนจะก้าวเดินด้วยฝาดAที่มั่นคงราวกับเดินบนรันเวย์แห่งการแก้แค้น ภาคินก้าวออกมาต้อนรับ แสงไฟสสล็อตส่องกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความสับสนและเร่าร้อน ดวงตาคู่นั้นมองลึกลงมาในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามค้นหาคำตอบของความลับระดับชาติที่สั่นคลอนความรู้สึกของเขาจนแทบเสียสติ เมื่อมือหนาเอื้อมมาแตะที่เอวบางของเธอเพื่อเตรียมเข้าจังหวะวอลทซ์ รัญชสะعดเล็กน้อย สัมผัสคุ้นเคยที่เธอเคยโหยหาและเกลียดชังในเวลาเดียวกันแล่นริ้วไปทั่วร่าง กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ พลุ่งพล่านขึ้นมาทันทีที่ปลายนิ้วของเขาแนบชิด "รัญ..." เสียงทุ้มต่ำเอמהแผ่วเบาข้างใบหู ขณะที่ร่างของทั้งคู่เริ่มเคลื่อนไหวหมุนวนไปตามจังหวะดนตรี "เรื่องเอกสารตอนบ่าย... เด็กคนนั้น..." "อย่าเสียมารยาทกลางงานเลี้ยงเลยค่ะคุณภาคิน" รัญชตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม ดวงตาสีเข้มมองตรงไปข้างหน้าโดยไม่ยอมสบตาเขา "เรากำลังทำหน้าที่ในฐานะหุ้นส่วนทางธุรกิจ ไม่ใช่สามีภรรยาเก่าที่ต้องมาเคลียร์ปัญหาครอบครัว" "แต่เขามีหน้าตาเหมือนผม... รัญ คุณซ่อนลูกของเราไว้จากผมได้อย่างไร!" น้ำเสียงของภาคินเริ่มสั่นพร่า ความเย่อหยิ่งทลายลงสิ้นเชิงเมื่อความโหยหาและความสำนึกผิดเข้ากัดกินวิญญาณ มือที่โอบเอวเธอเริ่มออกแรงรั้งเข้าหาตัวแนบแน่นขึ้นจนแทบไม่มีช่องว่าง รัญชหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสะใจในคราวเดียวกัน เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มเยาะเย้ยฉาบอยู่บนเรียวปากสีไวน์แดง "ลูกของคุณเหรอคะ? น่าขันสิ้นดี... วันที่คุณผลักไสฉันออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณบอกว่าเด็กในท้องฉันเป็นแค่ภาระ คุณเคยคิดถึงคำว่า 'พ่อ' บ้างไหมคะภาคิน? ตอนนี้สายเกินไปแล้วที่คุณจะมีสิทธิ์มาทวงถามอะไรจากเด็กคนนั้น!" แรงหมุนเหวี่ยงของจังหวะเต้นรำพาให้ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันยิ่งขึ้น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จากตัวภาคินปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกาย ร่างสูงกึ่งบังคับกึ่งประคองเธอให้ถอยร่นเข้าไปในมุมอับของระเบียงด้านนอกที่ลับตาคน เสียงเพลงจากด้านในกลายเป็นเพียงเสียงแผ่วเบา ภาคินดันร่างบางจนแผ่นหลังชิดกับเสาหินทึบของระเบียง ดวงตาคมกราบกรานเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและอ้อนวอน มือหนาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะอย่างรวดเร็ว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนรัญชต้องสะท้านเฮือก "ปล่อยฉันนะคะภาคิน!" เธอพยายามขัดขืน แต่แรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานหลายปีของชายหนุ่มกลับมีมากกว่า "ไม่... ผมจะไม่ปล่อยคุณไปไหนอีกแล้ว รัญ" ภาคินกระซิบเสียงพร่ามัว ริมฝีปากร้อนผ่าวโน้มลงประทับจูบหนักหน่วงที่ซอกคอขาวเนียนอย่างโหยหา รสสัมผัสทั้งดุดันและเว้าวอนผสมผสานกันจนรัญชแทบยืนไม่อยู่ เรียวปากของเขาไล้ขึ้นมาประกบจูบเรียวปากอิ่มที่พยายามเม้มแน่นปฏิเสธ แต่ความวาบหวามและเคมีอันร้อนแรงที่คุ้นเคยกลับทรยศความตั้งใจ แรงต้านทานในตอนแรกเริ่มอ่อนยวบลงเมื่อลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพัน ตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน รัญชหอบหายใจสะท้าน มือที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระเผลอ2ขยุ้มกลุ่มผมหนาของเขาแน่นด้วยความลืมตัว รสจูบที่ทั้งดุดันและเจือด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิด ทำให้ค่ำคืนนี้ร้อนรุ่มจนแทบแผดเผาทั้งสองให้หลอมละลายเป็นร่างเดียวกัน ทว่า ในวินาทีที่อารมณ์ปรารถนากำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดของมุมระเบียงอีกด้าน "คุณคินคะ! อยู่นี่เองเหรอ... เอ๊ะ! ทำอะไรกันน่ะ!" เสียงแหลมสูงของศจีที่โผล่พรวดเข้ามาทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงอย่างไม่ทันตั้งตัว รัญชผลักอกภาคินออกสุดแรง หน้าอกกระเพื่อมไหวด้วยความเหนื่อยหอบและโกรธเกรี้ยว ขณะที่ภาคินหันไปมองหน้าชู้อดีตด้วยแววตาวาวโรจน์เต็มไปด้วยความหงุดหงิด ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดออกมา ประตูหนีไฟข้างระเบียงก็เปิดผางออก พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบในชุดสูทเด็กน่ารักวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาหาingรัญชด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมกับเอ่ยเรียกเสียงใสที่ทำให้หัวใจของภาคินหยุดเต้นไปชั่วขณะ "คุณแม่ครับ! น้องรันง่วงนอนแล้ว... เอ๊ะ คุณลุงคนนั้นหน้าตาคุ้นๆ จังเลยครับ ทำไมหน้าเหมือนคุณแม่ส่องกระจกตอนผมวาดรูปเลยล่ะครับ?" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ไปกับ ชฎาพรายไวน์แดง นะคะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงสวาททัณฑ์สถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%