โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นดั่งกลีบเหมันต์ต้องอัคคี ย้อมผืนป่าไผ่เหมันต์ให้กลายเป็นสีโลหิตในชั่วพริบตาเดียว
มู่หรงเซวียนทรุดกายลงคุกเข่าข้างหนึ่ง ปลายกระบวนท่า "เหมันต์ไร้เงา" ที่เพิ่งปลดปล่อยออกไปเมื่อครู่ยังคงหลงเหลือละอองความเย็นยะเยือกจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมอยู่บนเรียวคิ้วและปลายเส้นผมสีหมึก แต่วินาทีนี้ ลมหายใจของเซียนกระบี่ผู้สูงส่งกลับติดขัด ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยพิษร้ายที่แผ่ซ่านลุกลามจากแผลฉกรรจ์บริเวณแผ่นหลัง
“อาจารย์!”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความตื่นตระหนกและกลิ่นอายมารอันเข้มข้นดังแหวกม่านหมอกหนาทึบเข้ามา เยี่ยอู๋เฉินพุ่งทะยานเข้ามาประคองร่างที่กำลังจะล้มลงของนางไว้ได้ทัน ปลายนิ้วเรียวยาวสั่นเทาขณะแตะลงบนชีพจรที่เต้นอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ของผู้เป็นอาจารย์ ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัว—ความรู้สึกที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัสอีกนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วิถีมาร
“อย่าขยับ…” เสียงของมู่หรงเซวียนแหบพร่า นางกระอักเลือดคำโตออกมา หยดลงบนอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์จนเกิดเป็นรอยด่างดวงน่าเวทนา
ความเจ็บปวดจากการถูกลอบทำด้วย "เข็มมังกรโลหิต" ของสำนักมารร้อยอสูรไม่ได้อยู่ที่บาดแผลภายนอก หากแต่พิษร้ายกำลังกัดกินเส้นชีพจรปราณและตบะนับร้อยปีของนางให้สลายกลายเป็นจุล
ดวงตาคู่งามที่เคยราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงน้ำแข็งบัดนี้ฉายแววเจ็บปวดร้าวราน นางเงยหน้าขึ้นมองศิษย์ทรยศที่กำลังโอบกอดตนเองไว้แน่น อ้อมแขนของเยี่ยอู๋เฉินสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ ปราณมารในกายเขาปั่นป่วนจนแทบจะแตกซ่านเมื่อเห็นหยาดโลหิตของนางเปรอะเปื้อนอาภรณ์
“ใคร… ใครเป็นคนทำ…” เยี่ยอู๋เฉินคำรามต่ำในลำคอราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บ ไอสังหารพวยพุ่งออกจากร่างจนต้นไผ่รอบด้านหักโค่นเป็นวงกว้าง ความแค้นต่อสำนักเซียนและโลกภายนอกที่เขาสั่งสมมานานนับปี บัดนี้ถูกจุดประกายขึ้นด้วยเพลิงโทสะที่แผดเผาทุกสิ่ง
“ไม่ใช่ฝีมือของคนนอก…” มู่หรงเซวียนหลับตาลงช้าๆ ยอมรับความจริงอันโหดร้ายที่สะท้อนผ่านเงา, “เป็น… ผู้อาวุโสแห่งหอชำระจิต… พวกเขาต้องการกำจัดข้าผู้ปกป้องเจ้า…”
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของเยี่ยอู๋เฉิน หัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บแปลบ ชายหนุ่มตระหนักได้ในทันทีว่า การที่มู่หรงเซวียนต้องตกอยู่ในสภาพนี้ ก็เพราะนางเลือกที่จะยืนหยัดปกป้องเขา… ศิษย์ทรยศที่คนทั้งยุทธภพต้องการล่าสังหาร นางผู้เป็นดั่งเทพเซียนผู้บริสุทธิ์ยอมแปดเปื้อนและทรยศต่อสำนักตนเอง ก็เพื่อรักษาชีวิตของเขาไว้
“ท่านโง่เขลาถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน… มู่หรงเซวียน” เยี่ยอู๋เฉินกระซิบชิดริมฝีปากของนาง น้ำเสียงสั่นเครือปะปนด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยตาคม “ข้าเป็นเพียงมารร้ายที่สมควรตาย แล้วเหตุใด… เหตุใดท่านจึงต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องคนเช่นข้า!”
มู่หรงเซวียนลืมตาขึ้นมองเขา แววตาคู่คมมีความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างไหวระริก นางยกมือขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะลงบนแก้มสากของศิษย์หนุ่มแผ่วเบา ราวกับต้องการจดจำใบหน้านี้ไว้เป็นครั้งสุดท้าย
“เพราะเจ้า… คือวิถีกระบี่เดียวที่เหลืออยู่… ในใจของข้า”
คำสารภาพอันแผ่วเบาราวกับสายลมหนาวพัดผ่าน แต่กลับทรงพลังยิ่งกว่ากระบี่เล่มใดในใต้หล้า เยี่ยอู๋เฉินสะ่านสะท้านไปทั้งร่าง ความรู้สึกอัดอั้นตันใจระเบิดออก น้ำตาลูกผู้ชายร่วงหล่นกระทบลงบนหลังมือของอาจารย์
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันแห่งความอาลัยเข้าปกคลุม ท้องฟ้ายามราตรีเหนือป่าไผ่เหมันต์กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานอย่างไร้สาเหตุ ไอสังหารอันเยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งแผ่พุ่งกดทับลงมาจากเบื้องบน ราวกับภูเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่า
เงาร่างนับสิบปรากฏขึ้นบนยอดไผ่ แต่ละคนสวมหน้ากากเงินและถือกระบี่อาบยาพิษประกายแสงสีเขียวมรกต—พวกมันคือหน่วยสังหารเงาโลหิตที่ตามรอยมาไม่ลดละ
“มู่หรงเซวียน เจ้าสิ้นท่าแล้ว ส่งตัวมารร้ายนั่นมา แล้วพวกเราจะไว้ชีวิตเจ้า ให้กลับไปรับโทษทัณฑ์ที่หอสำสำนึกตนแต่โดยดี!” เสียงกังวานเย้ยหยันดังขึ้นจากผู้นำเงาสังหาร
เยี่ยอู๋เฉินค่อยๆ วางร่างของมู่หรงเซวียนพิงกับโคนต้นไผ่ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาสีนิลแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต ผมยาวสยายปลิวไสวตามแรงลมปราณมารที่ระเบิดออกอย่างไร้ขีดจำกัด ปราณกระบี่น้ำแข็งในมือของเขาผสานเข้ากับอัคคีมารจนเกิดเป็นดาบเพลิงเหมันต์สีครามเข้มที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด
“หากพวกมันต้องการชีวิตของเจ้า… พวกมันต้องก้าวข้ามศพของข้าไปก่อน!”
เยี่ยอู๋เฉินพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ปราณมารสะท้านฟ้าแผดเผาความมืดมิดให้สว่างวาบ การต่อสู้ครั้งนี้เดิมพันด้วยลมหายใจและวิญญาณ แต่มู่หรงเซวียนที่นั่งมองอยู่เบื้องล่างกลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างในกระแสปราณที่ไหลเวียนผ่านหัวใจของศิษย์รัก… ปราณมารสายนั้นกำลังกัดกินวิญญาณของเขาเองเพื่อแลกกับพละกำลังมหาศาล!
ถ้านี่คือบททดสอบสุดท้ายที่สวรรค์มอบให้ นางจะปล่อยให้เขาต้องดับสลายไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร
มู่หรงเซวียนกัดฟันกรอด ฝืนรวบรวมลมปราณเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ พยายามจะเรียกกระบี่วิญญาณน้ำแข็งกลับมาในมือ แต่ทว่า… พิษร้ายในกายกลับทะลวงเข้าสู่จุดตันtianอย่างรวดเร็ว เสียงกระซิบประหลาดดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลัง นางหันขวับไปมองด้วยความตกใจ—
เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียง ปลายกระบี่คมกริบจ่อตรงเข้าที่หว่างคิ้วของนางพอดี
หวังว่ารี้ดที่รักจะร่วมเดินทางไปกับชะตากรรมอันพลิกผันและบททดสอบแห่งหัวใจของพวกเขาทั้งสองในตอนถัดไปนะคะ... หลิวเยี่ยนซีค่ะ
กระบี่หิมะโปรยเหมันต์กับศิษย์ทรยศผู้ถูกสาป•ตอนที่ 19
กระบี่หิมะร่วงหล่น
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรยเหมันต์กับศิษย์ทรยศผู้ถูกสาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!