กระบี่หิมะโปรยเหมันต์กับศิษย์ทรยศผู้ถูกสาป•ตอนที่ 26

กลับสู่ความวุ่นวาย

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“เหตุใดท่านต้องกลับไป? ที่นั่นเหลือเพียงซากปรักหักพังและความแค้นที่พร้อมจะกลืนกินท่านทั้งเป็น!” เสียงของเยี่ยอู๋เฉินแหบพร่า ดวงตาสีเพลิงคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำเงินดุจน้ำแข็งของมู่หรงเซวียน ราวกับต้องการจะฉุดรั้งวิญญาณของอีกฝ่ายไว้ไม่ให้ก้าวลงสู่ขุมนรกที่ตนเพิ่งหนีออกมาได้ มู่หรงเซวียนนิ่งเงียบ นางไม่ได้หันไปมองศิษย์ทรยศผู้นี้แม้แต่น้อย มือเรียวงามที่สวมถุงมือผ้าไหมสีขาวราวหิมะค่อยๆ กระชับด้ามกระบี่ ‘เหมันต์นิรันดร์’ ไว้แน่น ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนไอหมอกหนาทึบก่อตัวขึ้นรอบกาย แต่มันหาได้เย็นเยียบเท่าความรู้สึกที่สั่นคลอนอยู่ลึกๆ ภายในใจไม่ “สำนักมหาบรรพตคือรากเหง้าของข้า อู๋เฉิน” เสียงของนางราบเรียบ ทว่าสั่นไหวอย่างยากจะควบคุม “หากข้าทอดทิ้งศิษย์ร่วมสำนักในวันที่พายุทัณฑ์มารโหมกระหน่ำ ข้าก็ไม่คู่ควรกับการเป็นผู้ถือครองวิถีกระบี่น้ำแข็งอีกต่อไป” “วิถีกระบี่? หรือท่านเพียงแค่ต้องการไปตายเพื่อรักษาเกียรติยศจอมปลอมนั่น!” เยี่ยอู๋เฉินก้าวเข้ามาประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินที่ข้างใบหูของนาง มือที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการถูกสาปแช่งคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของนาง แรงบีบนั้นหนักหน่วง ทว่าแฝงไปด้วยความเวทนา “หากท่านตาย ข้าจะอยู่เพื่ออะไร... ท่านลืมแล้วหรือว่าใครกันที่ลากท่านลงมาจากบัลลังก์เซียนผู้สูงส่งให้มาแปดเปื้อนเลือดและตัณหาในโลกมนุษย์เช่นข้า” มู่หรงเซวียนสะบัดข้อมือออกอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด นางหันกลับมาประจันหน้ากับเขา ใบหน้างดงามไร้อารมณ์นั้นบัดนี้ปรากฏรอยร้าวฉานที่ซ่อนไม่มิด “ข้าไม่ได้ลืม... และเพราะข้าไม่เคยลืม ข้าจึงต้องไป” นางกล่าวพลางปลดปิ่นปักผมหยกสีขาวออก เส้นผมสีดำสนิทดุจแพรไหมยาวสลวยลงมาปรกบ่า “หากต้องมีผู้ใดสักคนที่ต้องจบสิ้นเรื่องราวความแค้นนี้ที่หน้าประตูสำนัก ข้าจะเป็นผู้นั้นเอง เจ้าจงอยู่ที่นี่ อย่าตามข้าไป” นางเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมเย็นจางๆ ของดอกเหมันต์ที่เบ่งบานท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ เยี่ยอู๋เฉินมองตามแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวและบอบบางนั้นด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ในใจของเขากำลังต่อสู้ระหว่างความจงรักภักดีที่ยังหลงเหลือกับความเห็นแก่ตัวที่อยากจะกักขังนางไว้เพียงผู้เดียว เส้นทางสู่สำนักมหาบรรพตในยามนี้ช่างเงียบเหงา ต่างจากความโอ่อ่าในอดีตที่นางเคยรู้จัก กระแสปราณสีดำทมิฬปกคลุมไปทั่วท้องนภา ท้องฟ้าเบื้องบนวิปริตแปรปรวน เสียงกู่ร้องของอสูรระดับต่ำดังก้องมาจากหุบเขาลึก ทุกก้าวย่างที่มู่หรงเซวียนก้าวขึ้นสู่บันไดหินเก้าพันเก้าร้อยขั้น นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดที่โชยมากับสายลม เมื่อถึงหน้าซุ้มประตูหินที่พังทลาย สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำให้นางต้องหยุดชะงัก ร่างของศิษย์รุ่นหลังหลายสิบคนนอนทอดร่างไร้วิญญาณอยู่บนพื้นหิน เสื้อผ้าสีขาวสะอาดตาถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉานจนน่าเวทนา และที่ใจกลางลานกว้าง... เงาร่างหนึ่งในชุดดำสนิทที่นางรู้จักดีที่สุดกำลังยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางกองศพ “อาจารย์... ท่านมาช้าไป” น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบและคุ้นเคยเกินไป มู่หรงเซวียนกำกระบี่ในมือแน่น “เจ้า... กลับมาที่นี่ทำไม” บุรุษผู้นั้นหันกลับมา ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว ดวงตาที่เคยเป็นสีนิลบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยไอปีศาจสีแดงก่ำ มันไม่ใช่ศิษย์คนเดิมของนางอีกต่อไป แต่มันคือ ‘ร่างแยก’ ที่ถูกสร้างขึ้นจากความมืดมิดของศิษย์ทรยศผู้นั้นที่นางเผลอปล่อยให้หลุดรอดไปในคราก่อน มู่หรงเซวียนชักกระบี่ออกจากฝัก เสียงคมกระบี่กรีดอากาศดังกังวานเป็นจังหวะเดียวกับที่หัวใจของนางเต้นระรัว กระแสปราณน้ำแข็งรอบกายระเบิดออก กลายเป็นพายุหิมะที่หมุนวนรอบร่างราวกับจะปกป้องและจู่โจมไปพร้อมกัน “ข้าจะชำระความแค้นนี้ด้วยมือของข้าเอง” นางกล่าว เสียงดังก้องกังวานดุจระฆังเซียน แต่ในจังหวะที่นางเตรียมจะพุ่งเข้าใส่ เสียงฝีเท้าหนักๆ จากด้านหลังก็ดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของคนที่นางคุ้นเคยที่สุดก้าวเข้ามาขวางหน้า “ท่านบอกให้ข้าอยู่ที่นั่น... แต่ท่านคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะปล่อยให้ท่านมาตายลำพังกับ ‘ขยะ’ ที่ข้าทิ้งไว้?” เยี่ยอู๋เฉินพูดพลางกระชับดาบมารในมือ รอยยิ้มเย็นชาปรากฏที่มุมปาก “จัดการเรื่องของเราให้จบเถอะ... อาจารย์ของข้า” เงาร่างดำทมิฬตรงหน้าคำรามลั่น ก่อนจะพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง มู่หรงเซวียนและเยี่ยอู๋เฉินหันหลังชนกันโดยสัญชาตญาณ กระบี่เซียนและดาบมารประสานรอยแยกแห่งความจริงและลวงตา พื้นดินใต้เท้าเริ่มสั่นสะเทือนขณะที่พลังปราณระดับมหาเซียนปะทะกันอย่างรุนแรง ทว่า ท่ามกลางการต่อสู้อันดุเดือด สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น... เมื่อร่างแยกนั้นไม่ได้พุ่งเข้าหาทั้งคู่ แต่กลับพุ่งตรงไปที่หอเก็บคัมภีร์ต้องห้ามด้านหลังสำนัก ก่อนจะระเบิดปราณสีดำออกมาจนโครงสร้างหอคอยถล่มลงมา! “มู่หรงเซวียน! หยุดมันไม่ได้แล้ว! หากคัมภีร์เล่มนั้นถูกทำลาย ผนึกจอมมารจะ...” เยี่ยอู๋เฉินตะโกนสุดเสียง ทว่าเขากลับชะงักไปเมื่อเห็นสิ่งหนึ่งที่โผล่ออกมาจากซากปรักหักพัง มันไม่ใช่คัมภีร์... แต่เป็นร่างของ ‘มู่หรงเซวียนอีกคน’ ที่ถูกขังอยู่ในผลึกแก้วใสมานานนับพันปี! รี้ดที่รักคะ... ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หิมะโปรยกำลังจะพังทลายลงแล้ว ร่วมลุ้นไปพร้อมกับหลิวเยี่ยนซีในตอนถัดไปนะคะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรยเหมันต์กับศิษย์ทรยศผู้ถูกสาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%