กระบี่หิมะโปรยเหมันต์กับศิษย์ทรยศผู้ถูกสาป•ตอนที่ 27

ศิษย์ทรยศผู้ถูกตราหน้า

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“ใคร่ครวญดูให้ดีแล้ว เจ้ายังกล้าอาจหาญเอ่ยวาจาสัตย์ซื่อต่อหน้ามหาวิหารเซียนกระบี่อีกหรือ อู๋เฉิน!” เสียงตวาดก้องกังวานดั่งอสนีบาตฟาดผ่ากลางฤดูเหมันต์ สะท้อนก้องไปทั่วลานพิธีชำระมลש ท่ามกลางสายตาเยียบเย็นนับร้อยคู่ที่จ้องมองมายังร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีขาวเปื้อนคราบโลหิต เยี่ยอู๋เฉินไม่ได้คุกเข่าลงตามคำสั่งของผู้อาวุโสพิทักษ์กฎ แม้กระดูกทั่วร่างจะถูกกดทับด้วยอาคมกดขี่วิญญาณระดับเก้าที่หนักอึ้งดั่งขุนเขาไท่ซาน แผ่นหลังของเขายังคงตั้งตรงทรนงดั่งกิ่งสนกลางพายุหิมะ ความเงียบงันอันน่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงเกล็ดหิมะโปรยปรายกระทบกับกระเบื้องหยกขาว ทว่าภายในใจของทุกคนกลับระอุไปด้วยเพลิงโทสะและข้อกล่าวหาที่ไร้ซึ่งทางหลบหนี หลักฐานตรงหน้าช่างชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธ—ป้ายหยกประจำตัวของศิษย์เอกแห่งยอดเขาเหมันต์บูรพา ถูกพบตกอยู่ ณ ใจกลางค่ายกลลับของพรรคมารโลหิตที่เพิ่งถูกกวาดล้างไปเมื่อยามสาม ทว่ามีเพียงมู่หรงเซวียนเท่านั้นที่ยืนนิ่งสงสงัดอยู่เบื้องบนลานประลอง นางยังคงถือกระบี่น้ำแข็ง ‘อี้ว์ฮั่น’ ไว้ในมือ ปลายกระบี่หยดหยาดน้ำค้างแข็งสีแดงฉานช้าๆ ทว่าสายตาคู่คมปลาบที่มักจะเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับไหวระริกด้วยคลื่นอารมณ์ที่ซับซ้อนยากจะหยั่งถึง “ข้าไม่ได้ทำ” เยี่ยอู๋เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่ชัดเจนก้องกังวาน เขากวาดสายตามองไปรอบตัว ก่อนจะหยุดลงที่ร่างระหงของสตรีผู้เป็นทั้งอาจารย์และเจ้าชีวิตในหัวใจ มุมปากของชายหนุ่มปรากฏรอยยิ้มหยันตนเองที่ช่างน่าเวทนา “ในเมื่อพวกท่านปักปรำว่าข้าเป็นหนอนกระทำทรยศต่อสำนัก แล้วเหตุใด... จึงไม่ลงทัณฑ์ให้เด็ดขาดเสียเล่า?” “สามหาว!” ผู้อาวุโสใหญ่ตบโต๊ะศิลาจนแตกละเอียด ละอองหินปลิวว่อน “ป้ายหยกประจำตัวสลักด้วยจิตวิญญาณโลหิต ต่อให้เจ้ามีร้อยปากก็ไม่อาจแก้ตัว! มู่หรงเซวียน ในฐานะที่เจ้าเป็นอาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชาให้มัน เจ้าจะปล่อยให้มารร้ายตนนี้ลอยนวลทำลายชื่อเสียงของสำนักเซียนกระบี่เราไม่ได้เป็นอันขาด จงใช้กระบี่ของเจ้า... พิสูจน์ความภักดีต่อสำนัก ณ บัดนี้!” สิ้นเสียงนั้น ทุกสายตาต่างพากันเบนกลับมายังมู่หรงเซวียน นางคือเซียนกระบี่ผู้ไร้พ่าย ผู้ซึ่งไม่เคยมีความเมตตาปรานีต่อมารศาสนาใดๆ ในใต้หล้า ทว่าในยามนี้ หัวใจของนางกลับปวดร้าวรานราวกับถูกพันธนาการด้วยเข็มนับพันเล่ม มู่หรงเซวียนก้าวช้าๆ ลงจากแท่นพิธี เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหยกดังสะท้อนก้อง กลิ่นอายความเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมารอบตัวนางจนน้ำค้างแข็งรอบบริเวณจับตัวหนาขึ้น ร่างบางหยุดยืนห่างจากเยี่ยอู๋เฉินเพียงก้าวเดียว นางเงยหน้าขึ้นสบตากับศิษย์หนุ่มผู้มีสายเลือดมารไหลเวียน สายตาคู่นั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างที่ใครคาดคิด หากแต่เต็มไปด้วยคำถามที่รอคอยคำตอบจากปากเขา “อู๋เฉิน...” นางเอמהแผ่วเบา มีเพียงเขากับนางที่ได้ยิน “ข้าเคยสอนเจ้าว่าอย่างไร วิถีกระบี่ซื่อตรงดั่งใจ หากใจเจ้าบริสุทธิ์ ต่อให้ฟ้าดินล่มสลาย กระบี่ในมือก็ย่อมไม่สั่นคลอน... แล้วเหตุใด ในดวงตาของเจ้าในยามนี้ จึงมีความลับซ่อนอยู่มากมายถึงเพียงนั้น?” เยี่ยอู๋เฉินสะท้านไปทั้งร่างยามเมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของนางเอื้อมมาแตะที่ปลายคางของเขา ความเย็นจากไอปรมาณูของนางซึมซาบเข้าสู่ผิวเนื้อ แต่มันกลับไม่อาจเทียบเท่าความหนาวเหน็บในอก เขาอยากจะบอกนางเหลือเกินว่า เขาทำลงไปทั้งหมดก็เพื่อปกป้องนางจากคำสาปแห่งบรรพกาลที่กำลังจะย้อนกลับมากลืนกินวิญญาณของนางเอง แต่ทว่า... กฎแห่งสวรรค์และคำสาปมารไม่อาจเอื้อนเอ่ยออก It could not be spoken! หากความจริงปรากฏ นางจะต้องเป็นผู้ลงทัณฑ์เขาด้วยมือของตนเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “หากอาจารย์คิดว่าข้าเป็นคนทำ... ลงมือเถอะขอรับ” เยี่ยอู๋เฉินหลับตาลง ยอมรับชะตากรรม รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนริมฝีปากที่ซีดเซียว “กระบี่อี้ว์ฮั่นของท่านคมกล้าที่สุดอยู่แล้ว ดับชีพศิษย์ทรยศเช่นข้าเสีย ชื่อเสียงของสำนักจะได้ไม่แปดเปื้อน” “เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าหรือ!” มู่หรงเซวียนกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความกดดันทั้งหมดบีบคั้นให้นางต้องเลือก,ระหว่างคุณธรรมแห่งสำนักเซียนที่แบกรับมาทั้งชีวิต กับความรู้สึกในก้นบึ้งหัวใจที่นางพยายามกดทับมันมาตลอดหลายปี กระบี่ในมือถูกยกขึ้นช้าๆ ปลายคมดาบสีฟ้าใสจ่อตรงเข้าที่กลางหัวใจของเยี่ยอู๋เฉิน ระยะห่างเพียงกระดาษกั้น ทว่ามือที่ถือกระบี่กลับสั่นเทาเล็กน้อย—อาการสั่นที่ศิษย์พี่และผู้อาวุโสทั้งหลายไม่มีวันได้เห็น บรรยากาศรอบลานพิธีเงียบงันลงชั่วขณะ ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอคอยการตัดสินประหารชีวิตจากมือของเซียนกระบี่ผู้ยิ่งใหญ่ ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะทะลวงผ่านเนื้อผ้าสีขาวเข้าสู่ผิวเนื้อ ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือวิหารเซียนก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ! มวลเมฆทมิฬหมุนวนเป็นเกลียวพายุขนาดยักษ์ สายฟ้าสีเลือดผ่าฟาดลงมากลางลานพิธีจนแรงสะเทือนทำให้ผู้ฝึกตนระดับสูงหลายคนกระเด็นถอยหลัง แรงกดดันอันมหาศาลที่ทรงพลังยิ่งกว่าเทพเซียนองค์ใดกดทับลงมาจนทุกคนต้องทรุดตัวลงคุกเข่า มู่หรงเซวียนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางรีบดึงกระบี่กลับและหันไปมองเบื้องบนท้องฟ้า ไม่ใช่ทัณฑ์สวรรค์... และไม่ใช่ค่ายกลของพรรคมาร! เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางสายฟ้าสีเลือด ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากโลหะรูปอสูรน่าสะพรึงกลัว ทว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นกลับทำให้เยี่ยอู๋เฉินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด—กลิ่นอายสายเลือดมารสายเดียวกับเขา... ทว่าแก่กล้าและบริสุทธิ์กว่านับร้อยเท่า! “ฮ่าๆๆๆ มู่หรงเซวียน เจ้าช่างโง่เขลาเบาปัญญาเสียจริง” เสียงหัวเราะก้องกังวานดั่งมาจากขุมนรก เสียดแทงแก้วหูจนทุกคนต้องยกมือขึ้นปิดหู “เจ้าคิดว่าเด็กหนุ่มผู้นี้คือคนทรยศที่นำศัตรูเข้าสำนักอย่างนั้นหรือ? น่าขันสิ้นดี! แท้จริงแล้ว... คนที่อยู่เบื้องหลังการทำลายล้างสำนักเซียนกระบี่ในคืนนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่คือ ‘ผู้อาวุโสสูงสุด’ ผู้เป็นอาจารย์ปู่ของเจ้าต่างหากเล่า!” สิ้นคำกล่าวประโยคสุดท้าย ทั่วทั้งลานพิธีก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า ร่างของมู่หรงเซวียนแข็งค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำลงกลางใจ กระบี่อี้ว์ฮั่นในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นหยกดังเคร้ง! รี้ดที่รักคะ... ความลับที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองเลือดกำลังจะถูกเปิดเผยออกมาแล้ว ร่วมลุ้นและติดตามบทสรุปอันน่าสะพรึงกลัวนี้ไปพร้อมกับหลิวเยี่ยนซีในตอนถัดไปนะคะ! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านลมหนาวและหยาดโลหิตนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรยเหมันต์กับศิษย์ทรยศผู้ถูกสาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%