เศษเสี้ยวของหยกสื่อสารในมือมู่หรงเซวียนแหลกละเอียดเป็นผุยผง ไอร้อนจากเพลิงมารและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งลอยมาตามสายลมหนาวที่พัดกระโชก ราวกับเสียงกรีดร้องจากขุมนรกที่อยู่ไกลออกไปนับพันลี้
"สำนักเมฆาพิทักษ์... ถูกเผาจนราบเป็นหน้ากลองแล้วอย่างนั้นหรือ"
น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในยามที่ปลายนิ้วเรียวยาวกำด้ามกระบี่น้ำแข็งแน่นจนข้อต่องอขาวซีด มู่หรงเซวียนหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความเย็นเยือกของเคล็ดวิชาเหมันต์สวรรค์ไหลเวียนเข้ากดทับคลื่นอารมณ์ที่กำลังตีรวนในอก ภาพค่ายกลพิทักษ์สำนักที่เคยตั้งตระหง่านท้าทายฟ้าดินมานับร้อยปี บัดนี้คงเหลือเพียงเถ้าถ่านและซากปรักหักพังภายใต้เงื้อมมือของกลุ่มมารโลหิต
เงาร่างหนึ่งเคลื่อนไหววับเข้ามาราวกับภูตพราย เยี่ยอู๋เฉินปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้านางอย่างเงียบเชียบ ชุดคลุมสีดำสนิทต้องลมสะบัดไหว เส้นผมสีรัตติกาลล้อมกรอบใบหน้าคมคายที่ฉายแววเคร่งเครียด นัยน์ตาคู่คมที่มีประกายสีโลหิตจางๆ กวาดมองเศษหยกบนพื้นก่อนจะเงยขึ้นสบตากับอาจารย์ของตน
"ท่านอาจารย์ ข่าวกรองยืนยันแล้ว" เยี่ยอู๋เฉินเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำของเขาแหบพร่าเล็กน้อย "ไม่ใช่แค่สำนักเมฆาพิทักษ์แห่งเดียว แต่เป็นสำนักเซียนในเขตแดนประจิมทั้งสามแห่ง... ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นในคืนเดียว ฝ่ายมารใช้ 'ค่ายกลโลหิตหมื่นวิญญาณ' เป็นเครื่องมือ ผู้อาวุโสและศิษย์นับพันชีวิต... ไม่รอดแม้แต่คนเดียว"
มู่หรงเซวียนลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีฟ้าครามดั่งห้วงน้ำแข็งไร้ก้นบึ้งจ้องมองศิษย์ทรยศผู้มีสายเลือดมารไหลเวียนอยู่ในกาย แม้ในอดีตเขาคือคนที่นางเคยลงทัณฑ์และขับไล่ออกจากสำนักด้วยข้อหาฝึกวิชาต้องห้าม แต่วินาทีนี้ ความเกลียดชังหรือความหวาดระแวงกลับถูกแทนที่ด้วยความจริงอันน่าสะพรึงกลัว—กลุ่มมารที่ลงมือในครั้งนี้ไม่ได้ต้องการแค่ทำลายสำนักเซียน แต่พวกมันกำลังเดินหมากเพื่อจุดประสงค์บางอย่างที่ยิ่งใหญ่และอำมหิตกว่านั้นมาก
"เจ้าคิดว่าฝีมือใคร" มู่หรงเซวียนถาม เสียงของนางเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู
เยี่ยอู๋เฉินก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไอพลังหยินและหยางที่ตัดกันแต่วัดรอยกันอย่างเงียบงัน เขาก้มลงมองหน้านาง แววตาไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง ทั้งสำนึกผิด ความรัก ความแค้น และความห่วงใยที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งทะนง
"ไม่ใช่ตระกูลมารสายหลักที่ข้ารู้จัก" เยี่ยอู๋เฉินตอบ สายตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตานาง "กลิ่นอายโลหิตนั้นมีความคุ้นเคยประหลาด... มันคือวิชาต้องห้ามที่สูญหายไปเมื่อสามร้อยปีก่อน วิชาที่ใช้พลังชีวิตของเซียนผู้บรรลุธรรมมาหล่อเลี้ยง 'ราชันโลหิต' ที่กำลังจะตื่นจากการหลับใหล... และเป้าหมายต่อไปของพวกมัน ไม่ใช่สำนักเล็กๆ เหล่านั้นแน่"
มู่หรงเซวียนขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน นางย่อมรู้ดีว่าเป้าหมายต่อไปคือที่ใด 'สำนักกระบี่เหมันต์' สำนักใหญ่ใจกลางยอดเขาเทียนซาน ที่ซึ่งนางเป็นผู้ดูแลและพำนักอยู่ ที่ซึ่งเก็บรักษา "ผนึกมารสวรรค์" เอาไว้ หากสำนักของนางแตกสลาย ยุทธภพทั้งยุทธภพจะล่มสลายกลายเป็นทะเลเพลิงทันที
"ท่านกำลังกลัวหรือ?" เยี่ยอู๋เฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวยื่นออกไปหมายจะแตะลงบนหลังมือที่กำกระบี่ของนาง แต่แล้วก็ชะงักค้างกลางอากาศ ราวกับตระหนักว่าตนไม่มีสิทธิ์ที่จะปลอบโยนหญิงสาวผู้สูงส่งและบริสุทธิ์ดั่งเซียนบนหอคอยงาช้างผู้นี้
มู่หรงเซวียนปัดสายตามองมือของเขาที่ค้างอยู่เพียงชั่วพริบตา ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางหน้าผาเบื้องล่าง ที่ซึ่งหมอกหนาทึบปกคลุมราวกับผืนผ้าใบแห่งความตาย
"เซียนผู้บำเพ็ญเพียรย่อมไม่รู้จักความกลัว มีเพียงหน้าที่และวิถีกระบี่ที่ต้องปกป้อง" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งและเด็ดเดี่ยวตามวิสัย ทว่าภายในอกกลับปวดแปลบราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง "แต่เจ้าเล่า... เยี่ยอู๋เฉิน เหตุใดจึงมาบอกข่าวนี้แก่ข้า? ในเมื่อสายเลือดมารในกายเจ้าอาจกำลังร้องเรียกให้เจ้าไปร่วมวงสังหารหมู่กับพวกมันด้วยซ้ำ"
คำพูดนั้นราวกับคมกระบี่ที่กรีดลงบนแผลสด เยี่ยอู๋เฉินชะงัก รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม ดวงตาคู่คมฉายแววเจ็บปวดล้ำลึกที่ซ่อนไว้ภายใต้ความเย่อหยิ่ง
"ใช่... สายเลือดมารในกายข้ามันกรีดร้องทุกค่ำคืน มันบอกให้ข้าสังหาร ทำลายล้าง และเหยียบย่ำทุกสิ่งที่ขวางหน้า" เยี่ยอู๋เฉินก้าวประชิดตัวนางขึ้นอีกขั้น ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับความเย็นเยือกของชุดคลุมอาคมของนาง "แต่ท่านรู้ไหมว่าเสียงใดที่ดังกว่าเสียงของสายเลือดมาร?"
มู่หรงเซวียนนิ่งงัน นางไม่ได้ถอยหนี ปล่อยให้ร่างของศิษย์หนุ่มเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตจางๆ ความกดดันระหว่างทั้งสองแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
"เสียงที่ว่า... ข้าต้องปกป้องท่านจากเงื้อมมือของพวกมัน ต่อให้ข้าต้องแหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน หรือต้องหันคมกระบี่เข้าใส่เผ่าพันธุ์เดียวกันก็ตาม"
คำสารภาพอันหนักหน่วงและดุดันพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากของเยี่ยอู๋เฉิน ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยไฟปรารถนาและแรงอาฆาตที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว มันไม่ใช่คำพูดล้อเล่น แต่เป็นคำสัตย์ปฏิญาณด้วยชีวิตของบุรุษผู้ถูกสาป
มู่หรงเซวียนเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับเต้นรัวผิดจังหวะจนแทบหลุดออกมานอกอก ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางลมหนาวเหน็บ นางอยากจะเอ่ยปากด่าทอความอวดดีของเขา อยากจะชักกระบี่ออกมารักษาระยะห่างระหว่างอาจารย์และศิษย์ตามกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดของสำนักเซียน แต่ทว่า... มือที่ถือกระบี่กลับอ่อนแรงลงอย่างน่าประหลาด
ก่อนที่ใครคนใดคนหนึ่งจะทันได้เอ่ยคำใดออกมาเพิ่ม เสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูหนาวก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเบื้องล่างยอดเขา!
*ตูมมมม!*
แรงระเบิดมหาศาลสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา ม่านพลังค่ายกลป้องกันสำนักกระบี่เหมันต์ที่เคยเปล่งประกายเจิดจ้า บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานของโลหิตและเปลวเพลิงทมิฬ เศษเสี้ยวของศิลาอาคมร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าดั่งหิมะมรณะ พร้อมๆ กับเงาร่างนับร้อยที่พุ่งทะยานขึ้นมาจากทะเลหมอกด้วยจิตสังหารอันรุนแรงพุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่!
เยี่ยอู๋เฉินตวัดสายตาคมกริบไปยังเบื้องล่าง สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบถึงขีดสุดในพริบตา
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด..." ชายหนุ่มพึมพำ ก่อนจะสะบัดมือเรียกกระบี่โลหิตประจำกายออกมา ปราณมารสีดำทมิฬพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าตัดกับเกล็ดหิมะสีขาวโพลน "ท่านอาจารย์ ดูเหมือนว่าทางแยกที่เราต้องเลือก... จะหมดลงเพียงเท่านี้เสียแล้ว"
มู่หรงเซวียนไม่ลังเลอีกต่อไป นางสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่น้ำแข็งในมือส่งเสียงร้องก้องกังวาน นัยน์ตาสีฟ้าครามกลับมาคมกลาภและเด็ดเดี่ยวไร้ความลังเล นางก้าวขึ้นมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับศิษย์ทรยศผู้เป็นที่รักในยามวิกฤต พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพายุโลหิตที่กำลังโหมกระหน่ำเข้าใส่
ทว่า ในวินาทีที่กระบี่ของทั้งคู่ตวัดขึ้นพร้อมกันเพื่อตั้งรับการโจมตีระลอกแรก เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันคุ้นเคยก็ดังแทรกทะลุผ่านม่านเพลิงเข้ามา เป็นเสียงที่มู่หรงเซวียนไม่คาดคิดว่าจะได้ยินในสถานที่แห่งนี้—เสียงของ "เจ้าสำนัก" ผู้ล่วงลับที่ควรจะดับสูญไปเมื่อสิบปีก่อน!
รี้ดที่รักคะ... โชคชะตาเล่นตลกกับพวกเขาอีกครั้งแล้ว มาร่วมลุ้นไปกับห้วงอารมณ์ที่บีบคั้นในตอนหน้านะคะ... หลิวเยี่ยนซีค่ะ
กระบี่หิมะโปรยเหมันต์กับศิษย์ทรยศผู้ถูกสาป•ตอนที่ 25
ทางแยกแห่งโชคชะตา
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรยเหมันต์กับศิษย์ทรยศผู้ถูกสาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!