กระบี่หิมะโปรยเหมันต์กับศิษย์ทรยศผู้ถูกสาป•ตอนที่ 21

ตื่นขึ้นในแดนปีศาจ

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นอายโลหิตจางๆ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของซากอารยธรรมที่ถูกกาลเวลาลบเลือน ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นจากหัวไหล่ลามไปถึงกระดูกสันหลังราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง มู่หรงเซวียนขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างช้าๆ สิ่งแรกที่นางสัมผัสได้มิใช่ความหนาแน่นของไอเซียนอันบริสุทธิ์บนยอดเขาเทียนซาน หากแต่เป็นความเวิ้งว้างอันดำมืดและกดทับหัวใจจนแทบหยุดหายใจ นี่คือค่ายกลห้วงมิติที่ไร้ก้นบึ้ง... แดนปีศาจโบราณที่แม้แต่แสงตะวันก็มิอาจสาดส่องมาถึง "ท่านอาจารย์..." เสียงแหบพร่ากระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างกาย ร่างสูงโปรดของเยี่ยอู๋เฉินกำลังพยุงตัวเองลุกขึ้นจากพื้นดินที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง สายเลือดสีดำคล้ำไหลซึมผ่านอาภรณ์สีขาวที่บัดนี้ขาดวิ่น เผยให้เห็นรอยแผลจากอักขระมารที่กำลังกัดกินผิวเนื้อ ทว่า ดวงตาหงส์คู่นั้นกลับมิได้มองบาดแผลของตนเองเลย เขากลับจ้องมองนางด้วยความห่วง มู่หรงเซวียนสะบัดมือเบาๆ ปัดเศษฝุ่นผงออกจากอาภรณ์ นางพยายามรวบรวมลมปราณเพื่อโคจรพลังน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้า ทว่า น่าอนถลดนัก เม็ดโลหิตกลับตีย้อนขึ้นมาที่ลำคอเมื่อพลังปราณของนางถูกกักขักไว้ราวกับถูกโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น มิติแห่งนี้มิได้มีเพียงแค่ความมืดมิด แต่มันกำลังสูบกลืนตบะของผู้บำเพ็ญเพียรทีละน้อย "อย่าฝืนเลย... ปราณมารที่นี่แข็งแกร่งเกินกว่าที่เราจะใช้วิถีเซียนต้านทานได้" มู่หรงเซวียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาไร้ระลอกคลื่น ทว่าลึก,ล้ำในความรู้สึก นางกวาดสายตามองรอบกาย ผาหินสูงชันสีดำสนิทรายล้อมราวกับกรงขังขนาดยักษ์ เบื้องล่างคือเหวลึกที่ส่งเสียงคำรามราวกับมีอสูรกายหลับใหลอยู่ด้านล่าง "ศิษย์ยอมตายที่นี่... ดีกว่าต้องเห็นท่านอาจารย์ต้องมาติดอยู่กับคนบาปเช่นศิษย์" เยี่ยอู๋เฉินแค่นยิ้มหยันให้กับโชคชะตา ใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนคราบเลือดดูงดงามอย่างไร้ที่ติ แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยความร้าวรานที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เขาก้าวเข้ามาใกล้ ร่างกายทั้งสองแนบชิดกันท่ามกลางลมหนาวที่พัดโชยผ่านห้วงมิติ เพราะในดินแดนที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นนี้ ความใกล้ชิดคือสิ่งเดียวที่จะช่วยพยุงลมหายใจของกันและกันไว้ได้ มู่หรงเซวียนหลบสายตาดวงนั้น หัวใจที่เคยถูกแช่แข็งด้วยกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดของสำนักเซียนกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง นางรู้ดีว่าเหตุใดพวกเขาจึงถูกพัดมาติด ณ ที่แห่งนี้... เป็นเพราะกระบี่หิมะโปรยเหมันต์ของนาง และสายเลือดมารในกายของเขาเกิดปฏิกิริยาสะท้อนย้อนกลับเมื่อต้องเผชิญหน้ากับค่ายกลบรรพกาล แต่ลึกลงไปในสัญชาตญาณ นางกลับไม่นึกเสียใจเลยแม้แต่น้อยที่ต้องตกลงมาในหลุมพรางนี้... ตราบใดที่ยังมีเขาอยู่เคียงข้าง แม้จะเป็นขุมนรกก็มิใช่เรื่องน่ากลัว "เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไร อู๋เฉิน" นางเอ่ยเสียงดุ พยายามรักษามาดของอาจารย์ผู้สูงศักดิ์เอาไว้ แม้ใบหูจะขึ้นสีแดงระเรื่อท่ามกลางความมืดมิด "เจ้าเป็นศิษย์ของข้า หน้าที่ของเจ้าคือการมีชีวิตอยู่เพื่อชดใช้บาป มิใช่มาตายอย่างไร้ค่าในที่อัปมงคลเช่นนี้" "ชดใช้บาปหรือ..." เยี่ยอู๋เฉินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขื่นขม ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตานาง "บาปของศิษย์คือการบังอาจรักสตรีผู้เป็นอาจารย์... บาปที่แม้แต่วิถีเซียนก็ไม่มีวันให้อภัย ต่อให้ข้าทำลายสำนักเซียนจนสิ้นซาก หรือพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ความจริงข้อนี้ก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ท่านอาจารย์... ท่านไม่เคยเกลียดศิษย์เลยใช่ไหม?" คำถามนั้นราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจ มู่หรงเซวียนชะงักงัน ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น นางไม่อาจหาคำตอบใดมาปฏิเสธได้ ความเงียบงันระหว่างพวกเขากลายเป็นคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าถ้อยคำใดๆ ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง! *โครมคราม!* กลุ่มควันสีดำสนิทพวยพุ่งขึ้นมาจากก้นเหวราวกับอสูรกายตื่นจากการหลับใหล แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ อักขระมารสีแดงฉานนับหมื่นตัวปรากฏขึ้นบนผนังผาหินรอบด้านพวกเขาทั้งสอง พวกมันเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนบาดแก้วหู มิติที่ไร้ทางออกแห่งนี้กำลังบีบตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว! "ระวัง!" เยี่ยอู๋เฉินพุ่งเข้ามาคว้าเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักกระบี่มารสีนิลออกมารับแรงกระแทกของพลังมืดที่พุ่งเข้าใส่ ประกายไฟจากการปะทะกันสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เลือดสีดำกระเซ็นออกจากปากของเยี่ยอู๋เฉินเมื่อเขาต้องรับภาระหนักอึ้งจากแรงกดดันของแดนปีศาจ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด ร่างกายสั่นเทาด้วยพิษมารที่กำเริบอย่างรุนแรง มู่หรงเซวียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นางรีบถ่ายทอดพลังปราณที่เหลืออยู่น้อยนิดเข้าไปในร่างของเขาเพื่อช่วยพยุงอาการ ทว่า ในวินาทีที่เงื้อมมือมืดมิดกำลังจะพุ่งเข้าทะลวงหัวใจของพวกเขานั้น ผนังหินตรงหน้าก็ปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นรอยแยกสีทองสว่างวาบที่แปลกแยกจากพลังมารโดยสิ้นเชิง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นกังวานก้องราวกับมาจากสรวงสวรรค์ "นึกไม่ถึงเลยว่า... เซียนผู้สูงศักดิ์แห่งเทียนซาน จะยอมตกต่ำมาสมสู่กับมารร้ายในดินแดนรกร้างเช่นนี้..." เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติด้วยท่าทีสง่างาม ใบหน้าสลักเสลาภายใต้หน้ากากทองคำเผยให้เห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม และในมือของมัน... กำลังถือกระบี่ที่มู่หรงเซวียนจำได้แม่นยำยิ่งกว่าสิ่งใด --- หลิวเยี่ยนซีหวังว่ารี้ดที่รักจะร่วมเดินทางไปกับชะตากรรมอันพลิกผันและบททดสอบแห่งหัวใจของพวกเขาทั้งสองในตอนถัดไปนะคะ... หลิวเยี่ยนซีค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรยเหมันต์กับศิษย์ทรยศผู้ถูกสาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%