กระบี่หิมะโปรยเหมันต์กับศิษย์ทรยศผู้ถูกสาป•ตอนที่ 9

กรงขังแห่งวิถีเซียน

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นอายธูปหอมหมื่นลี้คละคลุ้งจนน่าเวียนหัว ทว่ากลับไม่อาจกลบกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ที่ลอยวนอยู่ภายในตำหนักพิพากษาเซียนแห่งสำนักกระบี่เมฆาคล้อยได้เลยแม้แต่น้อย ร่างระหงของมู่หรงเซวียนในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเหมันต์ปักนิ่งสนิทดั่งรูปสลักหยก นางยืนอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชาบรรพจารย์ ดวงตาสงบนิ่งทอดมองแผ่นป้ายวิญญาณนับร้อยที่เรียงรายลดหลั่นกันลงมา แต่ภายในอกข้างซ้าย กลับคล้ายมีกระบี่นับพันเล่มกำลังกรีดแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่า "มู่หรงเซวียน เจ้าในฐานะผู้นำกฎสำนัก ยังคงยืนกรานเช่นนั้นอยู่หรือ?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของผู้อาวุโสสูงสุดซือหม่าดังสะท้อนก้องกังวานลอดผ่านม่านมุกโปร่งแสง แววตาที่มองลงมาจากเบื้องบนเต็มไปด้วยความกดดันและประกายอำมหิตที่ซ่อนเร้น กฎของสำนักเซียนนั้นหนักหนายิ่งกว่าขุนเขาไท่ซาน ผู้ใดฝ่าฝืนวิถีมาร ย่อมต้องถูกประหารด้วยกระบี่เจ็ดดาวไร้ความปรานี มู่หรงเซวียนหลุบตาลงเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวที่ซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อกว้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนยังคงชัดเจนในความทรงจำ—ดวงตาหงส์สีนิลที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและรอยยิ้มหยันเยาะโชคชะตาของเยี่ยอู๋เฉิน เด็กหนุ่มผู้มีสายเลือดมารไหลเวียนที่นางเคยโอบอุ้มสั่งสอนมากับมือ ยามเมื่อกระบี่อัคคีโลหิตจ่ออยู่ที่ลำคอของนาง อีกฝ่ายกลับเลือกที่จะยอมจำนนแต่โดยดี มิใช่เพราะพ่ายแพ้ต่อกระบี่น้ำแข็งของนาง หากแต่เป็นเพราะ... แววตาสั่นระริกที่เขาใช้มองนางในวินาทีสุดท้ายนั้น เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ลึกล้ำเกินกว่าจะเอ่ยคำใดออกมา "กฎของสำนัก... ย่อมต้องดำรงไว้" มู่หรงเซวียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาไร้ระลอกคลื่น ทว่ากลับสั่นเครือเล็กน้อยในยามที่คำพูดต่อมาติดอยู่ตรงลำคอ "แต่โทษทัณฑ์ของเยี่ยอู๋เฉิน... สมควรได้รับการทบทวน" *เพล้ง!* เสียงตบโต๊ะไม้จันทน์แดงดังสนั่นหวั่นไหว ผู้อาวุโสซือหม่ายืนขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว ประกายพลังปราณระดับบรรพชนแผ่พุ่งออกมากดทับจนบรรยากาศภายในตำหนักบิดเบี้ยว "ทบทวนอันใดอีก! เขามีสายเลือดมารอยู่ในกาย แถมยังสังหารศิษย์ร่วมสำนักไปถึงสี่คน หากเจ้ายังคงดึงดันปกป้องศิษย์ทรยศผู้นี้ เกรงว่าเก้าอี้ประมุขยอดเขาเหมันต์ของเจ้า คงจะต้องสั่นคลอนแล้วกระมัง!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มู่หรงเซวียนเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้อาวุโสไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ดวงตาคู่สวยฉายแววเย่อหยิ่งทระนงตามวิถีแห่งเซียนกระบี่น้ำแข็ง นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เยือกเย็นเสียยิ่งกว่าลมหนาวในเหมันตฤดู "เก้าอี้ประมุขยอดเขาเหมันต์นี้ ข้าเป็นผู้เอาเลือดเนื้อและหยาดเหงื่อเข้าแลกมาเพื่อปกป้องสำนัก เหตุใดจึงต้องให้ผู้ใดมาตัดสินชี้ชะตา?" มู่หรงเซวียนก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าว รัศมีกระบี่เย็นเยียบพวยพุ่งระเบิดออกโดยรอบจนเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนก่อตัวขึ้นบนพื้นหินอ่อน "หากวันนี้พวกท่านต้องการกำจัดเขาเพื่อสังเวยแก่กฎเหล็กบ้าคลั่งเหล่านี้... พวกท่านก็ต้องก้าวข้ามศพของข้าไปเสียก่อน!" "บังอาจ!" ผู้อาวุโสซือหม่าคำรามลั่นสะท้านฟ้าดิน สะบัดแขนเสื้อเพียงครั้งเดียว อาคมตรึงเซียนนับร้อยสายพุ่งออกมาจากพื้นศิษย์ ประกายแสงสีทองอร่ามพุ่งเข้าพันธนาการร่างของมู่หรงเซวียนไว้ในพริบตา โซ่ตรวนแห่งกฎสวรรค์หนักอึ้งดึงรั้งร่างนางจนต้องทรุดเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นเย็นเฉียบ เลือดสีชาดสายหนึ่งไหลซึมออกจากมุมปากของเซียนสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด ทว่า ในวินาทีที่ความเจ็บปวดจากการถูกลงทัณฑ์แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความทรงจำอันเลือนรางบางอย่างกลับชัดเจนขึ้นมาในห้วงความคิด... *“อาจารย์... หากวันหนึ่งข้ากลายเป็นปีศาจที่คนทั้งยุทธภพต้องการกำจัด ท่านจะยังคงใช้กระบี่เล่มนี้ปกป้องข้า... หรือใช้มันปลิดชีพข้ากันแน่?”* คำถามของเด็กหนุ่มในวันวานยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มู่หรงเซวียนกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด นางฝืนเงยหน้าขึ้น ท่ามกลางพันธนาการแห่งอาคมอันทรงพลัง นางกลับระบายยิ้มเย้ยหยันออกมา รอยยิ้มที่งดงามทว่าเศร้าสร้อยและอันตรายยิ่ง ที่คุกใต้ดินมืดมิด ไร้ซึ่งแสงตะวันและลมหายใจแห่งความหวัง เยี่ยอู๋เฉินนั่งพิงกำแพงหินชื้นแฉะ ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลจากการทรมาน ทว่าดวงตากลับสุกใสราวกับดวงดาวในยามวิกาล ในมือของเขาคือปิ่นหยกขาวลายดอกเหมันต์ที่ร่วงหล่นในคืนที่เขาถูกจับกุม—ปิ่นหยกของนาง รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากของเด็กหนุ่ม เลือดสีดำที่ไหลเวียนอยู่ในกายเริ่มส่งเสียงคำรามราวกับอสูรกายที่กำลังตื่นจากการหลับใหล ปราณมารสีดำทมิฬแผ่ซ่านออกจากปลายนิ้ว กัดกร่อนโซ่ตรวนเหล็กกล้าจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด "อาจารย์... ท่านกำลังปกป้องข้า... หรือกำลังทรมานตัวเองกันแน่หนอ?" เสียงกระซิบแหบพร่าลอยละลิ่วไปตามสายลมหนาวที่พัดผ่านช่องระบายอากาศของคุกใต้ดิน ทันใดนั้น ผนังหินแกร่งเบื้องหน้าของเขากลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ประตูเหล็กหนาหนักถูกระเบิดออกเป็นจุลด้วยพลังปราณกระบี่อันคุ้นเคย ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายอัคคีโลหิตก้าวเข้ามาท่ามกลางกลุ่มควันและฝุ่นผง ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะและแรงปรารถนาอันบ้าคลั่ง เยี่ยอู๋เฉินเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาเยือน รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนคราบเลือด "ท่านพี่... หรือว่าท่านทนคิดถึงศิษย์ทรผู้นี้ไม่ไหว จนต้องบุกมาพาตัวข้าหนีไปด้วยกันเสียแล้ว?" มู่หรงเซวียนที่สะสะบัดหลุดพ้นจากพันธนาการแห่งตำหนักพิพากษาด้วยการเผาผลาญพลังตบะครึ่งหนึ่ง ยืนหอบหายใจระทึกอยู่ที่ปากทางเข้าคุก แววตาคู่สวยมองตรงไปยังเด็กหนุ่มผู้เป็นทั้งลูกศิษย์และเคราะห์กรรมในคราเดียวกัน มือเรียวยาวสั่นเทาในยามที่กุมด้ามกระบี่น้ำแข็งแน่นจนขึ้นข้อขาว ความถูกต้องของสำนัก หรือ หัวใจที่ร่ำร้องหาเขา... นางไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว -------------------------------------------------------------------------------- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุหิมะแห่งโชคชะตานี้มาด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรยเหมันต์กับศิษย์ทรยศผู้ถูกสาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%