"ถ้าคุณยังขยับปากเถียงฉันอีกแค่คำเดียว ฉันจะถือว่าคุณอยากใช้ริมฝีปากนั่นทำอย่างอื่นมากกว่าการพูดค่ะ, คุณทนาย"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดระคนคุกคามดังขึ้นชิดริมใบหู เรวิการemส1ดลมหายใจเข้าลึกอย่างลืมตัว ความใกล้ชิดในพื้นที่คับแคบหลังชั้นหนังสือลับของเซฟเฮาส์ทำให้กลิ่นกายหอมเย็นแบบสะอาดสะอ้านของดารินโอบล้อมเธอไว้จนแทบไม่เหลืออากาศหายใจ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของกลุ่มผู้บุกรุกด้านนอกยังคงก้องกังวานอยู่บนพื้นไม้เบื้องบน ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของทนายสาวเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก กลับไม่ใช่ความตายที่กำลังเดินวนเวียนอยู่เหนือศีรษะ แต่เป็นปลายจมูกของอดีตสายลับสาวที่ปัดผ่านแก้มเนียนของเธอไปอย่างเฉียดฉิวทุกครั้งที่อีกฝ่ายขยับตัว
เรวิกาเม้มริมฝีปากแน่น นัยน์ตาสีเข้มฉายแววพยศไม่ยอมแพ้ แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะบังคับให้แผ่นหลังบอบบางของเธอแนบชิดอยู่กับแผงอกอุ่นระอุของคนตัวสูงกว่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มือเรียวที่ถือแฟ้มเอกสารลับชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ เธอยังจำวินาทีที่เสียงกระจกแตกดังขึ้นที่ชั้นล่างได้แม่นยำ ดารินกระชากเธอเข้ามาหลบในซอกหลืบนี้ด้วยความเร็วดุจสัตว์ป่า ก่อนที่ร่างหนาและหนักแน่นจะทาบทับลงมาเพื่อบังตัวเธอไว้จากสายตาของพวกมัน—ระยะห่างที่เคยมีถูกบดขยี้จนไม่เหลือพื้นที่แม้แต่ให้อากาศแทรกผ่าน
"ปล่อยฉันได้แล้วมั้งคะคุณดาริน..." เรวิมากระซิบลอดไรฟัน เสียงของเธอเบาหวิวแต่เต็มไปด้วยแรงกระแทกทางอารมณ์ "หรือว่าการเอาตัวมาเบียดฉันไว้แบบนี้ คือแผนรักษาความปลอดภัยรูปแบบใหม่ของคุณกันแน่คะ?"
ดารินไม่ถอยหนี นัยน์ตาคมกริบดั่งใบมีดภายใต้ความสลัวของห้องใต้ดินกวาดมองใบหน้าเนียนที่รั้นจนน่าหมั่นไส้ ไล่เรื่อยลงมายังริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงไม่หยุด สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกต่อภัยภายนอกเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังสนุกกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม
"ถ้าฉันปล่อย คุณก็จะวิ่งออกไปแลกหมัดกับพวกมันด้วยความโง่เขลาในนามของความยุติธรรมอีกใช่ไหมล่ะคะ?" ดารินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น แต่ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอของเรวิกากลับบอกเรื่องราวอีกแบบ—มันร้อนรุ่มและปั่นป่วนจนน่ากลัว "อยู่นิ่งๆ ค่ะ เรวิกา ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันต้องใช้วิธี 'ปิดปาก' คุณด้วยวิธีที่เด็ดขาดกว่านี้"
คำขู่ที่เจือความเอาแต่ใจนั่นทำให้เรวิการู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนัง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความถือดีทำให้เธออยากจะเชิดหน้าเถียงกลับไปเสียให้เข็ด แต่สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นจัดของดารินที่เอื้อมมาโอบเอวเธอไว้เพื่อพยุงไม่ให้ทรุดลงไปกับพื้น กลับทำให้โครงสร้างการป้องกันตัวทั้งหมดของทนายสาวพังทลายลงในชั่วพริบตา ฝ่ามือคู่นั้นมั่นคง ทรงพลัง และแฝงความหวงแหนอย่างปิดไม่มิด
เสียงฝีเท้าด้านบนเงียบเสียงลงแล้ว... แต่ไม่มีใครขยับตัว
ความเงียบงันในระยะประชิดทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจสองดวงดังประสานกันจนแยกไม่ออก เรวิกาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้าโดยบังเอิญ ระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปทำให้เธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในแววตาคู่คมนั้น แววตาที่มักจะแข็งกระด้างและเยชาต่อโลกใบนี้ แต่ยามนี้กลับพานพบความสั่นไหวบางเบา ราวกับกำแพงเหล็กที่ดารินสร้างไว้กำลังถูกหลอมละลายด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายที่สุด
"มองอะไรคะ?" ดารินเอ่ยถามเสียงพร่า ปลายนี้วเรียวที่เคยจับปืนอย่างไร้ความปรานีค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าให้ทนายสาวอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยทำให้เรวิกาชะงักงัน ลืมสิ้นซึ่งคำพูดจาเชือดเฉือนที่เตรียมไว้ในหัว
"ฉันแค่กำลังคิดว่า..." เรวิกาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่สายตาคมกวาดมองริมฝีปากหยักได้รูปของอีกฝ่าย "คนที่ปากร้ายที่สุดในโลกอย่างคุณ ทำไมถึงมีวิธีปกป้องคนอื่นที่... เปลืองเนื้อเปลืองตัวขนาดนี้กันแน่นะคะ"
ดารินกระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจที่ทำเอาเรวิการู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาอีกนิด จนหน้าผากของทั้งคู่เกือบจะชนกัน
"ก็เพราะว่าเหยื่ออย่างคุณมันดื้อด้านเกินกว่าจะฟังคำเตือนดีๆ น่ะสิคะ..." ดารินกระซิบชิดริมฝีปาก "ถ้าไม่ทำแบบนี้... คุณจะยอมสงบปากแล้วมาอยู่ในอ้อมแขนฉันดีๆ แบบนี้ไหมล่ะคะ, คุณทนาย"
ประโยคยั่วเย้าที่เต็มไปด้วยความนัยทำให้เรวิการ้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า เธออ้าปากเตรียมจะสวนกลับด้วยวาทศิลป์อันจัดจ้านที่เธอถนัด ทว่าก่อนที่เสียงแหลมคมจะได้หลุดรอดจากริมฝีปาก...
*กริ๊กล็อก!*
เสียงกลไกโลหะหนักอึ้งของประตูห้องลับด้านหน้าที่ถูกปลดล็อกด้วยรหัสผ่านดังขึ้นก้องกังวาน ทำลายบรรยากาศสีชมพูอมพิษที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเธอทั้งสองคนในเสี้ยววินาที
ดารินชักสีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที ร่างสูงดึงเรวิกาให้ถอยไปหลบหลังชั้นหนังสือให้มิดชิดยิ่งขึ้น พร้อมกับมืออีกข้างที่ชักปืนพกเก็บเสียงออกจากซองสะพายข้างอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด นัยน์ตาสีเข้มฉายแววอันตรายระรัวราวกับพร้อมจะเหนี่ยวไกใส่ใครก็ตามที่กล้าก้าวเข้ามาในอาณาเขตของเธอ
เรวิกาใจหายวาบ เธอชะโงกหน้าผ่านซอกชั้นหนังสือออกไปมองยังแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาจากประตูลับที่ค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ และภาพบุคคลที่ก้าวเท้าเข้ามาเยือนท่ามกลางความเงียบสงบของเซฟเฮาส์ ก็ทำให้เลือดในกายของทนายสาวเย็นเฉียบลงจนจับขั้วหัวใจ
ไม่ใช่ศัตรูจากแก๊งมืดที่พวกเธอคาดคิด... แต่เป็นแฟ้มเอกสารคดีเก่าของพ่อเธอที่ควรจะถูกเผาทำลายไปแล้ว ถูกถืออยู่ในมือของร่างระหงคุ้นตาที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย
"ตกใจอะไรกันคะสาวๆ... คิดถึงฉันไหมเอ่ย?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นแรงไปพร้อมกับตัวละครนะคะ!
เซฟเฮาส์ลับกับทนายสาวผู้ขุดคุ้ยความจริง•ตอนที่ 4
ระยะห่างที่หายไป
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับทนายสาวผู้ขุดคุ้ยความจริง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!