เซฟเฮาส์ลับกับทนายสาวผู้ขุดคุ้ยความจริง•ตอนที่ 3

พายุที่พัดพาความลับ

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังมันเข้ามาให้ได้ในวินาทีเดียว เรวิการีบก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นวางหนังสือจนข้าวของบนนั้นสั่นไหว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลในอก ความหวาดระแวงพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดเมื่อเงาร่างหลังกระจกฝ้าไม่ได้มีแค่เงาเดียว แต่มันแยกออกเป็นสอง... สาม... และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนน่ากลัว "เปิดประตูเดี๋ยวนี้! เรวิกา ฉันรู้ว่าเธออยู่ข้างใน!" เสียงตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดดังทะลุผ่านบานไม้เก่าๆ เข้ามา มันไม่ใช่เสียงของมือสังหารหรือศัตรูคู่อาฆาตที่เธอเคยคาดการณ์ไว้ แต่เป็นเสียงที่คุ้นหูจนน่าขนพองสเกล เธอกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ สมองอันปราดเปรียวของทนายสาวประมวลผลอย่างรวดเร็ว ใครบางคนกำลังเล่นเกมตลกร้ายกับเธอ และคนที่พาเธอมาหลบซ่อนในเซฟเฮาส์กลางป่าลึกแห่งนี้ต่างหากที่ต้องเป็นคนอธิบาย พรึบ! ร่างสูงโปร่งของดารินพุ่งเข้ามาประชิดตัวเรวิกาอย่างรวดเร็วดั่งเสือดาว มือเรียวแข็งแรงคว้าแขนเรียวของเธอไว้แล้วดึงให้หลบพ้นแนวรัศมีของบานกระจกทันที ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำสนิทถูกดึงออกมาจากแจ็กเก็ตหนังอย่างเงียบเชียบ ดวงตาสีเข้มดุจรัตติกาลหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความเยือกเย็น ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงประกายความดุดันที่พร้อมจะสังหารใครก็ตามที่กล้าล้ำเส้นเข้ามา "เงียบซะ" ดารินกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดอากาศหายใจ "ถ้าไม่อยากตายคาที่ตรงนี้ ก็หุบปากแล้วยืนนิ่งๆ" "ปล่อยฉันนะ ดาริน!" เรวิกาพยายามสะบัดแขนออกด้วยความโมโห แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะหน้าสิ่วหน้าขวาน แต่ความอวดดีและทิฐิของทนายสาวไม่เคยลดลงแม้แต่น้อย เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับอดีตสายลับสาวอย่างไม่เกรงกลัว "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! พวกมันตามเรามาได้ยังไง หรือเธอเป็นคนพาพวกมันมาสอดแนมตั้งแต่แรกแล้วฮะ!" ดารินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าหวานที่เชิดขึ้นอย่างท้าทายด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ระคนระอาใจ ผู้หญิงคนนี้มีสัญชาตญาณของการเป็น 'ตัวปัญหา' เต็มขั้น ปากคอเราะร้ายไม่เคยเปลี่ยน ต่อให้ปากกระบอกปืนจ่ออยู่ตรงหน้า ก็ยังไม่วายหาเรื่องทะเลาะกับเธอได้ "เธอคิดได้แค่นี้หรือไง เรวิกา?" ดารินเค้นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน มือข้างหนึ่งยังคงล็อกเอวบางไว้แน่นไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายดิ้นหลุด ขณะที่สายตายังคงจับ Cctv หน้าจอเล็กบนโต๊ะทำงานที่เชื่อมกับกล้องวงจรปิดด้านนอก "ถ้าฉันอยากฆ่าเธอ ฉันคงไม่ต้องลำบากพามาถึงเซฟเฮาส์นี่หรอก ยิงทิ้งตั้งแต่ในเมืองก็จบเรื่องแล้ว" "งั้นก็บอกมาสิว่าไอ้พวกบ้าข้างนอกนั่นเป็นใคร!" เรวิการemกเสียงถามกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธกรุ่น "พวกมันเรียกชื่อฉัน แสดงว่าพวกมันต้องการตัวฉัน แล้วเธอล่ะ... เกี่ยวอะไรกับพวกมัน ทำไมเราต้องมาติดแหง็กอยู่ในที่บ้าๆ นี่ด้วยกันสองคน!" "เพราะเธอมันอวดเก่งไง!" ดารินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มงวดและจริงจังจนเรวิกาชะงักไป "คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกผู้ผดุงความยุติธรรม คดีของพ่อเธอทำให้เธอกลายเป็นเป้าหมายที่พวกมันต้องกำจัดทิ้ง ถ้าฉันไม่ลากเธอออกมาจากห้องพักบ้าๆ นั่น ป่านนี้เธอคงกลายเป็นศuไร้ญาติขาดมิตรนอนอยู่ในโรงพยาบาลหรือแม่น้ำไปแล้ว!" คำพูดเจ็บแสบพุ่งตรงเข้ากลางใจ ทำให้เรวิการู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แม้ลึกๆ จะรู้ดีว่าสิ่งที่ดารินพูดคือความจริง แต่ทิฐิที่มีมันค้ำคอจนเธอไม่อمكنยอมรับมันออกมาได้ง่ายๆ "ถึงฉันจะตาย มันก็เรื่องของฉัน!" เรวิการemเสียงสั่นด้วยความอัดอั้นตันใจ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความโกรธและน้อยใจผสมปนเปกัน "ไม่ต้องมายุ่ง! ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงฉันด้วย!" "ห่วง?" ดารินทวนคำเสียงสูง มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันแต่แววตากลับไหววูบอย่างประหลาด ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวเรวิกาจนแผ่นหลังบางแนบติดกับผนังห้องเย็นเฉียบ ปิดกั้นทุกทางหนีด้วยลำตัวที่สูงใหญ่กว่า "เธอคิดว่าฉันทำทั้งหมดนี่เพราะความสงสารหรือไง เรวิกา?" บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ไดอะล็อกคมคายและการปะทะฝีปากที่ดุเดือดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวของเรวิกาผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าจมูกของอดีตสายลับสาว ทำให้หัวใจที่เคยด้านชาเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ เรวิกาชะงัก ลมหายใจติดขัดเมื่อใบหน้าคมคายของดารินโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไม่ได้มีความเยือกเย็นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความปรารถนาอันล้ำลึกและประกายความหึงหวงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความปากร้าย "แล้ว... เพราะอะไรล่ะ" เรวิกาเผลอหลุดปากถามด้วยน้ำเสียงที่เบาลงโดยไม่รู้ตัว ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความหวั่นไหวที่เริ่มกัดกินหัวใจทีละน้อย ดารินไม่ตอบด้วยคำพูด ปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าของทนายสาวแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับบุคลิกแข็งกระด้างทำให้เรวิการู้สึกราวกับถูกมนต์สะกด เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยามเมื่อสายตาคู่คมคายนั้นเลื่อนลงมองริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริก "เพราะว่า..." ดารินกระซิบชิดริมฝีปาก นํ้าเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "ฉันเกลียดเวลาที่เห็นเธอทำตัวเก่งไปซะทุกเรื่อง... ยกเว้นเรื่องปกป้องตัวเอง" ตุบ! ตุบ! ตุบ! เสียงทุบประตูด้านนอกดังกระหน่ำขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงกระจกหน้าต่างแตกเพล้ง! เศษกระจกกระจายเกลื่อนพื้นห้อง ดารินดึงสติกลับมาในเสี้ยววินาที ร่างสูงผลักเรวิกาไปหลบหลังตู้เสื้อผ้าไม้เนื้อแข็ง พร้อมกับยกปืนขึ้นเล็งตรงไปยังบานประตูที่กำลังถูกพังทลายลงมาอย่างช้าๆ ทว่า... สิ่งที่ก้าวผ่านช่องประตูกลับไม่ใช่เงาของมือสังหารหรือศัตรูอย่างที่พวกเธอคาดคิด รองเท้าหนังขัดมันก้าวเข้ามาหยุดอยู่กลางห้อง พร้อมกับเงาร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนียบเรียบที่เรวิการู้จักดี ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้มเยือกเย็น ดวงตาคู่คมจ้องมองมาที่พวกเธอด้วยแววตาสมเพชระคนขบขัน "ไงจ๊ะ... ลูกสาวตัวดี พ่อบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าดื้อรั้นนัก..." ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นแรงไปพร้อมกับตัวละครค่ะ!
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับทนายสาวผู้ขุดคุ้ยความจริง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%