“นิ้วของเธอสั่น รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความกังวลของอาจารย์ที่ปรึกษาดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องซ้อมดนตรี เสียงเปียโนตัวเก่งที่เคยเป็นเพื่อนสนิท กลับกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจเมื่อมันสะท้อนความผิดพลาดออกมาทุกครั้งที่รินรดากดคีย์ลงไป ความสั่นไหวของปลายนิ้วไม่ได้เกิดจากความเหนื่อยล้าทางกาย แต่มันเกิดจาก 'เงา' ของความคาดหวังที่เธอมองเห็นสะท้อนอยู่ในกระจกบานใหญ่ตรงหน้า
รินรดาหยุดการเคลื่อนไหว ลมหายใจของเธอขาดห้วง เธอจ้องมองมือตัวเองที่วางพาดอยู่บนคีย์สีขาวสลับดำราวกับมันเป็นสิ่งแปลกปลอม
“มันไม่ใช่แค่นิ้วที่สั่นค่ะอาจารย์... แต่มันคือทุกอย่างในหัวของรินที่กำลังพังทลายลงมา” เธอเอ่ยเสียงเบาหวิว ราวกับเกรงว่าหากพูดดังไปกว่านี้ ความเปราะบางในใจจะแตกสลายเสียก่อน
“ถ้าเธอเอาแต่กังวลถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา การแสดงครั้งนี้ก็มีแต่จะจบลงด้วยความล้มเหลว ลืมไปหรือยังว่าทำไมเธอถึงเริ่มเล่นเปียโนตั้งแต่แรก?”
รินรดาไม่ตอบ เธอหลับตาลง ภาพของความฝันที่เคยสว่างไสวในวัยเยาว์บัดนี้กลับพร่าเลือน ความคาดหวังจากครอบครัวที่กดทับลงมาบนบ่าราวกับก้อนหินหนักอึ้งบดบังทัศนวิสัยของเธอจนหมดสิ้น เธอไม่ได้ต้องการแค่จะเล่นเปียโนให้ดีที่สุด แต่นี่คือตั๋วใบเดียวที่จะพาเธอไปสู่โลกที่เธอเลือกเอง ไม่ใช่โลกที่ครอบครัวขีดเส้นตายไว้ให้
ขณะที่ความเงียบเข้าครอบงำ ประตูห้องซ้อมก็เปิดออกเบาๆ เมฆายืนอยู่ตรงนั้น ในมือของเขามีแก้วกาแฟอุ่นๆ ที่เขาแวะซื้อมาให้ตามความเคยชิน สายตาของเขาสบเข้ากับดวงตาที่รื้นไปด้วยหยาดน้ำใสของรินรดา เขาไม่ได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเขาอ่านความรู้สึกของเธอออกเสมอผ่านระยะห่างระหว่างเรา
เมฆาเดินเข้ามาใกล้ วางแก้วกาแฟลงบนหลังเปียโนไม้เงาวับ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ เธอ เงียบเชียบแต่หนักแน่น
“ถ้ากลัวว่าโน้ตตัวต่อไปจะผิด... ก็แค่ปล่อยให้เสียงดนตรีนำทางไปแทนที่จะบังคับมันสิ” เมฆากระซิบ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนจนน่าใจหาย
“เมฆา... ถ้าฉันพลาดล่ะ ถ้าพรุ่งนี้งานแสดงมันออกมาไม่ดีเหมือนที่ทุกคนคาดหวัง ฉันจะยังเป็นฉันคนเดิมที่มีที่ยืนในสายตาทุกคนหรือเปล่า” รินรดาหันไปถามเขา สายตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว “บางทีฉันอาจจะไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ก็ได้”
เมฆาหันมองเธอ ใบหน้าของเขาดูซีดเซียวลงกว่าปกติเล็กน้อยภายใต้แสงไฟสลัว แต่เขาก็ยังคงส่งยิ้มบางๆ ที่ดูอบอุ่นและมั่นคงมาให้ เขาเอื้อมมือไปกุมมือที่สั่นเทาของรินรดาไว้แน่น
“เธอกลัวการตัดสินของโลก แต่เธอเคยถามตัวเองไหมว่าจริงๆ แล้วเธอกลัวการเสียความฝัน หรือกลัวว่าจะไม่มีใครยอมรับในตัวตนที่แท้จริงของเธอกันแน่” เมฆาเว้นจังหวะ ลมหายใจของเขาเริ่มหอบสั้นผิดปกติ แต่เขาพยายามฝืนบังคับมันไว้ “ริน... ต่อให้โลกนี้จะตัดสินเธออย่างไร แต่สำหรับฉัน การที่ได้เห็นเธออยู่หน้าเปียโนนั่น คือภาพที่สวยงามที่สุดที่ฉันเคยเห็นมาตลอดชีวิต”
รินรดาใจกระตุกวูบ เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบจากมือของเมฆา ความอบอุ่นที่เขาหยิบยื่นให้มาโดยตลอดเริ่มสั่นคลอนด้วยความลับที่เขากำลังปิดบังไว้ เธออยากจะเอ่ยถามถึงอาการของเขา แต่ความหวาดกลัวเรื่องงานแสดงก็ดึงรั้งเธอไว้จนไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของชายหนุ่มที่เริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
“ฉันจะผ่านมันไปได้ไหมเมฆา... กับความกดดันที่ถาโถมเข้ามาแบบนี้”
“เธอต้องผ่านไปได้ เพราะเธอไม่ได้เดินคนเดียว” เมฆาตอบพร้อมกับบีบมือเธอเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยมือแล้วลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่งจนเขาสะดุดเข้ากับเก้าอี้ดนตรี
“เมฆา!” รินรดาร้องเรียกด้วยความตกใจ เธอลุกขึ้นจะไปประคองเขา แต่ชายหนุ่มกลับยกมือขึ้นห้ามด้วยสายตาที่แสดงถึงความเจ็บปวดที่พยายามซ่อนไว้
“ฉันไม่เป็นไร แค่เวียนหัวนิดหน่อย” เขาฝืนยิ้ม ก่อนจะเดินไปที่ประตู “ซ้อมต่อเถอะริน... พรุ่งนี้เธอจะมีวันที่สวยงามที่สุด ฉันสัญญา”
เขาก้าวออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและกลิ่นกาแฟจางๆ รินรดามองแผ่นหลังของเขาที่เดินโซเซไปตามทางเดินแคบๆ ในความมืด ความกังวลเรื่องงานแสดงเริ่มถูกแทนที่ด้วยลางสังหรณ์ประหลาดที่เกาะกินหัวใจ เธอตัดสินใจวิ่งตามเขาออกไปทันทีโดยไม่รีรอ
เมื่อเลี้ยวพ้นมุมตึก รินรดาก็ต้องชะงักฝีเท้า หัวใจของเธอแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นเมฆากำลังทรุดตัวลงกับพื้น โดยมีซองยาซองหนึ่งที่เพิ่งร่วงหล่นจากกระเป๋าเสื้อของเขา และในวินาทีที่แสงไฟจากทางเดินสาดส่องลงบนซองยานั้น รินรดาก็ได้เห็นชื่อโรคที่ถูกเขียนไว้บนฉลากชัดเจนจนไม่อาจปฏิเสธความจริงอันโหดร้ายนี้ได้อีกต่อไป
ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวเข้าไปหา กลับมีเงาร่างหนึ่งของใครบางคนเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับเมฆา คนคนนั้นคืออดีตคนรักที่หายสาบสูญไปนานของเมฆา ซึ่งก้มลงหยิบซองยานั้นขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูน่าขนลุกก่อนจะหันมาสบตากับรินรดาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความลับ
แสงดาวพร่างพราวขอบพระคุณทุกหัวใจที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่เปียโนบรรเลงเป็นเพื่อนหัวใจในบทนี้ด้วยกันนะคะ
ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว•ตอนที่ 41
เงาแห่งอดีต
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!