ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว•ตอนที่ 42

กำลังใจจากเมฆา

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
หน้าจอมือถือสว่างวาบขึ้นในความมืดสนิทของห้องนอนแคบๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษโน้ตเพลงและหยดน้ำตาที่แห้งกรัง รินรดากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด หน้าจอแสดงไฟล์วิดีโอความยาวสามนาทีสิบสองวินาที ส่งตรงมาจากคนที่อยู่ไกลสุดขอบฟ้า… คนที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะโทรศัพท์ไปรบกวนในยามที่หัวใจเธอกำลังจะแตกสลายเช่นนี้ นิ้วเรียวสั่นเทาจนเกือบกดพลาด เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ ก่อนจะกดปุ่มเล่นวิดีโอด้วยความกล้าๆ กลัวๆ แสงสีนวลจากหน้าจอสาดกระทบใบซีดเซียวของหญิงสาว ปรากฏภาพของห้องพักสีขาวสะอาดตาและชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่เธอมองเห็นจนคุ้นตา เมฆายืนอยู่หน้าขาตั้งกล้อง ใบหน้าคมคายนั้นไม่ได้สวมแว่นตาที่เขามักจะใส่ยามอ่านหนังสือ แววตาคู่คมที่มักจะฉายแววอ่อนโยนเสมอเวลามองเธอบัดนี้ดูอิดโรยลงเล็กน้อย แต่รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากยังคงอบอุ่นเหมือนวันที่เคยนั่งเคียงข้างกันใต้ต้นคูนริมรั้วมหาวิทยาลัย "ริน..." เสียงทุ้มต่ำที่หลุดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์เบาราวกับเสียงกระซิบ แต่กลับดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของห้อง รินรดาชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดกึก เผลอยื่นมือไปแตะหน้าจอตรงริมฝีปากของเขาโดยไม่รู้ตัว ราวกับหวังว่าความอบอุ่นผ่านหน้าจอนี้จะซึมซับเข้ามาเยียวยาหัวใจที่เหนื่อยล้า "ถ้าเธอได้ดูคลิปนี้ แสดงว่าค่ำคืนนี้เธอกำลังเผชิญหน้ากับความกลัวสินะครับ..." เมฆาเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาหลบมุมกล้องไปชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับมามองตรงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นคง "อย่าร้องไห้เลยนะ... หยดน้ำตาของนักเปียโนน่ะ มีค่าเกินกว่าจะเสียให้1กับความไม่มั่นใจในตัวเอง" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอาบแก้มอย่างไร้เสียง เธอส่ายหน้าช้าๆ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาไม่มีวันมองเห็น "จำวันที่เรานั่งมองกลุ่มดาวลูกไก่ด้วยกันได้ไหม?" เมฆาเอ่ยต่อ น้ำเสียงของเขาเจือความนุ่มนวลชวนฝัน "เธอบอกว่าดวงดาวพวกนั้นอยู่ไกลลิบ แต่แสงของมันใช้เวลาเดินทางเป็นร้อยปีเพื่อมาส่องประกายให้เราเห็น ความฝันของเธอก็เหมือนกันนะริน มันอาจจะดูไกลและยากเย็นในวินาทีนี้ แต่มันกำลังเดินทางมาหาเธอ... ขอแค่เธออย่าเพิ่งหยุดเล่นเปียโน" ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อย ภาพในวิดีโอเผยให้เห็นเปียโนหลังเก่าที่มุมห้องของเขา เมฆานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ นิ้วเรียวยาวของเขาวางลงบนลิ่มคีย์บอร์ดสีขาวดำ ก่อนจะบรรเลงบทเพลงสั้นๆ ที่เขาแต่งขึ้นเองเพื่อเธอโดยเฉพาะ เสียงดนตรีอันอ่อนหวานแต่แฝงด้วยความเศร้าสร้อยลอยละลิ่วออกมา ทำนองนั้น… คือทำนองเดียวกับที่เธอเคยบรรเลงร่วมกับเขาในห้องซ้อมดนตรีอับทึบ ท่ามกลางหยาดเหงื่อและเสียงหัวเราะในวันที่โลกยังใจดีกับพวกเขาทั้งคู่ "เมฆา..." รินรดารำพึงชื่อนั้นออกมาอย่างแผ่วเบา หัวใจที่เคยเหี่ยวเฉาเริ่มพองโตขึ้นทีละน้อย ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่กัดกินจิตใจมาหลายวันถูกปัดเป่าด้วยเสียงดนตรีและสายตาที่เปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นจากคนในจอ วิดีโอดำเนินมาถึงช่วงท้าย เมฆาหันกลับมามองหน้ากล้องอีกครั้ง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้า ทว่าแววตาคู่นั้นกลับลึกซึ้งเกินกว่าคำบรรยายใดๆ "ไม่ว่าพรุ่งนี้กรรมการจะตัดสินอย่างไร ไม่ว่าทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคมากแค่ไหน จำไว้นะริน... เมฆาคนนี้ จะยังคงเป็นท้องฟ้าที่คอยรองรับดวงดาวอย่างเธอเสมอ" ชายหนุ่มเว้นจังหวะครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของหญิงสาวแทบหยุด "สู้เขานะครับ... คนเก่งของผม" หน้าจอดับลงพร้อมกับวิดีโอที่เล่นจบ ทิ้งให้รินรดานั่งนิ่งงันอยู่ท่ามกลางความมืดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้... ความมืดไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไปแล้ว ความอบอุ่นจากถ้อยคำเหล่านั้นแผ่ซ่านอยู่ในอก ราวกับมีไออุ่นของดวงอาทิตย์ยามเช้ามาโอบกอดเธอไว้ หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด มือที่เคยสั่นเทากลับมามั่นคงอีกครั้ง เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตรงไปยังเปียโนสีดำขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างอาบทับลงบนเรือนร่างของเธอ สะท้อนประกายความมุ่งมั่นที่ลุกโชนขึ้นในดวงตาคู่สวย พรุ่งนี้... คือวันออดิชันรอบสุดท้าย รอบที่จะกำหนดว่าเธอจะได้ก้าวไปยืนบนเวทีระดับประเทศตามความฝัน หรือต้องพับเก็บความฝันแล้วเดินตามเส้นทางที่ครอบครัวขีดไว้ให้ และเธอก็ได้คำตอบให้กับหัวใจตัวเองแล้ว รินรดานั่งลงบนเก้าอี้เปียโน วางนิ้วลงบนคีย์บอร์ดเตรียมจะซ้อมบทเพลงอีกรอบเพื่อความสมบูรณ์แบบ แต่ทว่า... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางความเงียบสงัดยามวิกาล รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ดึกป่านนี้แล้ว ใครกันที่จะมาหาเธอ? แม่ที่ควรจะนอนหลับไปนานแล้ว หรืออาจจะเป็นเพื่อนบ้าน? เธอลุกขึ้นเดินไปที่ประตูอย่างระมัดระวัง บิดลูกกลอนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ใต้แสงไฟสลัวทางเดิน หัวใจของรินรดากระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอย ลมหายใจขาดห้วงในทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า... ไม่ใช่แม่ และไม่ใช่ใครอื่น แสงดาวพร่างพราวขอบพระคุณทุกหัวใจที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่เปียโนบรรเลงเป็นเพื่อนหัวใจในบทนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%