ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบเคาะลงบนผิวไม้เนื้อแข็งของโต๊ะทำงานอย่างเชื่องช้า—จังหวะเดียวกับเข็มวินาทีบนนาฬิกาแขวนผนังที่ดังแข่งกับความเงียบงันในยามวิกาล รินรดายังคงนั่งอยู่ตรงนั้น ในห้องนอนที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียงที่สาดส่องให้เห็นเงาสะท้อนของเธอในกระจกเงาบานใหญ่ ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความง่วงงุน มีเพียงประกายไหววับของหยดน้ำตาที่เอ่อคลอแต่ไม่ยอมร่วงหล่นพร่างพราวออกมา เหมือนดวงดาวที่พยายามส่องแสงแข่งกับกลุ่มเมฆหมอกหนาทึบในคืนไร้เดือน
พรุ่งนี้แล้ว... พรุ่งนี้คือวันออดิชั่นรอบตัดสินที่จะกำหนดว่าประตูบานใหญ่สู่ออสเตรียจะเปิดต้อนรับเธอ หรือมันจะปิดตายลงพร้อมกับความคาดหวังทั้งหมดที่ครอบครัวแบกบ่าส่งมอบให้
รินรดายกมือขึ้นกุมขมับเบาๆ เมื่อความทรงจำในอดีตเริ่มไหลย้อนกลับมาประดังประเดในหัว สมุดโน้ตเพลงเล่มเก่าที่ถูกเก็บไว้ในลิ้นชักลึกที่สุดถูกหยิบขึ้นมาพลิกเปิด หน้ากระดาษสีเหลืองนวลตามกาลเวลาเต็มไปด้วยรอยดินสอขีดเขียน ลายมือหวัดๆ ของเด็กหญิงวัยสิบห้าปีที่เคยเขียนไว้ตัวโตๆ ว่า *‘โตขึ้น รินจะเป็นนักเปียโนที่เล่นให้คนทั่วโลกฟัง’*
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของใครบางคนแว่วเข้ามาในความรู้สึก เมฆา... ชายหนุ่มผู้ไม่เคยเอ่ยคำหวานเลี่ยน แต่กลับยืนอยู่เคียงข้างเธอในทุกครั้งที่เปียโนในห้องซ้อมหลังโรงเรียนส่งเสียงเพี้ยน ภาพวันวานที่เขานั่งกอดอกพิงผนังห้อง ฟังเธอบรรเลงบทเพลงของโชופןด้วยความตั้งใจ จนกระทั่งแสงสุดท้ายของวันลับขอบฟ้า
*“เธอเล่นเพลงนี้เหมือนคนกำลังร้องไห้เลยนะ ริน”* เสียงนั้นกระซิบแผ่วเบาในความทรงจำ
*“ก็เพราะว่ามันเศร้าไม่ใช่เหรอคะเมฆ...”* รินรดาในวัยเด็กเคยตอบเช่นนั้น
*“เปล่าเลย... มันไม่ได้เศร้า แต่มันกำลังโหยหาบางอย่างต่างหาก โหยหาอิสรภาพที่จะได้เลือกทางเดินของตัวเองจริงๆ”*
คำพูดของเมฆาในวันนั้น กลับมามีน้ำหนักและบาดลึกในหัวใจของเธออย่างประหลาดในค่ำคืนนี้ รินรดากำกระดาษโน้ตในมือแน่นจนยับยู่ยี่ เธอไม่ได้กลัวความยากของบทเพลงที่จะต้องบรรยายในวันพรุ่งนี้ แต่เธอกลัว... กลัวว่าเสียงเปียโนของเธอจะไม่มีจิตวิญญาณ กลัวว่าเธอจะกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดที่เล่นไปตามโน้ตที่ถูกขีดเส้นใต้ด้วยความคาดหวังของมารดา โดยไม่มีความเป็นตัวของตัวเองหลงเหลืออยู่เลย
หญิงสาวลุกขึ้นเดินไปที่เปียโนแกรนด์เปียโนสีดำเงาวับตั้งตระหง่านอยู่มุมห้อง ฝาปิดถูกปิดสนิท แต่เธอกลับรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของสายเปียโนข้างในราวกับมันกำลังเรียกหา รินรดายื่นมือไปสัมผัสผิวไม้ที่เย็นเยียบ หลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทาของหัวใจที่กำลังเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
ถ้าหากนี่คือคืนสุดท้ายก่อนที่เธอจะต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต—ระหว่างการเดินตามเส้นทางที่ปูพรมแดงไว้ให้ด้วยความปลอดภัย แต่ไร้ซึ่งหัวใจ กับการก้าวออกไปเผชิญความมืดมนเบื้องหน้าพร้อมกับความฝันที่อาจแหลกสลายได้ทุกเมื่อ เธอควรจะเลือกสิ่งไหน?
เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเปียโนสั่นครึ่กดึงเธอกลับสู่ความเป็นจริง หน้าจอเรืองแสงวาบขึ้นพร้อมกับชื่อของคนที่เธอคิดถึงที่สุดในยามวิกาลนี้... ‘เมฆา’
รินรดานิ่งงัน หัวใจกระตุกวูบ เธอจะกดรับดีไหม หรือปล่อยให้มันดับลงไปพร้อมกับความลังเลที่กัดกินจิตใจ? แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะทันได้แตะหน้าจอ เสียงเคาะเบาๆ ที่กระจกหน้าต่างห้องนอนชั้นสองก็ดังขึ้น—ก๊อก ก๊อก... สามครั้ง ราวกับสัญญาณลับที่รู้กันเพียงแค่เราสองคน
หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองยังบานหน้าต่างที่ถูกผ้าม่านสีครีมบังไว้ครึ่งหนึ่ง เงาร่างสูงโปร่งที่คุ้นเคยทาบทับอยู่หลังกระจก ท่ามกลางสายลมเย็นย่ำยามดึกที่พัดโชยกลิ่นอายฝนจางๆ เข้ามา
แสงดาวพร่างพราวขอบพระคุณทุกหัวใจที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่เปียโนบรรเลงเป็นเพื่อนหัวใจในบทนี้ด้วยกันนะคะ
ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว•ตอนที่ 43
คืนก่อนการแสดง
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!