ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว•ตอนที่ 44

การเริ่มต้นใหม่

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
กลิ่นอายจางๆ ของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ราคาแพงคละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของบิดາ รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะไม้สักทองที่สะท้อนเงาของเธอให้บิดเบี้ยวเล็กน้อย เอกสารทุนการศึกษาต่อด้านบริหารธุรกิจระดับปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษวางอยู่ตรงหน้า เหมือนคมมีดที่ถูกลับจนคมกริบ รอเพียงการตวัดปลายปากกาเพื่อแลกอนาคตที่ถูกขีดเส้นไว้อย่างสมบูรณ์แบบ กับอิสรภาพทางจิตวิญญาณที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต "พ่อแค่อยากให้ลูกมั่นใจว่าทางที่ลูกเลือก จะไม่พาไปสะดุดล้มกลางทางเหมือนดนตรีพวกนั้น" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของบิดาดังขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากเย็น ปลายเรียวนิ้วสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเอื้อมไปแตะด้ามปากกาหมึกซึมราคาแพง เธอไม่ได้มองหน้าพ่อ สายตาของเธอกวาดผ่านตัวหนังสือสัญญาที่ผูกมัดชีวิตเธอไว้กับความคาดหวังของวงศ์ตระกูล ภาพของเปียโนหลังเก่าในห้องซ้อมดนตรีแคบๆ แวบเข้ามาในหัว เสียงบรรเลงบทเพลงสุดท้ายร่วมกับเมฆายังคงก้องกังวานในความรู้สึก เหมือนเสียงกระซิบเตือนสติว่าหัวใจของเธอกำลังจะตายทั้งเป็นหากยินยอมก้าวเดินตามเส้นทางนี้ "หนูไม่ได้สะดุดล้มค่ะคุณพ่อ..." รินรดาเปล่งเสียงออกมา แม้จะเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่มันกลับก้องกังวานหนักแน่นในห้องที่เงียบงัน เธอชักมือกลับจากการเอื้อมคว้าปากกานั้นอย่างเด็ดขาด หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะที่รัวเร็วแต่เปี่ยมด้วยพลังชีวิต นี่ไม่ใช่การต่อต้านด้วยความไร้เดียงสาของเด็กสาววัยรุ่น แต่มันคือการประกาศอิสรภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่กล้าหาญพอจะเผชิญหน้ากับความว่างเปล่า เพื่อแลกกับการได้เป็นเจ้าของลมหายใจของตนเอง บิดาชะงัก สีหน้าเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจที่ฉายชัดผ่านรอยย่นบนหน้าผาก "รินรดา ลูกรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่ ความฝันบ้าๆ นั่นมันกินไม่ได้!" "แต่มันทำให้หนูมีชีวิตอยู่ค่ะ..." รินรดาเงยหน้าสบตาพ่ออย่างไม่หลบเลี่ยง แววตาของเธอสั่นไหวแต่เต็มไปด้วยประกายแสงแห่งความหวังที่แม้แต่ตัวเธอเองก็เพิ่งค้นพบ "หนูเคารพและรักคุณพ่อเสมอ แต่ชีวิตนี้เป็นของหนู... หนูขอเลือกทางเดินนี้ด้วยตัวเองค่ะ" ร่างบางหมุนตัวหันหลังให้โต๊ะทำงานนั้นทันที โดยไม่รอฟังคำพิพากษาใดๆ เพิ่มเติม เสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินออกจากห้องทำงานใหญ่ให้ความรู้สึกเหมือนการหลุดพ้นจากโซ่ตรวนที่พันธนาการมาเนิ่นนาน ทันทีที่ประตูไม้บานนั้นปิดลง หยาดน้ำตาที่อดกลั้นไว้ก็ไหลรินอาบแก้ม ไม่ใช่ด้วยความเสียใจ แต่เป็นความโล่งอกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ทว่า เมื่อก้าวพ้นตัวบ้านออกมาสู่สวนกุหลาบยามบ่าย บรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบลงอย่างประหลาด ร่างสูงโปรคุ้นตาของเมฆายืนพิงอยู่กับเสารั้วสีขาว ร่างกายของเขาสอบลู่กับเสื้อเชิร์ตสีอ่อน ปลายผมปลิวไสวไปตามลม แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม คือรอยยืดหยุ่นที่ฝืนเกร็งบนใบหน้าซีดเซียว และคราบสีแดงเข้มที่ซึมออกมาจากมุมปากของเขา เมฆายกปลายนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองอย่างลวกๆ พยายามซ่อนหลักฐานบางอย่าง แต่ไม่ทันเสียแล้ว รินรดาทิ้งกระเป๋าในมือวิ่งเข้าไปหาด้วยความตกใจสุดขีด "เมฆา! คุณเป็นอะไร... ทำไมถึง..." รินรดาประคองแขนเขาไว้ ร่างกายของชายหนุ่มเย็นเฉียบราวกับคนไร้ซึ่งอุณหภูมิในร่างกาย เมฆายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เธอคุ้นเคยแต่มันช่างอ่อนล้าเหลือเกิน เขาสบตาเธอนิ่งนานราวกับต้องการเก็บภาพความงดงามนี้ไว้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาหยุดหมุน "ยินดีด้วยนะ... กับการเริ่มต้นใหม่ของเธอ" เมฆากระซิบเสียงพร่า พร้อมกับทรุดร่างลงในอ้อมแขนของเธออย่างหมดแรง ขณะที่กระดาษผลตรวจสุขภาพโรงพยาบาลฉบับหนึ่งร่วงหล่นจากกระเป๋าเสื้อของเขาลงแทบเท้าของเธอ แสงดาวพร่างพราวขอบพระคุณทุกหัวใจที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่เปียโนบรรเลงเป็นเพื่อนหัวใจในบทนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%