นิ้วเรียวเล็กของรินรดากดลงบนคีย์สีขาวตัวสุดท้าย เสียงตัวโน้ตตัวนั้นลอยเคว้งคว้างอยู่ในห้องซ้อมดนตรีขนาดกะทัดรัด ก่อนจะจางหายไปในความเงียบงันที่น่าอึดอัด เมฆานั่งอยู่บนเก้าอี้โซฟาบุผ้าฝ้ายสีเทาอ่อนมุมห้อง สายตาของเขาไม่ได้มองที่เปียโน แต่อยู่ที่ปลายนิ้วของเธอ—ปลายนิ้วที่ยังมีรอยพลาสเตอร์ยาปิดทับรอยแผลจากการซ้อมหนักหน่วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
"เธอไม่ได้กำลังเล่นเพลงให้ฉันฟัง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ "เธอกำลังลงโทษเปียโนตัวนั้นต่างหาก ริน"
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันขวับกลับมามองชายหนุ่มผู้เป็นทั้งเพื่อนสนิทและพื้นที่ปลอดภัยเดียวในยามที่โลกกดดัน แววตาของเธอไหววูบด้วยความเหนื่อยล้าผสมผสานกับความดื้อรั้นที่ยังคงคุกรุ่น "แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะคะเมฆ! ในเมื่อทุกอย่างมันบีบเข้ามาทางนี้ ทางเลือกทุนการศึกษาที่เยอรมนี ความคาดหวังของแม่ที่อยากให้ฉันเรียนต่อด้านบริหารธุรกิจ... หรือแม้กระทั่งเรื่องของเธอ..."
เธอชะงัก ประโยคสุดท้ายกลืนหายไปในลำคอ เมฆาไม่ได้หลบตา เธอเห็นความเจ็บปวดระคนอ่อนโยนฉายชัดในนัยน์ตาคู่นั้น—นัยน์ตาที่มักจะซ่อนความลับเรื่องสุขภาพที่เขากำลังเผชิญอยู่เสมอ เขากลัวว่าตัวเองจะเป็นโซ่ตรวนที่ล่ามขาเธอน.อ.ไว้ไม่ให้บินไปสู่ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่กว่า
เมฆาลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาก้าวเข้ามาใกล้เปียโนทีละก้าว กลิ่นอายความคุ้นเคยและไออุ่นจากตัวเขาทำให้หัวใจที่กำลังพองโตด้วยความโกรธของรินรดค่อยๆ สงบลง ชายหนุ่มวางมือลงบนไหล่บางเบา สัมผัสผ่านเนื้อผ้าชุดเดรสสีมัสตาร์ดนั้นมั่นคงและเต็มไปด้วยความหมาย
"รินฟังฉันนะ..." เมฆาเอ่ยเสียงนุ่ม ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับกรอบหน้าของหญิงสาว "ความฝันที่จะเป็นนักเปียโนระดับโลกของเธอน่ะ มันไม่ใช่เรื่องของฉัน ไม่ใช่เรื่องของแม่เธอ แต่มันคือเรื่องของตัวเธอเอง เธอไม่ต้องแบกความสุขของฉันไว้บนบ่าแล้วคิดว่า ถ้าเธอทิ้งฉันไปที่อื่น ฉันจะพังทลายหรอกนะคะ"
"แต่ฉันไม่อยากเห็นเธออยู่คนเดียวตอนที่..." รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ น้ำตาคลอเบ้าอย่างสุดจะกลั้น "เธอคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าผลตรวจครั้งล่าสุดมันหมายความว่ายังไง เมฆ! เธอโกหกฉันไม่ได้หรอกนะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยน้ำหนักของความจริงที่ทั้งคู่พยายามหลบหนีมาตลอด เมฆาถอนหายใจยาวนาน มือที่วางบนไหล่เธอบีบกระชับขึ้นเล็กน้อย ราวกับต้องการถ่ายทอดพลังเฮือกสุดท้ายที่เขามี
"ความรัก... มันไม่ใช่การพยายามเหนี่ยวรั้งอีกคนไว้ในกรงทองที่ปลอดภัยที่สุดหรอกนะริน" เมฆายิ้มจางๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกินกว่าวัย "ความรักที่โตขึ้น คือการที่เรากล้าที่จะปล่อยให้อีกฝ่ายเดินไปในเส้นทางที่ควรจะเป็น แม้ว่าปลายทางนั้นจะไม่มีเราอยู่ข้างๆ ก็ตามที"
คำพูดนั้นราวกับค้อนทุบลงกลางใจของรินรดาริมฝีปากเธอกำเข้าหากันแน่น ความโกรธขึงก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจที่เจ็บปวดและงดงามในคราวเดียวกัน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเมฆา เห็นความจริงใจที่บริสุทธิ์ ไร้ซึ่งความเห็นแก่ตัวใดๆ เขาไม่ได้กำลังผลักไสเธอ แต่เขากำลังมอบอิสรภาพที่แท้จริงให้แก่เธอต่างหาก—อิสรภาพที่จะเลือกอนาคตของตัวเอง โดยไม่ต้องกังวลว่าจะทิ้งใครไว้เบื้องหลัง
"แล้วถ้าฉันเลือกที่จะอยู่ที่นี่... เลือกที่จะอยู่เล่นเปียโนให้เธอฟังทุกๆ วันแบบนี้ล่ะคะ?" เสียงของเธอสั่นพร่า มือเรียวเอื้อมไปกุมมือหนาของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ เขาจะหายวับไปกับตา
เมฆาส่ายหน้าช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยหยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนแก้มให้อย่างทะนุถนอม "ถ้าเธอทำแบบนั้น เธอก็ไม่ได้รักเสียงเพลงจากหัวใจจริงๆ หรอกนะริน และเธอก็ไม่ได้รักฉันในแบบที่เราควรจะเป็นด้วย ไปเถอะ... ไปทำตามความฝันที่เธอกล่าวอ้างกับฉันเสมอมา ซิวทุนนั้นให้ได้ แล้วกลับมาในฐานะนักเปียโนที่สง่างามที่สุด"
บรรยากาศในห้องซ้อมดนตรีอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความเศร้าโศก ความอาลัยอาวรณ์ และความเข้าใจอย่างถ่องแท้ รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจของเธอกำลังแตกสลายและถูกประกอบขึ้นใหม่ในเวลาเดียวกัน มันไม่ใช่ความรักแบบเด็กสาวที่เอาแต่ใจตัวเองอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือความรักของผู้ใหญ่สองคนที่เติบโตผ่านบททดสอบของชีวิต
เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบรับ ทว่าก่อนที่เสียงสะอื้นปนรอยยิ้มจะหลุดออกจากริมฝีปาก เสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นสามครั้งตามด้วยจังหวะที่คุ้นเคย ประตูห้องซ้อมถูกผลักเปิดออกช้าๆ โดยฝีมือของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ในยามวิกาล
แม่ของรินรดาก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความคาดหวังตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลับราบเรียบและอ่อนโยนอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
"แม่..." รินรดาอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ
ผู้เป็นแม่กวาดสายตามองทั้งสองคนสลับกันไปมาด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง ก่อนจะวางซองเอกสารลงบนหลังเปียโน แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาพลิกคว่ำไปในชั่วพริบตา
"เอกสารทุนไปศึกษาต่อที่เยอรมนี... แม่เซ็นรับรองให้เรียบร้อยแล้วนะลูก และอีกเรื่อง... หมอโทรศัพท์หาแม่เมื่อกี้นี้เอง เมฆา... อาการของหลาน... ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญแล้วเหมือนกัน"
แสงดาวพร่างพราวขอบพระคุณทุกหัวใจที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่เปียโนบรรเลงเป็นเพื่อนหัวใจในบทนี้ด้วยกันนะคะ
ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว•ตอนที่ 45
ความรักที่โตขึ้น
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!