ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว•ตอนที่ 46

เมื่อความฝันมีราคา

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
กลิ่นสนิมเหล็กและคราบเหงื่อจาง ๆ บนผิวแป้นเปียโนไม้เก่าคร่ำคร่าในห้องซ้อมชั้นใต้ดินของสถาบันดนตรีคือสิ่งเดียวที่ยังยืนยันว่ารินรดายังมีตัวตนอยู่จริงในโลกที่หมุนไปอย่างบ้าคลั่ง นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะกดลงบนคอร์ดที่เจ็บปวดที่สุดของบทเพลง *Chopin’s Ballade No. 4* เสียงดนตรีที่ดังสะท้อนก้องในห้องแคบ ๆ นี้ไม่ได้ไพเราะน่าฟัง แต่มันเต็มไปด้วยรอยแผล รอยร้าว และหยาดน้ำตาที่เธอเลือกจะกลืนมันลงคอไปพร้อมกับลมหายใจ "โน้ตตัวสุดท้ายเมื่อกี้ยังไม่คมพอค่ะริน... ถ้าคุณยังเล่นด้วยความลังเลแบบนี้ ความฝันที่ปารีสก็เป็นได้แค่ภาพลวงตาในกระจกเงาเท่านั้นแหละ" เสียงเตือนจากอาจารย์ที่ปรึกษาดังขึ้นจากเก้าอี้มุมห้อง น้ำเสียงนั้นไม่ได้ใจร้าย แต่มันมีความจริงอันโหดร้ายแทรกอยู่ทุกอณู ความฝันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยความปรารถนาดี แต่มันต้องแลกมาด้วยเวลา หยาดเหงื่อ และบางครั้ง... ก็คือความสัมพันธ์ที่เธอรักที่สุด รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ เธอไม่ได้ตอบโต้อะไร นอกจากเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาแขวนผนัง เข็มยาวชี้บอกเวลาเที่ยงคืนตรง นั่นหมายความว่าเธอใช้เวลาอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมนี้ติดต่อกันเป็นชั่วโมงที่แปดแล้ว โดยไม่ได้แตะโทรศัพท์มือถือเลยแม้แต่ครั้งเดียว หน้าจอที่คว่ำไว้บนเปียโนไร้ซึ่งการแจ้งเตือนใด ๆ ตั้งแต่หกโมงเย็น และนั่นคือสิ่งที่บีบคั้นหัวใจเธอเสียยิ่งกว่าความเจ็บที่ปลายนิ้ว เมฆาจะยังรอนាងอยู่ที่ร้านกาแฟหัวมุมถนนหรือเปล่า? หรือเขาเลือกที่จะเดินกลับห้องไปเงียบ ๆ เหมือนเช่นทุกครั้งที่เธอผิดนัด? คำถามนั้นวนเวียนอยู่ในหัว สมองของเธอสั่งให้หยุดพัก แต่หัวใจกลับสั่งให้บรรเลงบรรทัดต่อไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อหนีความจริงที่ว่าเธอกำลังสูญเสียบางสิ่งไปพร้อมกับการไขว่คว้าอนาคต "พักสักสิบนาทีเถอะค่ะริน หน้าซีดจนจะเป็นลมอยู่แล้ว" อาจารย์ถอนหายใจยาวก่อนจะเดินเลี่ยงออกจากห้อง ปล่อยให้รินรดาทรุดตัวลงพิงพนักเกียรติยศของเปียโน ร่างกายของเธออ่อนปวกเปียกราวกับกระดาษที่ถูกขยำ มือสั่นเทาดึงโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู หน้าจอว่างเปล่า ไร้ข้อความจากเมฆา มีเพียงสายที่ไม่ได้รับสามสายจากมารดา ที่โทรมาทวงถามเรื่องเอกสารสมัครทุนการศึกษาต่อต่างประเทศ และหนึ่งข้อความสั้น ๆ จากเพื่อนร่วมชั้นที่ส่งภาพตารางสอบซ้อมเดี่ยวรอบคัดเลือก รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความกดดันรอบด้านบีบอัดจนหน้าอกไหววูบ เธอกำลังทำตามความฝัน... ใช่ เธอกำลังเดินตามเส้นทางที่วาดฝันไว้ตั้งแต่เด็ก แต่ทำไมทุกย่างก้าวถึงโดดเดี่ยวและเหน็บหนาวถึงเพียงนี้ เธอยังจำรอยยิ้มของเมฆาในวันที่เธอบอกเขาเรื่องทุนการศึกษาได้ รอยยิ้มที่พยายามจะยินดี แต่ดวงตากลับไหววูบด้วยความหวาดกลัวว่าโลกของเขากำลังจะหลุดลอยออกไป *“ถ้าการไปถึงดวงดาวของริน หมายถึงการที่รินต้องทิ้งความอบอุ่นตรงนี้ไว้เบื้องหลัง... รินยังอยากจะไปอยู่ไหม?”* คำพูดของเมฆาเมื่อคืนก่อนยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิด ในตอนนั้นเธอยังตอบเขาอย่างมั่นใจว่าเธอทำได้ทั้งสองอย่าง แต่ในความเป็นจริง... เวลาที่มีอยู่วันละยี่สิบสี่ชั่วโมงกลับไม่อาจแบ่งปันให้ใครได้อย่างยุติธรรมเลย เธอเลือกดนตรี เธอเลือกอนาคต และเธอกำลังขโมยเวลาจากคนรักของเธอทีละน้อย จนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ความรักหายใจ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ดังสะท้อนโถงทางเดินด้านนอกทำให้รินรดาสะดุ้ง เธอนึกว่าอาจารย์ย้อนกลับมาทักท้วงเรื่องเวลา แต่เมื่อเงาของใครบางคนทาบทับลงบนกระจกใสของประตูห้องซ้อม หัวใจของเธอกลับกระตุกวูบด้วยความรู้สึกที่คุ้นเคย ไม่ใช่ร่างโปร่งบางของอาจารย์ผู้หญิง... แต่เป็นเงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่เธอกำลังคิดถึง รินรดาลุกขึ้นยืนทันที ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา เมฆายืนอยู่ตรงนั้น เสื้อแจ็คเก็ตสีเข้มชื้นละอองฝนยามดึก ปลอกแขนเสื้อพับขึ้นเผยให้เห็นข้อมือที่มีรอยช้ำจาง ๆ จากการทำงานหนัก ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่เธอ เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ความห่วงใย และความเงียบงันที่เจ็บปวด "เมฆ..." เสียงของเธอแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน "ดึกมากแล้วนะริน" เมฆาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่มันสั่นไหวในความรู้สึก "ผมผ่านมาแถวนี้... เลยแวะเอาซุปไก่มาให้ คุณยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เย็นไม่ใช่เหรอ" เขายื่นกล่องอาหารพลาสติกที่ยังอุ่นอยู่มาข้างหน้า รินรดามองกล่องนั้นสลับกับใบหน้าของคนที่ยอมยืนตากฝนรอเธออยู่หน้าสถาบันดนตรีทั้ง ๆ ที่เขาก็เหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวันไม่แพ้กัน ความรู้สึกผิดพวยพุ่งขึ้นมาจุกอก น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตลอดหลายชั่วโมงพังทลายลงมาอย่างไร้การควบคุม "เมฆ... ขอโทษค่ะ ริน..." เธอก้าวเข้าไปหา หมายจะโอบกอดร่างสูงที่ยืนนิ่งเป็นเสาหินนั้นเพื่อหาที่พักพิง แต่เมฆากลับถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างสุภาพ พร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ ที่ไร้ซึ่งความสุข รอยยิ้มที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกแทงเข้าที่กลางใจ "ไม่ต้องขอโทษหรอกครับริน" เมฆากล่าวด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทจนน่ากลัว "ความฝันของคุณมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ... และผมเข้าใจดีว่า ตอนนี้... ผมไม่ใช่คนที่อยู่ในงบประมาณนั้นอีกต่อไปแล้ว" แสงดาวพร่างพราวขอบพระคุณทุกหัวใจที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่เปียโนบรรเลงเป็นเพื่อนหัวใจในบทนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%