"อย่าเพิ่งเล่นโน้ตตัวนั้น... ริน มันยังไม่ถึงเวลาที่ความเศร้าจะพรั่งพรูออกมาขนาดนั้นค่ะ"
เสียงของอาจารย์ผู้ควบคุมวงดังก้องสะท้อนไปมาภายในหอประชุมใหญ่ที่ว่างเปล่า รินรดาชะงักนิ้วที่กำลังสั่นระริกอยู่เหนือลิ่มเปียโนสีขาวดำ แสงไฟสปอร์ตไลท์เพียงดวงเดียวที่ส่องลงมาบนเวทีทำให้เงาของเธอทอดยาวบิดเบี้ยวไปกับพื้นไม้เก่าแก่ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกเจ็บที่ขั้วปอด เธอรู้ดีว่าที่ผิดไม่ใช่จังหวะ แต่เป็นความรู้สึกข้างในที่มันพยายามจะแหกกฎเกณฑ์ของบทเพลงเพื่อกรีดร้องออกมา
"ขอโทษค่ะ... ขอเริ่มใหม่นะคะ" รินรดากล่าวเสียงเรียบ เธอไม่กล้าแม้แต่จะหันไปสบตาคนในทีมที่นั่งรออยู่ในเงามืดของฮอลล์ ความกดดันหนักอึ้งราวกับภูเขาที่วางทับบนบ่า นี่คือการซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนงานคอนเสิร์ตใหญ่ที่จะตัดสินอนาคตของเธอ
ในมุมมืดแถวเก้าอี้แถวที่สิบ เมฆานั่งนิ่งดุจรูปปั้น สายตาของเขาจับจ้องไปยังแผ่นหลังบางของหญิงสาวบนเวทีด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก มือหนาข้างหนึ่งของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน อีกข้างหนึ่งกำลังขยำกระดาษผลการตรวจจากโรงพยาบาลในกระเป๋ากางเกงจนยับยู่ยี่
เขาเห็นความดื้อรั้นในทุกการกดคีย์เปียโนของเธอ รินรดาไม่ได้กำลังบรรเลงเพลงตามโน้ต แต่นางกำลังใช้เสียงดนตรีเล่าเรื่องราวที่เธอไม่กล้าบอกใคร... เรื่องของความฝันที่ถูกจองจำ และความรักที่เธอกำลังพยายามคว้าเอาไว้ทั้งที่รู้ว่ามันอาจจะหลุดมือไป
"หยุดก่อน!" เสียงของเมฆาดังแทรกความเงียบขึ้นมา เขาลุกขึ้นยืนกะทันหันจนเก้าอี้กระแทกพื้นเสียงดัง รินรดาสะดุ้งโหยง หันขวับมามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
"เมฆ... เธอจะทำอะไร"
"ริน... เธอไม่ต้องรอให้ถึงท่อนสุดท้ายเพื่อจะระเบิดอารมณ์ออกมาหรอก" เมฆาเดินขึ้นไปบนเวที ก้าวเดินอย่างมั่นคงแต่ทว่าหนักแน่นในทุกย่างก้าว เขาหยุดยืนห่างจากเปียโนเพียงไม่กี่คืบ แววตาของเขาที่มักจะอบอุ่นเสมอ บัดนี้กลับฉายประกายบางอย่างที่ดูคล้ายการตัดสินใจครั้งสำคัญ "ถ้าการรอคอยมันทำให้เธอต้องบีบคั้นตัวเองจนเจ็บปวดขนาดนั้น ทำไมไม่ลองเปลี่ยนทำนองดูล่ะ? บางที... จบตรงนี้ อาจจะดีกว่าปล่อยให้มันลากยาวไปจนถึงตอนจบที่ไม่มีใครมีความสุข"
รินรดามองลึกลงไปในดวงตาของเขา เธอเห็นความอ้างว้างที่ซ่อนอยู่หลังความห่วงใยนั้น "เมฆา... นี่มันคืองานของฉันนะ เป็นความฝันที่ฉันต้องทำให้สำเร็จ ไม่ใช่เรื่องที่จะมาเปลี่ยนกันง่ายๆ กลางคัน"
"แต่ความฝันที่ต้องแลกด้วยการสูญเสียตัวตนไปทีละน้อย... มันยังเรียกว่าความฝันอยู่หรือเปล่าริน?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนมีดที่กรีดลงกลางใจ หญิงสาวนิ่งงัน นิ้วมือที่เคยซ้อมอย่างหนักจนด้านเริ่มเย็นเฉียบ เธอรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร ไม่ใช่แค่เรื่องเปียโน แต่หมายถึงการที่เธอต้องยอมทำตามความต้องการของครอบครัวมาโดยตลอด
"ฉันไม่มีทางเลือก เมฆ..." รินรดาตอบเสียงแผ่ว พยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังรื้นขึ้นมา "ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ ฉันจะเหลืออะไรอีกล่ะ"
เมฆานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือที่สั่นเทาของรินรดาไว้แน่น ความร้อนจากฝ่ามือของเขาส่งผ่านไปยังเธอ ราวกับต้องการถ่ายทอดพลังชีวิตที่เขากำลังสูญเสียไปให้กับเธอ "เธอจะเหลือตัวเองไงริน... ตัวเองที่เลือกได้ว่าเสียงดนตรีนี้จะเป็นของใคร"
ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ประตูหอประชุมด้านหลังก็เปิดออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนหลายคนก้าวเข้ามาพร้อมกับแสงไฟจากทางเข้าที่สาดส่องเข้ามาทำให้เวทีสว่างวาบ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบเดินนำหน้ามาด้วยท่าทางคุกคาม เขาคือพ่อของรินรดา ผู้ที่คอยบงการชีวิตเธอมาตลอดยี่สิบปี
"นี่พวกเธอทำอะไรกันอยู่! เวลาซ้อมใหญ่เหลือไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แต่กลับมามัวแต่ยืนทะเลาะกันเรื่องไร้สาระแบบนี้น่ะหรือ?" เสียงทรงอำนาจทำเอาทุกคนในห้องหยุดชะงัก
รินรดาตัวแข็งทื่อ เธอรีบดึงมือออกจากการกุมของเมฆาโดยสัญชาตญาณ ความกลัวที่ฝังรากลึกแล่นเข้าครอบงำหัวใจอีกครั้ง เธอหันกลับไปมองเปียโนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ราวกับดนตรีที่เธอเคยรักกลายเป็นกรงขังที่มองไม่เห็น
"ริน เริ่มเล่นซะ... เล่นให้สมกับที่ฉันลงทุนไป" พ่อของเธอกล่าวพร้อมกับเดินไปยืนกอดอกอยู่ข้างเวที ราวกับเจ้าชีวิตที่รอคอยการแสดงของหุ่นเชิด
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอวางมือลงบนคีย์เปียโนอีกครั้ง ในขณะที่เมฆาเดินถอยหลังลงจากเวทีด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เขามองเธอเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตูทางออก รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลง หากเธอบรรเลงเพลงนี้จบ... ทุกอย่างระหว่างเธอกับเมฆาอาจจะกลายเป็นเพียงอดีต
นิ้วของเธอสัมผัสคีย์แรก... มันเป็นตัวโน้ตที่หนักหน่วงและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ทว่าในวินาทีที่กำลังจะกดโน้ตตัวถัดไป ไฟในฮอลล์ทั้งหมดก็ดับวูบลง!
ความมืดมิดเข้าปกคลุมทันที พร้อมกับเสียงเปียโนที่ดังขึ้นมาเพียงตัวเดียวในความมืด... แต่มันไม่ใช่โน้ตที่อยู่ในบทเพลงที่เธอซ้อมมาเลยสักนิด มันคือท่วงทำนองที่เธอเคยฮัมให้เมฆาฟังในวันที่ฝนตกเพียงลำพังเท่านั้น!
แสงดาวพร่างพราวขอบพระคุณทุกหัวใจที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่เปียโนบรรเลงเป็นเพื่อนหัวใจในบทนี้ด้วยกันนะคะ
ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว•ตอนที่ 40
เสียงดนตรีนำทาง
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!