"ถ้าคุณคิดว่าหลักฐานพวกนี้จะทำลายชีวิตฉันได้ คุณก็ประเมินค่าของ 'ความถูกต้อง' ในโลกของผู้ใหญ่ต่ำเกินไปแล้ว เมฆา"
เสียงของท่านประธานสั่นเครือด้วยโทสะ ทว่าแววตาที่มองลอดผ่านกรอบแว่นสีทองกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังบานประตูไม้โอ๊คหนาหนัก หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเงียบในห้องทำงานกว้างขวางนั้นบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ
เมฆาไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายังคงยืนนิ่ง มือที่ถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลนั้นกระชับแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับสะท้อนความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ
"สิ่งที่ผมถืออยู่นี้... ไม่ใช่แค่บันทึกการรักษา แต่มันคือความจริงที่ถูกฝังกลบมานานนับสิบปี" เมฆากล่าวเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังอย่างน่าประหลาด "ท่านอาจจะสั่งปิดปากคนได้ แต่ท่านปิดปากความจริงไม่ได้หรอกครับ... เอ้อ... ขอโทษด้วย ผมคงลืมไปว่าท่านไม่เคยให้ค่ากับคำว่าความจริงมานานแล้ว"
รินรดาตัดสินใจก้าวออกมาจากเงามืด เสียงฝีเท้าของเธอดังสะท้อนไปทั่วห้องทำงานหรูหรา สายตาสองคู่—คู่หนึ่งเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด และอีกคู่เต็มไปด้วยความร้าวราน—หันมามองเธอพร้อมกัน
"ริน... ออกไป" เมฆาสั่งเสียงต่ำ แววตาของเขาไหววูบในวินาทีที่สบตากับเธอ
"ไม่ค่ะ" รินรดาตอบกลับ เสียงของเธอแม้จะสั่น แต่หนักแน่นเกินกว่าที่จะถูกใครสั่นคลอนได้ "ในเมื่อเรื่องนี้มันเริ่มต้นที่ความฝันของฉัน และจบลงที่ความฉ้อโกงของตระกูล... ฉันก็ไม่ควรเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย"
เธอเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างเมฆา กลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมที่ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ จากแฟ้มในมือเขา ทำให้เธอรู้สึกถึงความขมขื่นที่เขากำลังเผชิญ รินรดารู้ดีว่าเมฆากำลังเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อปกป้องสิ่งที่ถูกต้อง และปกป้องเธอ... แม้เขาจะไม่เคยพูดออกมาตรงๆ ก็ตาม
"รินรดา ลูกอย่าทำตัวไร้สาระ" ท่านประธานขยับตัวลุกขึ้นยืน แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่หญิงสาว "เธออยากเป็นนักเปียโนไม่ใช่หรือไง? ชีวิตที่สุขสบายบนเวทีหรูหรานั่นน่ะ มันกำลังจะหายไปถ้าเธอยังโง่เขลาเอาตัวเข้ามาพัวพันกับเรื่องของคนรุ่นก่อน!"
รินรดายิ้มออกมา—ยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข ทว่าเป็นยิ้มของการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต "ท่านคะ... ท่านเคยถามไหมว่าเปียโนที่ฉันเล่นอยู่ทุกวันนี้ มันเป็นเสียงของหัวใจฉันจริงๆ หรือว่าเป็นเพียงเสียงที่ท่านเขียนบทไว้ให้ฉันเล่น?"
เธอหันไปมองเมฆา สบตากับชายหนุ่มที่เฝ้ามองเธอด้วยความห่วงใยมาโดยตลอด "ขีดจำกัดที่ท่านขีดไว้ให้ฉัน เพื่อบดบังความเน่าเฟะในอดีตของท่าน มันจบลงแล้วค่ะ ต่อจากนี้ไป ฉันจะเป็นคนเขียนบรรทัดใหม่ให้ชีวิตของฉันเอง"
เธอยื่นมือไปแตะแฟ้มในมือเมฆา สื่อสารผ่านสัมผัสว่าเธอพร้อมจะแบกรับทุกอย่างไปกับเขา เมฆาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายถือครองเอกสารนั้นไว้
"ริน... ถ้าเธอเปิดแฟ้มนี้ ผลลัพธ์ที่จะตามมาไม่มีใครควบคุมได้นะ" เมฆากระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาอ่อนโยน ทว่าเจือไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
"ฉันรู้ค่ะ" เธอตอบเบาๆ "และฉันก็ไม่ได้ต้องการให้ใครมาควบคุมชีวิตฉันอีกต่อไปแล้ว"
รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตาผู้ทรงอิทธิพลตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าท่านอยากจะทำลายชีวิตใครสักคน ก็เริ่มที่ฉันเลยสิคะ... แต่บอกไว้ก่อนนะว่า หลักฐานชิ้นนี้จะถึงมือสื่อในอีกไม่ถึงสิบนาที หากฉันไม่ได้ก้าวออกจากตึกนี้อย่างปลอดภัย"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง บรรยากาศบีบคั้นจนเหมือนอากาศเบาบางลงทุกที ท่านประธานจ้องมองรินรดาราวกับไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน ความดื้อรั้นที่เคยถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางอ่อนโยน บัดนี้มันปะทุออกมาเป็นประกายไฟที่เผาไหม้ทุกกำแพงที่ขวางกั้น
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของท่านประธานก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบงัน เขาหยิบขึ้นมาดู แววตาที่เคยแข็งกร้าวเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกในเสี้ยววินาที ขณะที่มองหน้าจอ รินรดาสังเกตเห็นมือของเขาที่สั่นเทาเล็กน้อย
"รินรดา... เธอรู้ไหมว่าตัวเองกำลังทำอะไรลงไป?" เขาถามเสียงต่ำ ร่างกายดูทรุดลงไปเล็กน้อย
"ฉันกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดที่ท่านสร้างขึ้นมาขังฉันไว้ไงคะ"
ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้เคาะ บุคคลที่ก้าวเข้ามาไม่ได้เป็นเลขานุการหรือรปภ. อย่างที่เธอคาดไว้ แต่เป็นชายวัยกลางคนที่รินรดาจำได้แม่นจากรูปถ่ายเก่าๆ ในแฟ้มของเมฆา... ชายคนที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
เขาเดินตรงมาหาท่านประธานด้วยท่าทางคุกคาม ก่อนจะหันมามองรินรดาและเมฆาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "ดูเหมือนว่า 'ความจริง' จะไม่ได้มีแค่ชุดเดียวอย่างที่พวกคุณคิดหรอกนะครับ"
รินรดาใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นบุคคลที่สามก้าวเข้ามาขวางกลางวงสนทนา เขาหยิบเอกสารอีกชุดหนึ่งขึ้นมาจากกระเป๋าเอกสาร แล้ววางลงบนโต๊ะข้างๆ แฟ้มของเมฆา "เพราะสิ่งที่อยู่ในนี้... จะเปลี่ยนทุกอย่างให้กลายเป็นนรกสำหรับทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ รวมถึงคุณด้วย... รินรดา"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาในทุกความรู้สึกนะคะ แสงดาวพร่างพราวหวังว่าบทนี้จะทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงไปพร้อมกับตัวละครนะคะ
ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว•ตอนที่ 28
ก้าวข้ามขีดจำกัด
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!