ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว•ตอนที่ 27

ความจริงใจที่ถูกเปิดเผย

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
"ถ้านายรักฉันจริง นายต้องปล่อยมือ... ไม่ใช่สิ นายต้องหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้!" รินรดาตวาดลั่น เสียงของเธอก้องสะท้อนอยู่ในห้องนั่งเล่นที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า น้ำตาหยดใสไหลพรากอาบแก้มขณะที่มือเล็กๆ กำชายเสื้อของเมฆาไว้แน่น เหมือนกลัวว่าหากเธอยอมปล่อย ความเป็นจริงที่โหดร้ายจะพรากเขาไปจากเธอในวินาทีนั้น เมฆานิ่งงัน ใบหน้าคมสันที่มักจะเรียบเฉยบัดนี้กลับซีดเผือด เขามองร่างบางตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ลมหายใจของเขาติดขัดราวกับมีก้อนกรวดมาอุดอยู่ที่ลำคอ พ่อของรินรดาเพิ่งจะจากไปพร้อมกับคำขู่ที่กรีดลึกถึงกระดูกดำ ทว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เขากลัวที่สุด "ริน... เธอคิดว่าการที่ฉันยอมเดินเข้าคุก หรือยอมให้พ่อเธอทำลายฉันจนไม่เหลือซาก มันจะช่วยอะไรเธอได้งั้นหรือ?" น้ำเสียงของเมฆาแหบพร่า เขาขยับตัวถอยหลังช้าๆ เพื่อให้มีระยะห่างระหว่างเขากับเธอ แต่รินรดากลับก้าวตามมาติดๆ "ฉันไม่สนอนาคต! ฉันไม่สนโรงเรียนดนตรี ไม่สนคำชื่นชมจากใครหน้าไหนทั้งนั้น!" เธอกระชากเสียง รอยเปียกชื้นบนแก้มดูขัดกับความเด็ดเดี่ยวในแววตา "เมฆา... บอกฉันมาสิว่าที่นายผลักไสฉันมาตลอด ที่นายทำเป็นเย็นชา ที่นายยื้อเวลา... มันไม่ใช่เพราะนายกลัวพ่อฉัน แต่เพราะนายมีเรื่องที่ยังไม่บอกฉันใช่ไหม?" เมฆาหลับตาแน่น กัดฟันจนกรามขึ้นสันนูน ความลับที่เขาพยายามปิดตายมาตลอดหลายปีเหมือนกับกรงขังที่กำลังจะพังทลายลงในวินาทีนี้ เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น สายตาที่เขามองเธอมันเต็มไปด้วยความรักที่ปวดร้าวเกินบรรยาย "ถ้าฉันไม่ได้อยู่ดูวันที่เธอได้รับเสียงปรบมือทั้งฮอลล์... วันที่เธอได้กลายเป็นนักเปียโนที่โลกต้องจดจำ ริน... เธอจะเกลียดฉันไหม?" รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอเหมือนถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น "นาย... นายหมายความว่ายังไง?" "ฉันไม่อยากเป็นคนที่ทำให้เธอต้องแปดเปื้อน" เขาขยับยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่เศร้าที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา "ฉันไม่อยากให้ชีวิตที่รุ่งโรจน์ของเธอต้องมีประวัติมัวหมองว่าเคยมีคนรักเป็นไอ้ขี้คุกที่กำลังจะตาย... ใช่ ริน ฉันกำลังจะตาย อาการของฉันมันไม่ตอบสนองต่อการรักษาอะไรอีกแล้ว" คำว่า 'จะตาย' ของเขาเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจรินรดา ร่างของเธอทรุดฮวบลงกับพื้นห้องทันที ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของคนทั้งคู่ เมฆาไม่ได้เข้าไปประคอง เขาทำเพียงแค่ยืนมองเธอด้วยสายตาอาวรณ์ เขารู้ดีว่าหากเขาเข้าไปสัมผัสเธอตอนนี้ เขาจะไม่มีวันปล่อยเธอไปได้อีก "นายจะบอกว่านายยอมทิ้งฉันไป เพื่อให้ฉันไปได้ไกลกว่านี้งั้นเหรอ?" รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำ "นายคิดว่าฉันใจแคบขนาดนั้นเลยเหรอเมฆา! นายคิดว่าการที่นายจากไปในวันที่ฉันมีความสุขที่สุด มันคือความรักงั้นเหรอ? นายมันเห็นแก่ตัว! เห็นแก่ตัวที่สุดที่ตัดสินใจแทนฉันทุกอย่าง!" เมฆาก้มตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าเธอ ความเป็นชายที่เคยเข้มแข็งสั่นคลอน เขาใช้ปลายนิ้วเกลี่ยหยดน้ำตาบนแก้มเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นแต่กลับเย็นเยียบในความรู้สึกของรินรดา "ฉันกลัวริน... ฉันกลัวเหลือเกินว่าถ้าฉันอยู่ต่อ ฉันจะเห็นเธอนั่งร้องไห้ข้างเตียงคนไข้ เห็นความฝันของเธอค่อยๆ เหี่ยวเฉาไปพร้อมกับลมหายใจของฉัน ฉันอยากให้เธอจำฉันในฐานะใครสักคนที่เคยผลักดันให้เธอเป็นดาว ไม่ใช่คนที่ฉุดรั้งเธอลงมาในโคลนตมแห่งความตาย" "ถ้านายตายไป ฉันก็ไม่เหลืออะไรแล้วเมฆา..." เธอสะอื้นฮัก ซบหน้าลงกับฝ่ามือของเขา "ความสำเร็จที่ไม่มีนาย... มันจะมีความหมายอะไร" ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนบีบคั้นนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของเมฆาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว แววตาที่อ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด "ริน... เธอต้องไปตอนนี้" เขาผุดลุกขึ้นทันที พยายามประคองร่างของเธอให้ยืนขึ้น "ทำไม? เกิดอะไรขึ้น?" รินรดาถามด้วยความสับสน "พ่อเธอไม่ได้แค่ขู่... เขาแจ้งตำรวจแล้ว และพวกเขากำลังมาถึงที่นี่" เมฆาพูดพลางคว้ากระเป๋าเป้ใบเก่าของเขามายัดใส่มือเธอ "หนีไปทางหลังบ้าน แล้วไปที่สถานีรถไฟ ฉันจองตั๋วไว้ให้เธอแล้ว ไปซะ! อย่าหันหลังกลับมา!" ทว่าก่อนที่รินรดาจะได้ก้าวเท้าออกจากห้อง ประตูหน้าบ้านก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะของชายฉกรรจ์หลายนายในเครื่องแบบสีเข้ม ตามหลังด้วยร่างของชายวัยกลางคนที่ดูเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ... พ่อของรินรดา "ไม่หนีไปไหนทั้งนั้นแหละ เมฆา" ชายสูงวัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดขณะก้าวเข้ามาในห้อง "เพราะคนที่ฉันจะส่งเข้าคุกไม่ใช่แค่แกคนเดียว... แต่เป็นลูกสาวที่ไม่รักดีของฉันด้วย ในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด" รินรดาเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่าง เมฆาขยับตัวบังหน้าเธอไว้ทันที แต่ทว่า ในวินาทีที่ตำรวจกำลังจะพุ่งเข้าใส่ ชายหนุ่มกลับหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วชูขึ้นสูง มือของเขาสั่นระริกแต่แววตากลับแน่วแน่กว่าครั้งไหนๆ "คุณเข้าใจผิดแล้วครับท่าน" เมฆากล่าวเสียงเรียบขณะที่ในใจของรินรดากำลังแตกสลาย "เพราะสิ่งที่ผมถืออยู่นี้... ไม่ใช่แค่บันทึกการรักษา แต่เป็นหลักฐานการฉ้อโกงและเหตุการณ์ในอดีตที่ท่านพยายามปิดบังมาตลอด... หลักฐานที่จะทำให้ชีวิตของคุณจบสิ้นยิ่งกว่าผมเสียอีก" แสงดาวพร่างพราวขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจนะคะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%