"ถ้าการหายไปของเธอคือวิธีถนอมน้ำใจกัน... งั้นฉันก็ขอเลือกที่จะทำลายกำแพงนั้นด้วยตัวเองค่ะ"
รินรดาเอ่ยขึ้นทันทีที่ร่างสูงของเมฆาเปิดประตูบ้านออกมา—ไม่ใช่เพราะเขาได้ยินเสียงกริ่ง แต่เพราะเขารู้สึกถึงบางสิ่งที่ผิดปกติในความมืดสลัวเบื้องหน้า ชายหนุ่มชะงักไป ดวงตาที่เคยเรียบเฉยไร้ความรู้สึกแปรเปลี่ยนเป็นความตระหนกวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกกลบฝังด้วยม่านหมอกแห่งความเย็นชาอย่างรวดเร็ว
"เธอมาที่นี่ทำไม" เมฆาถาม เสียงของเขาแหบพร่าและแห้งผาก ราวกับผ่านการอดน้ำมานานหลายวัน "กลับไปเถอะริน... ที่นี่ไม่มีอะไรให้เธอค้นหาแล้ว"
รินรดาไม่ขยับเท้า แต่กลับก้าวเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของเขา ความเย็นเยียบจากหยาดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาไม่ได้ทำให้ใจของเธอนิ่งสงบลงเลย เธอจ้องมองใบหน้าที่ซูบตอบลงของเขาอย่างเจ็บปวด เธอเห็นมือของเขาที่กำลูกบิดประตูแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน—เขากำลังสั่น
"ไม่มีอะไรเลยงั้นเหรอคะ?" เธอก้าวเข้าใกล้อีกหนึ่งก้าว สบตาเขาอย่างท้าทาย "แล้วทำไมมือของคุณถึงสั่น? ทำไมคุณถึงไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าฉันตรงๆ? ถ้าคุณอยากให้ฉันไปไกลๆ อย่างที่พูดนัก ทำไมแววตาของคุณถึงดูเหมือนคนกำลังรอคอยความตายมากกว่ารอคอยการจากลาคะ"
เมฆาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเสียดแทงใจเขาเองมากกว่าใคร เขาเบือนหน้าหนีไปทางสวนหลังบ้านที่มืดมิด กลิ่นดินชื้นแฉะอบอวลไปทั่วบริเวณ "ความจริงมันโหดร้ายเกินกว่าที่เปียโนสีขาวสะอาดตาในห้องซ้อมของเธอจะรับได้ รินรดา... เธอมีอนาคตที่ต้องไปถึง มีแสงสว่างที่พ่อแม่เธอวางรากฐานไว้ให้ ส่วนฉัน? ฉันเป็นแค่เศษเสี้ยวของเวลาที่กำลังจะหมดลง"
คำว่า 'หมดลง' กระแทกใจรินรดาจนเธอเกือบจะล้มทั้งยืน เธอไม่สนใจหยาดฝนที่เริ่มตกลงมาแรงขึ้น เธอพุ่งเข้าไปคว้าแขนของเขาไว้ สัมผัสที่ผิวหนังของเขาร้อนผ่าวอย่างน่าประหลาด—ร้อนผิดปกติ
"คุณเป็นอะไร..." เธอถามเสียงสั่น "เมฆา... คุณป่วยใช่ไหม? อย่าโกหกฉันอีกเลยนะ ขอร้องล่ะ"
เมฆาสะบัดแขนออกอย่างรุนแรงจนเธอกระเด็นถอยหลังไปชนกับรั้วเหล็กดัด เขากระหืดกระหอบราวกับอากาศรอบตัวกำลังขาดแคลน เขาพยายามยันตัวไว้กับขอบประตูเพื่อไม่ให้ทรุดลงต่อหน้าเธอ "อย่าถาม! อย่าพยายามเป็นฮีโร่ในชีวิตฉัน! ฉันไม่ได้ต้องการความสงสารจากใคร โดยเฉพาะจากเธอ... ผู้หญิงที่ต้องแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าเพื่อความฝันของคนอื่น!"
"ความฝันของฉันมันไม่มีความหมายหรอกค่ะ ถ้าคนที่ฉันอยากให้ฟังเพลงที่ฉันเล่นที่สุด... ไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสอง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของเมฆาและเสียงเม็ดฝนที่กระทบหลังคาบ้าน รินรดาเดินเข้าไปใกล้เขาอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ถอย เธอประคองใบหน้าของเขาให้หันมาเผชิญหน้ากับเธอ แสงไฟจากเสาไฟฟ้าหน้าบ้านสาดส่องลงมา ทำให้เธอเห็นหยดน้ำที่ไหลปนกับหยาดเหงื่อบนขมับของเขา
"มองตาฉันนะเมฆา" เธอกระซิบ น้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่น "ถ้าคุณบอกว่าความตายมันใกล้เข้ามานัก งั้นช่วงเวลาที่เหลืออยู่... ให้ฉันเป็นคนเขียนมันร่วมกับคุณได้ไหม ไม่ใช่ในฐานะความคาดหวังของใคร แต่ในฐานะของคนที่รักกัน"
เมฆาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ที่นั่นไม่มีความสมเพช มีเพียงความกล้าหาญที่เขาส่งต่อให้เธอมาตลอดโดยไม่รู้ตัว หัวใจของเขากระตุกวูบ ความเย็นชาที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องเธอเริ่มละลายกลายเป็นหยดน้ำตาที่เขาไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป
เขาโน้มตัวลงมา ซุกใบหน้าลงบนไหล่ของเธอ ปล่อยให้ตัวเองพังทลายลงในอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่เขาเคยสัมผัสมา "ริน... เธอไม่เข้าใจหรอกว่ามันเจ็บแค่ไหน... ที่ต้องตัดใจจากสิ่งที่สวยงามที่สุดในชีวิต"
"ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องตัดค่ะ" รินรดาลูบหลังเขาแผ่วเบา น้ำตาร่วงรินอาบแก้ม "เรามาสร้างปาฏิหาริย์ในคืนนี้กัน... ปาฏิหาริย์ที่ว่าเราจะไม่ทิ้งกันไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องมาจากทางหน้าประตูรั้วทำให้ทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว เสียงตะโกนที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวของชายวัยกลางคนดังขึ้นทำลายความเงียบของค่ำคืน
"รินรดา! ออกมาเดี๋ยวนี้! แกทำอะไรลงไป... แกคิดจะทำลายชีวิตตัวเองด้วยการมายุ่งกับไอ้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนี้งั้นเหรอ!"
รินรดาสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเงาร่างของพ่อเธอยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น พร้อมกับเอกสารในมือที่เขาขยำจนยับยู่ยี่—มันคือผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยดนตรีที่เธอเพิ่งได้รับเมื่อเย็นนี้ เมฆาที่เพิ่งฟื้นสติเงยหน้าขึ้นมองพ่อของรินรดาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับคนหมดอาลัยตายอยาก ในขณะที่พ่อของรินรดาเดินตรงเข้ามาแล้วกระชากแขนลูกสาวออกไปจากวงแขนของเขาอย่างไร้ปรานี ก่อนจะหันมาพ่นคำพูดที่เหมือนคำพิพากษาตัดสินชีวิตของคนทั้งคู่
"แกสองคนไม่มีวันสมหวัง เพราะฉันเพิ่งได้รับสายจากทางโรงพยาบาล... เมฆา นายเตรียมตัวตายในคุกหรือในโรงพยาบาลได้เลย เพราะพ่อจะฟ้องนายฐานพรากผู้เยาว์และทำให้ลูกสาวฉันเสียอนาคต!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้แสงดาวพร่างพราวเสมอนะคะ
ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว•ตอนที่ 26
ปาฏิหาริย์ในยามค่ำคืน
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!