“แม่รู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้วคะ?”
น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแฝงไปด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้นไว้สุดกำลัง เธอวางเอกสารปึกนั้นลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาตัวโปรดของมารดา เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดัง ‘ปึก’ ฟังดูหนักอึ้งราวกับก้อนหินที่หล่นทับกลางใจของคนทั้งคู่ในห้องโถงกว้างที่เงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมคราม
คุณหญิงรติภาไม่ได้หันมามองในทันที ท่านยังคงบรรจงเช็ดล้างแจกันคริสตัลอย่างใจเย็น ราวกับว่าสิ่งที่ลูกสาวเพิ่งวางลงนั้นเป็นเพียงกระดาษไร้ค่าแผ่นหนึ่ง ความเงียบที่ยืดเยื้อนั้นคืออาวุธที่ท่านใช้สยบความดื้อรั้นของรินรดามาตลอดชีวิต แต่ครั้งนี้... ไม่เหมือนเดิม
“แม่ถามว่า แม่รู้เรื่องอาการป่วยของเมฆามานานแค่ไหนแล้ว!” รินรดาตะโกนออกไป น้ำตาหยดแรกไหลอาบแก้มโดยที่เธอไม่คิดจะเช็ดมันออก
คุณหญิงรติภาวางแจกันลงช้าๆ แล้วค่อยๆ หันกลับมา แววตาของท่านเรียบเฉย ทว่าเย็นชาจนน่าใจหาย ท่านกวาดสายตามองเอกสารที่รินรดาเพิ่งได้มาด้วยความบังเอิญจากแฟ้มลับในห้องทำงานของบิดา “แล้วมันสำคัญอย่างไรหรือริน ในเมื่อเขาเองก็รู้อยู่เต็มอกว่าอนาคตของเขาไม่มีทางบรรจบกับหนทางที่แม่วางไว้ให้ลูกได้ เขาถึงได้เลือกที่จะหายไปจากชีวิตลูกไงล่ะ”
“เขาไม่ได้หายไป! เขาแค่พยายามปกป้องริน!”
“ปกป้อง?” คุณหญิงแค่นหัวเราะ เสียงนั้นเสียดแทงหัวใจคนฟัง “คนป่วยที่รอวันเสื่อมถอยแบบเขาน่ะหรือจะปกป้องใครได้ สิ่งที่เขาทำคือการฉุดรั้งลูกให้จมปลักอยู่กับความสงสาร ริน... ลูกคือว่าที่นักเปียโนระดับโลกนะ ลูกจะให้ชีวิตที่กำลังจะรุ่งโรจน์ต้องมาพังทลายลงเพราะคำว่า ‘รัก’ กับผู้ชายที่มีเวลาเหลือไม่ถึงห้าปีอย่างนั้นหรือ?”
คำพูดนั้นราวกับมีดคมกริบที่กรีดลงบนแผลเดิมซ้ำๆ รินรดาเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว เธอรู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง ความจริงที่ว่าเมฆาต้องทนทุกข์อยู่เพียงลำพังมาตลอดสามปีโดยไม่ยอมบอกเธอแม้แต่คำเดียว มันทำให้เธอเจ็บปวดจนแทบจะหายใจไม่ออก
“แม่ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร... แม่กีดกันเขา ข่มขู่ครอบครัวเขา จนเขาต้องยอมเลือกทางนี้เพียงเพราะกลัวว่ารินจะเสียอนาคต แม่ไม่ได้ทำเพื่อรินหรอกค่ะ แม่ทำเพื่อความสะใจและเพื่อชัยชนะของแม่เอง!”
“รินรดา!” คุณหญิงตวาดเสียงแข็ง ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้วาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว “ที่แม่ทำไปทั้งหมด เพื่อไม่ให้ลูกต้องมานั่งเสียใจในวันที่เขาไม่อยู่แล้ว ลูกจะไม่มีวันเข้าใจว่าการเห็นคนที่เรารักตายจากไปทั้งเป็นมันทรมานแค่ไหน และแม่ก็ไม่มีวันยอมให้ลูกต้องไปเจอจุดจบแบบนั้น!”
“ถ้าแม่รักรินจริง แม่ต้องเข้าใจว่าความสุขของรินคืออะไร” รินรดากล่าวเสียงเรียบ ทว่าสั่นสะท้าน เธอเดินเข้าไปหยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมา กำไว้แน่นจนขอบกระดาษบาดฝ่ามือ “รินไม่ใช่ตุ๊กตาที่แม่จะจับวางไว้บนหิ้งทองคำได้ตลอดไป รินมีหัวใจ... และหัวใจของรินอยู่ที่ไหน แม่ไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินใจแทน!”
“ถ้าลูกเลือกที่จะเดินออกจากบ้านหลังนี้ไปหาเขาจริงๆ ต่อไปนี้ก็อย่ามาเรียกแม่ว่าแม่” คุณหญิงรติภาประกาศกร้าว ความเย็นชาในดวงตาทำลายความสัมพันธ์ที่เหลืออยู่จนหมดสิ้น “เลือกเอา ริน... ระหว่างชื่อเสียงที่ลูกสร้างมาตลอดชีวิต กับผู้ชายที่เปรียบเสมือนเรือที่กำลังจม”
รินรดานิ่งงัน เธอหันหลังเดินกลับไปที่ประตูห้องทำงานที่เปิดค้างไว้ ภาพของเมฆาที่เธอพบในรูปถ่าย—ชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นแต่ดวงตากลับหม่นแสงเพราะความเจ็บป่วย—ปรากฏขึ้นในมโนภาพชัดเจน เขาไม่ได้ต้องการให้เธอมานั่งเสียใจ แต่เขาต้องการให้เธอใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีความหมาย
แต่ความหมายนั้น... จะมีค่าอะไรหากไม่มีเขาอยู่ข้างๆ?
เธอคว้ากุญแจรถบนโต๊ะข้างทางเดิน หัวใจเต้นรัวด้วยความตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต เธอหันกลับไปมองมารดาที่ยืนตระหง่านราวกับรูปปั้นหิน ไม่มีการอ้อนวอน ไม่มีการคำนึงถึงความหลังอีกต่อไป
“รินเลือกแล้วค่ะแม่”
เธอก้าวเท้าออกจากบ้านหลังใหญ่ที่เป็นเหมือนกรงขังมาตลอดชีวิต ลมหนาวพัดผ่านร่างจนสั่นสะท้าน แต่ในใจกลับเร่าร้อนไปด้วยความหวังที่ริบหรี่ เธอขับรถตรงไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง... สถานที่ที่เมฆาเคยบอกว่าหากวันหนึ่งโลกใบนี้ใจร้ายกับเขามากพอ เขาจะไปนั่งมองดาวที่นั่น
ทว่าเมื่อรถจอดสนิทที่หน้ากระท่อมไม้หลังเล็กชายป่า รินรดาต้องหยุดชะงัก แสงไฟสลัวๆ ภายในบ้านที่ควรจะมืดสนิทกลับสว่างไสว เธอเห็นเงาร่างของใครบางคนเดินผ่านหน้าต่างไปมา แต่นั่นไม่ใช่เมฆา...
เสียงประตูบ้านไม้ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ รินรดาก้าวถอยหลังด้วยความตกใจ เมื่อเห็นชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้ม—คนสนิทของมารดา—ยืนถือเอกสารบางอย่างรอเธออยู่ พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เธอหนาวเหน็บไปถึงกระดูก
“คุณหนูครับ... นายท่านไม่ได้ให้ผมมาพาคุณกลับบ้าน” เขาเอ่ยเสียงเรียบพลางหลบทางให้เธอเห็นร่างของใครบางคนที่นอนนิ่งอยู่บนโซฟาภายในห้อง “แต่ให้มาแจ้งข่าวว่า... คุณมาสายเกินไปสามนาทีแล้วครับ”
ดวงตาของรินรดาเบิกโพลง เธอพุ่งตัวเข้าไปในห้องอย่างเสียสติ ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุนลงในวินาทีนั้นเอง... เมฆานอนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางความเงียบงัน และสิ่งที่วางอยู่บนหน้าอกของเขา คือซองจดหมายสีขาวที่จ่าหน้าซองด้วยลายมือคุ้นตาว่า ‘ถึงริน... คนเดียวที่ฉันรัก’
แสงดาวพร่างพราวขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดามาจนถึงตอนนี้นะคะ
ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว•ตอนที่ 16
การปะทะกันของทางเลือก
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!