"หยิบมันขึ้นมาสิริน... อ่านมันซะ แล้วเธอจะเข้าใจว่าทำไมฉันถึงต้องปล่อยมือ"
เสียงของเมฆาแหบพร่าและแผ่วเบาราวกับเสียงใบไม้แห้งที่ถูกลมพัดปลิว แต่ในความแผ่วนั้นกลับมีอำนาจกดทับหัวใจของรินรดาจนแทบหายใจไม่ออก หญิงสาวสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง มือที่เอื้อมไปหาซองจดหมายบนอกของเขาสั่นระริกราวกับใบไม้ต้องลมพายุ
รินรดาไม่ตอบ เธอไม่แม้แต่จะกล้าสบตาชายหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้ ใบหน้าของเมฆาซีดเผือดจนเกือบจะเป็นสีเดียวกับหมอนขาวสะอาด ภาพที่เห็นตรงหน้าคือความจริงที่เธอไม่เคยอยากให้เกิดขึ้น ความจริงที่ว่าชายผู้เป็นโลกทั้งใบของเธอ กำลังผุพังลงไปต่อหน้าต่อตา
"ไม่... ฉันไม่ฟัง ไม่เอาอะไรทั้งนั้น ถ้ามันคือจดหมายลาตาย เมฆา ฉันขอสั่งให้คุณฉีกมันทิ้งเดี๋ยวนี้!" รินรดาตวาดเสียงสั่น น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลพรากออกมาเป็นสาย เธอโยนซองจดหมายนั้นทิ้งไปที่พื้นอย่างไม่ใยดี ก่อนจะโถมตัวลงไปกอดร่างที่เต็มไปด้วยสายระโยงระยางของเขาไว้อย่างหวงแหน
เมฆาหลับตาลงแน่น มือที่ผอมบางขยับขึ้นมาลูบกลุ่มผมของเธออย่างเชื่องช้า ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมือของเขามานั้นช่างแผ่วเบา แต่ก็หนักแน่นไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใน
"ริน... เธอมีตั๋วเครื่องบินไปปารีสอยู่ในกระเป๋านั่นไม่ใช่เหรอ" เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าประโยคนั้นกลับเฉือนลึกเข้าไปในความรู้สึกของหญิงสาวราวกับคมมีด "ความฝันที่เธอเคยเล่าให้ฉันฟังบนดาดฟ้าคืนนั้น... เสียงเปียโนที่เธออยากให้คนทั้งโลกได้ยิน มันกำลังรอเธออยู่ตรงนั้นนะ"
"ฉันไม่ไป! ถ้าไม่มีคุณ ฉันจะไปทำไม!" รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำจ้องมองเขาด้วยความโกรธปนน้อยใจ "คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินใจแทนชีวิตฉัน คุณไม่มีสิทธิ์ไล่ฉันไปในตอนที่คุณกำลังจะเป็นจะตายแบบนี้!"
เมฆายิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็นมา "เพราะฉันกำลังจะตาย... ฉันถึงต้องทำแบบนี้ไงริน"
เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายดันตัวขึ้นพิงหัวเตียง ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดจนรินรดาต้องรีบกดปุ่มเรียกพยาบาลด้วยความลนลาน แต่เมฆากลับคว้ามือนุ่มของเธอไว้แน่น สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันดุดันและมุ่งมั่น ราวกับต้องการสลักฝังความปรารถนาสุดท้ายลงในใจของเธอ
"รินรดา ฟังฉันนะ" เขาเว้นจังหวะ หอบหายใจถี่ "เปียโนคือชีวิตของเธอ แต่ฉัน... คือห่วงที่ถ่วงรั้งเธอไว้ ถ้าเธออยู่ที่นี่ เธอจะเอาแต่เฝ้ามองฉันที่กำลังเน่าตายไปทีละน้อย เธอจะทิ้งความฝันเพื่อมาเป็นพยาบาลเฝ้าคนป่วยที่ไม่มีวันหาย... นั่นคือสิ่งที่เธอต้องการจริงๆ เหรอ"
"มันไม่ใช่แค่เรื่องความฝัน!" รินรดาตะโกนออกมาระบายความอัดอั้น "มันคือเรื่องของเรา! คุณทิ้งฉันไว้กลางทางแบบนี้ไม่ได้"
"ฉันไม่ได้ทิ้ง" เมฆากระซิบชิดใบหูของเธอ "ฉันแค่ส่งเธอไปถึงดวงดาวที่เธอคู่ควร... การที่ฉันได้รักเธอ มันคือของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตคนขี้แพ้อย่างฉันแล้ว ริน ได้โปรด... อย่าให้ความรักของเรากลายเป็นคุกที่ขังอนาคตของเธอไว้เลยนะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักผู้ป่วยทันที มีเพียงเสียงเครื่องวัดชีพจรที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสงไฟสลัวจากด้านนอกส่องลอดผ่านม่านเข้ามาเป็นลำ ทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ดูเลือนรางและพร่าเลือน รินรดารู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนคว้าง ความรักที่เธอเฝ้าทะนุถนอมกำลังถูกบีบให้กลายเป็นสิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนด้วยการจากลา
เธอมองเห็นความมุ่งมั่นในแววตาของเมฆา เขาไม่ได้พูดเพราะความท้อถอย แต่เขาพูดเพราะความรักที่ยอมสละแม้แต่ลมหายใจสุดท้าย เพื่อให้เธอได้เดินไปบนเส้นทางที่สวยงามกว่า
"ถ้าฉันไป... คุณจะสัญญาได้ไหม" รินรดาเอ่ยเสียงเครือ
เมฆาไม่ตอบ แต่เขาใช้มือที่สั่นเทาหยิบซองจดหมายที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาส่งให้เธออีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้บังคับ แต่มันคือการร้องขอด้วยแววตาที่เว้าวอนที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะให้ได้
ทันใดนั้น เสียงเปิดประตูห้องพักผู้ป่วยก็ดังขึ้น ร่างของหญิงวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ ท่าทีของเธอเย็นชาและเฉียบขาดจนบรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เธอคือมารดาของรินรดา—ผู้ที่เฝ้าเพียรพยายามดึงตัวลูกสาวออกจาก "ความรักที่ไร้อนาคต" นี้มาโดยตลอด
"แม่มาที่นี่ทำไมคะ" รินรดาถามด้วยเสียงที่สั่นพร่าขณะกอดกระชับแขนของเมฆาไว้แน่น
หญิงวัยกลางคนไม่ได้สนใจคำถามของลูกสาว เธอวางเอกสารลงบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะมองตรงไปที่เมฆาด้วยสายตาที่เย็นเยียบ "ฉันจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หมอจากต่างประเทศกำลังจะมารับตัวเขาไปรักษาต่อในที่ที่ไม่มีใครตามหาเจอ ส่วนเธอ... รินรดา เที่ยวบินของเธอจะออกในอีกสี่ชั่วโมงข้างหน้า"
รินรดาเบิกตากว้าง หันไปมองหน้าเมฆาที่ตอนนี้ดูซีดเผือดลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด "เมฆา... นี่คุณวางแผนกับแม่ไว้แล้วเหรอ?"
เมฆาหลบสายตา มือของเขาค่อยๆ หลุดออกจากมือของรินรดาอย่างช้าๆ ราวกับจงใจจะตัดเยื่อใยในวินาทีสุดท้าย เขาไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับพูดกับเธอด้วยประโยคที่ทำลายหัวใจของเธอจนแหลกสลาย
"ไปเถอะริน... การจากกันครั้งนี้ มันไม่มีทางให้เรากลับมาเจอกันได้อีกแล้ว"
เขาสะบัดมือให้เธอหันหลังกลับ พร้อมกับที่พยาบาลสองคนก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างเขาและเธอ รินรดาคว้าซองจดหมายนั้นไว้แน่น น้ำตาร่วงหล่นลงบนซองจดหมายจนหมึกที่เขียนจ่าหน้าเริ่มเลือนหาย ในขณะที่ประตูกำลังจะถูกปิดลง เธอเหลือบไปเห็นภาพที่ไม่คาดฝัน... ภาพที่ทำให้ขาของเธอหยุดชะงักลงที่หน้าห้อง
ไม่ใช่เพราะแม่ของเธอ หรือพยาบาลที่ก้าวเข้ามา แต่เป็นเพราะเมฆา... เขาไม่ได้กำลังหลับตาด้วยความอ่อนแรงอย่างที่เธอคิด แต่เขากำลังถือโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู และกระซิบถ้อยคำที่ทำให้รินรดาต้องหยุดหายใจ
"ปฏิบัติการเริ่มได้ครับ... ผมส่งเธอไปถึงดวงดาวแล้ว ส่วนเรื่องของผม... ให้มันจบลงที่ตรงนี้"
แสงดาวพร่างพราวขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในตอนนี้ค่ะ
ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว•ตอนที่ 17
จุดเปลี่ยนก่อนจากลา
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!