กลิ่นยาฆ่าเชื้อสีขาวสะอาดบนเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ ช่างเป็นกลิ่นที่รินรดาเกลียดชังที่สุดในชีวิต มันไม่ใช่กลิ่นของการเยียวยา แต่มันคือกลิ่นของความจริงอันโหดร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาแย่งชิงลมหายใจของคนที่เธอรักที่สุดไปทีละน้อย
เสียงบี๊บของเครื่องติดตามสัญญาณชีพดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ... แต่จังหวะที่เคยสม่ำเสมอนั้น กลับเริ่มกระชั้นถี่ขึ้นในความรู้สึกของเธอ
"ริน... กลับไปเถอะค่ะ ดึกมากแล้ว"
เสียงแหบพร่าของเมฆาเอ่ยขึ้น ดวงตาที่เคยคมปลาบและเต็มไปด้วยประกายแห่งความอบอุ่น บัดนี้กลับลึกโหลและหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าของชายหนุ่มซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งเลือดฝาดจนน่าใจหาย
รินรดาส่ายหัวช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวที่ผ่านการฝึกซ้อมเปียโนมาอย่างหนักหน่วง กำลังสั่นเทาขณะเอื้อมไปกุมมือใหญ่ที่เย็นเฉียบของเขาไว้ เธอไม่อาจละสายตาจากใบหน้านั้นได้เลย แม้ว่าภาพตรงหน้าจะเริ่มพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา
"ไม่ค่ะ เมฆา... รินจะไม่ไปไหนทั้งนั้น" เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "เราสัญญา0กันแล้วไม่ใช่เหรอคะ ว่าเราจะไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่เกียวโตด้วยกัน... คุณห้ามผิดสัญญาเด็ดขาดนะ"
เมฆายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ฝืนทำเพื่อให้เ서สบายใจ แต่มันช่างดูเปราะบางเหลือเกิน เขารวบรวมเรี่ยวแรงอันน้อยนิดบีบมือเธอกลับเบาๆ
"บางที... ความฝันบางอย่างก็สวยงามเกินกว่าที่เราจะไปถึงได้จริงๆ นะรินรดา" เขาหยุดหายใจหอบเล็กน้อย หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง "อนาคตบนเวทีระดับโลก... เปียโนหลังใหญ่ที่ปารีส... นั่นต่างหากคือที่ของคุณ ไม่ใช่ห้องสี่เหลี่ยมกลิ่นยาอับๆ นี่"
"หยุดพูดนะคะ!" รินรดาร้องห้าม เสียงของเธอสะอื้นฮียฮัก น้ำตาหยดลงบนหลังมือของเขา "รินไม่ต้องการอะไรทั้งนั้นถ้าไม่มีคุณ! ความฝันบ้าบออะไรนั่น... ถ้าแลกกับการที่ต้องสูญเสียคุณไป รินยอมทิ้งมันตั้งแต่แรกดีกว่า!"
คำพูดของเธอไม่ได้ทำให้เมฆายิ้มกว้างขึ้น ตรงกันข้าม แววตาของเขากลับฉายแววเจ็บปวดลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ชายหนุ่มรู้ดีว่าเขากำลังเป็นโซ่ตรวนที่เหนี่ยวรั้งปีกของนกน้อยตัวนี้ไว้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็โหยหาอ้อมกอดของเธอจนแทบขาดใจ
ทันใดนั้นเอง หน้าอกของเมฆาก็สะท้อนเฮือกใหญ่ ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างกายกระตุกเกร็งขึ้นมาอย่างกะทันหัน ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก
เครื่องมอนิเตอร์ข้างเตียงเริ่มส่งเสียงร้องเตือนภัยดังลั่น "ตี๊ดๆๆๆๆ" ความถี่ของเส้นกราฟหัวใจพุ่งพล่านก่อนจะเริ่มลู่ลงและแปรปรวนอย่างไร้ทิศทาง
"คุณเมฆา!" รินรดาหวีดร้องสุดเสียง หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม สัญชาตญาณความตื่นตระหนกทำให้เธอกระโดดเข้าหาปุ่มกดเรียกพยาบาลข้างเตียง รัวนิ้วกดซ้ำๆ ด้วยความบ้าคลั่ง "ช่วยด้วยค่ะ! มีใครอยู่ข้างนอกไหมคะ! อาการเขาแย่ลงแล้ว!"
ประตูกระจกห้องผู้ป่วยถูกผลักเปิดออกอย่างแรง แพทย์เวรและพยาบาลอีกสามคนวิ่งกรูเข้ามาด้วยใบหน้าตึงเครียด ความวุ่นวายโกลาหลเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที
"คนไข้ความดันตกอย่างรวดเร็ว! ออกซิเจนในเลือดลดลงฮวบฮาบ!" เสียงพยาบาลตะโกนรายงานสถานการณ์ขณะที่มือก็เตรียมอุปกรณ์ช่วยชีวิตอย่างรวดเร็ว
"คุณญาติครับ! กรุณารอข้างนอกก่อนครับ!" แพทย์หนุ่มหันมาออกคำสั่งเสียงแข็งพร้อมกับผลักรินรดาให้ออกห่างจากเตียง
"ไม่! ปล่อยรินนะ! รินจะไม่ไปไหน! เมฆา! เมฆาคะ!" รินรดาดิ้นรนสุดกำลัง ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น มือยังคงไขว่คว้าหาอากาศว่างเปล่า ภาพร่างของชายหนุ่มที่ถูกรุมล้อมด้วยทีมแพทย์บังตาเธอไว้จนมิด
ในวินาทีที่เตียงของเมฆากำลังถูกเข็นเคลื่อนย้ายออกไปจากห้องเพื่อเข้าสู่ห้องไอซียูฉุกเฉิน ท่ามกลางความชุลมุนและเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ระรัวไม่ขาดสายนั้น ประตูลิฟต์ฝั่งตรงข้ามก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคน...
ร่างโปร่งในชุดสูทหรูของมารดาของรินรดาก้าวออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาที่มองตรงมายังลูกสาวที่กำลังร่ำไห้ปานจะขาดใจนั้น กลับเต็มไปด้วยความเฉียบขาดที่พร้อมจะตัดขาดทุกสิ่ง และในมือของท่านยังมีซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะ ที่อาจเปลี่ยนอนาคตของรินรดาไปตลอดกาล
"พอกันที รินรดา... เลิกเล่นละครเด็กๆ แล้วกลับบ้านกับแม่เดี๋ยวนี้"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดากับเมฆามาจนถึงตอนนี้นะคะ
ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว•ตอนที่ 32
วันที่หมอกลงจัด
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!