"ถ้าเธอเลือกโน้ตตัวนี้ในห้องออดิชันพรุ่งนี้... เธอกำลังฆ่าเพลงทั้งเพลงด้วยมือของตัวเอง ริน"
เสียงของอาจารย์ธนาคมยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท คมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนกระดาษโน้ตเปียโนแผ่นนั้นจนขาดวิ่น รินรดากำดินสอในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว เล็บจิกเข้ากับเนื้อไม้จนเกิดรอยบุ๋ม บนกระดาษสกอร์เพลง *Chopin’s Ballade No. 1* ท่อนบริดจ์ที่เธอเพิ่งเขียนปรับแต่งท่วงทำนองด้วยความรู้สึกส่วนลึก ถูกวงด้วยหมึกแดงฉานเป็นเครื่องหมายกากบาทตัวใหญ่ ความขัดแย้งระหว่างกรอบระเบียบอันงดงามที่คนรุ่นก่อนขีดเส้นไว้ กับเสียงกระซิบจากหัวใจที่ร่ำร้องหาอิสรภาพ กำลังบดขยี้สติสัมปชัญญะของเธอให้แหลقคามือ
ในห้องซ้อมดนตรีที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของไม้เก่าและหยาดเหงื่อ ความเงียบงันช่างน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าเสียงกรีดร้อง รินรดานั่งอยู่หน้าเปียโนแกรนด์เปียโน Steinway สีดำเงาวับ เงาของเריสะท้อนบนพื้นผิวเปียโนบิดเบี้ยวผิดสัดส่วนราวกับภาพวาดของซัลวาดอร์ ดาลี ในหัวของเธอมีเสียงสองเสียงกำลังทะเลาะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เสียงหนึ่งคือเสียงของแม่ผู้ให้กำเนิด ผู้ซึ่งเฝ้าฝากความหวังทั้งหมดไว้บนเส้นทางดนตรีคลาสสิกสายอาชีพ เพื่อก้าวไปสู่เวทีระดับโลกที่ไร้รอยตำหนิ กับอีกเสียงหนึ่ง—เสียงที่เบากว่า แต่กลับชัดเจนและสั่นสะเทือนหัวใจยิ่งกว่า—เสียงที่เธอค้นพบเมื่อคืนวาน ตอนที่แอบดีดทำนองแจ๊สผสมผสานกับคลาสสิกที่เมฆาเคยฮัมให้ฟังใต้แสงดาว
"ทำไมเราต้องเล่นตามที่คนอื่นบอกให้ 'ควรจะเป็น' ด้วยเล่า..." รินรดากระซิบกับตัวเอง น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเครือ
เธอยกนิ้วขึ้นสัมผัสคีย์เปียโนสีขาว ปลายนิ้วสั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำเมื่อตอนบ่ายยังคงชัดเจน เมฆานั่งอยู่ตรงมุมห้องนี้ บนโซฟาหนังเก่าๆ ที่มักมีกลิ่นกระดาษหนังสือและฝนจางๆ ติดตัวเขาเสมอ เขามองเธอเล่นเปียโนด้วยสายตาที่ลึกซึ้งและเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ แต่ในขณะเดียวกัน แววตานั้นก็ซ่อนความเศร้าสร้อยบางอย่างที่เธอไม่อาจหยั่งถึง
*“ริน... เปียโนสำหรับเธอมันคือความสุข หรือมันคือโซ่ตรวนกันแน่?”* คำถามของเมฆายังคงวนเวียนอยู่ในหัว
*“มันคือความฝันของฉัน เมฆ”* เธอย้อนตอบเขาในตอนนั้นด้วยความมั่นใจปลอมๆ
*“บางที... ความฝันกับความคาดหวัง อาจจะไม่ได้แปลว่าเรื่องเดียวกันเสมอไปนะ”* เมฆาพูดเพียงแค่นั้น ก่อนจะเอามือกดหน้าอกตัวเองเบาๆ ด้วยท่าทางที่เขาพยายามซ่อนไม่ให้เธอเห็น—อาการเจ็บแปลบที่เขาบอกว่าเป็นแค่โรค ภูมิแพ้กำเริบทั่วไป แต่รินรดารู้สึกได้ลึกๆ ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น แววตาของเมฆาในวินาทีที่มองเธอ เหมือนคนกำลังมองดูสิ่งของล้ำค่าที่เขารู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์ครอบครองไปตลอดกาล
เปียโนตัวนี้คือมรดกทางจิตวิญญาณของครอบครัว แม่ทุ่มเททุกอย่าง ส่งเสียเธอเรียนกับอาจารย์มือหนึ่ง ยอมอดมื้อกินมื้อเพื่อให้เธอได้มีเครื่องดนตรีที่ดีที่สุด ทุกตัวโน้ตที่เธอดีดจึงไม่ได้มีแค่เสียงดนตรี แต่มันแบกรับความคาดหวัง น้ำตา และหยาดเหงื่อของคนรอบตัวไว้จนหนักอึ้ง หากเธอเลือกที่จะเล่นตามสัญชาตญาณของตัวเองในวันพรุ่งนี้—ใส่ความรู้สึกดิบเถื่อน ความเจ็บปวด และอิสรภาพลงไปในบทเพลงคลาสสิกอันศักดิ์สิทธิ์—นั่นเท่ากับการประกาศสงครามกับครอบครัว และทำลายความพยายามตลอดสิบปีที่ผ่านมาลงในพริบตา
แต่ถ้าเธอเลือกที่จะอยู่ในกรอบ... เธอก็จะต้องกลายเป็นเพียงหุ่นยนต์มีชีวิตที่เล่นดนตรีได้อย่างไร้จิตวิญญาณ เป็นเพียงตุ๊กตากลที่บรรเลงบทเพลงเพื่อความภาคภูมิใจของคนอื่น โดยที่ตัวตนที่แท้จริงของรินรดาถูกฆ่าให้ตายทั้งกลม
"โธ่เว้ย!"
รินรดาทุบกำปั้นลงบนคีย์เปียโน เสียงประสานที่ดังสนั่นกังวานและผิดเพี้ยนสะท้อนก้องไปทั่วห้องซ้อม เธอสะارتตัวเล็กน้อย หายใจหอบถี่ หยดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายคาง กระทบลงบนคีย์ C กลางเปียโนพอดีเป๊ะ ราวกับเสียงสะท้อนของหัวใจที่กำลังแตกสลาย
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ไม่ใช่เสียงเคาะแบบที่เมฆาทำ เมฆาจะไม่เคยเคาะประตูห้องซ้อมของเธอแบบเป็นทางการแบบนี้ เขาจะเปิดเข้ามาเลยพร้อมรอยยิ้มบางๆ และกระป๋องกาแฟเย็นในมือ แต่นี่คือจังหวะที่หนักแน่นและคุ้นเคยเกินกว่าจะหลีกหนี
ประตูห้องซ้อมค่อยๆ ถูกผลักเปิดออก ร่างระหงของมารดาในชุดสูททำงานเข้ารูปก้าวเข้ามา สีหน้าของท่านเรียบเฉย เย็นชา และทรงอำนาจดังเช่นเคย สายตาดุดันคู่นั้นกวาดมองไปที่กระดาษโน้ตที่ถูกขีดฆ่าด้วยหมึกแดง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ดวงตาแดงก่ำของลูกสาว
"ริน... แม่ได้ยินเสียงดีดที่ผิดเพี้ยนเมื่อกี้นี้" น้ำเสียงของแม่ราบเรียบ แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "พรุ่งนี้คือวันออดิชันรอบสำคัญที่สุดในชีวิตลูก ลูกไม่มีสิทธิ์มาทดลองอะไรบ้าๆ กับอนาคตของตัวเองแบบนี้ จำไว้ว่าตระกูลของเราไม่เคยมีใครเล่นดนตรีด้วยอารมณ์ชั่ววูบ เราเล่นด้วยความสมบูรณ์แบบ"
รินรดานั่งนิ่ง ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ความกลัวและความอึดอัดพุ่งพล่านขึ้นมาจุกที่ลำคอ เธอกำลังจะอ้าปากเถียง เธอกำลังจะบอกแม่ว่าเธออึดอัดแค่ไหน เธอกำลังจะบอกว่าเธอไม่อยากเป็นหุ่นยนต์บรรเลงเพลงอีกต่อไปแล้ว
แต่ก่อนที่คำพูดประโยคแรกจะหลุดออกจากริมฝีปากที่สั่นเทอของเธอ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกันหนาวของเธอก็สั่นครืดคราดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน
รินรดากลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก เธอยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหน้าจอแสดงผลข้อความเข้าจากเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่พอกดเปิดอ่าน หัวใจของเธอก็ร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนในเสี้ยววินาที
*ข้อความจาก: โรงพยาบาลเซนต์메디カル*
*"เรียน คุณรินรดา ทางเราขอแจ้งให้ทราบว่า คุณเมฆา พิทักษ์narin ได้ถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉินด่วน เนื่องจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ขณะนี้อาการวิกฤต..."*
โทรศัพท์ในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นห้องซ้อมเสียงดัง *เพล้ง* หน้าจอแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมๆ กับที่ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก ร่างกายของเธอชาดิกไปจนถึงปลายนิ้ว ความขัดแย้งเรื่องเปียโน ความฝัน และความคาดหวังทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความจริงอันโหดร้ายที่กำลังจะพรากสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปจากเธอ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ — แสงดาวพร่างพราว
ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว•ตอนที่ 4
เส้นทางที่แตกต่าง
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!