"เธอรู้มาตลอดใช่ไหม... เมฆา"
รินรดาวางจดหมายตอบรับจากสถาบันดนตรีระดับโลกที่เปียกชื้นด้วยรอยน้ำตาลงบนโต๊ะไม้โอ๊ค เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวแข็งดังก้องในห้องสมุดที่เงียบงันจนน่าอึดอัด เธอไม่ได้หันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหลัง เพียงแค่เงาสะท้อนจากกระจกบานใหญ่ตรงหน้าก็ชัดเจนพอที่จะเห็นแววตาที่ไหววูบของเขา
เมฆานิ่งไปนาน ความเงียบนั้นหนาหนักจนแทบจะกลายเป็นแรงกดดันที่บีบคั้นหัวใจคนฟัง เขาไม่ได้ปฏิเสธ ไม่ได้แก้ตัว และนั่นคือคำตอบที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับรินรดา
"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายริน" เสียงของเขาแหบพร่า ทว่ามั่นคงกว่าที่เคยเป็น "แต่สิ่งที่แม่ของเธอทำ... มันคือทางรอดเดียวที่เหลืออยู่สำหรับอนาคตของรินในสายอาชีพนี้"
"ทางรอด?" รินรดาแค่นยิ้ม หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มขณะที่เธอหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเขา สายตาที่เคยอ่อนโยนของเธอเวลานี้กลับว่างเปล่า "การบงการชีวิตฉัน การร่วมมือกับคนที่เป็นคนทำลายความฝันฉัน เพื่อจะบอกว่านี่คือ 'ความหวังดี' งั้นหรือคะ? แล้วนายล่ะ... นายสำคัญแค่ไหนในหมากกระดานนี้ หรือนายก็แค่หมากอีกตัวที่แม่ฉันจ้างมาเพื่อคอยควบคุมไม่ให้ฉันหลุดออกนอกเส้นทางที่เธอขีดไว้"
เมฆาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว สัญชาตญาณเขาสั่งให้เขาเอื้อมมือไปคว้าไหล่เธอ แต่เขากลับชะงักงันไว้กลางอากาศ ปลายนิ้วสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะกำหมัดแน่นข้างลำตัว เขาป่วย... ร่างกายนี้เปราะบางเกินกว่าจะรั้งใครไว้ได้นาน และเขารู้ดีว่าหากเขายอมเผยความจริงเรื่องสุขภาพออกไป รินรดาจะยิ่งแตกสลายมากกว่าเดิม
"รินมองเห็นฉันเป็นคนแบบนั้นมาตลอดเลยเหรอ" เขาถาม เสียงสั่นเครือ "ตลอดระยะเวลาที่เราซ้อมเปียโนด้วยกัน ที่สวนสาธารณะ ที่ห้องสตูดิโอ... รินไม่เคยสัมผัสได้ถึงความจริงใจของฉันเลยหรือคะ?"
รินรดานิ่งไป วินาทีนั้นความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามา ทั้งโน้ตเพลงที่เขาเคยช่วยเธอเรียบเรียง แววตาที่เขามองเธอตอนกำลังเล่นดนตรีอย่างเคลิบเคลิ้ม แต่มันกลับถูกฉาบด้วยความจริงที่ว่า เขาคือคนที่รู้เรื่อง 'แผนการเรียนต่อ' ของเธอล่วงหน้าเป็นเดือน แต่กลับทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นและปล่อยให้เธอทรมานกับความไม่แน่นอน
"ความจริงใจของนายมีค่าแค่ไหนกันแน่ ถ้ามันต้องแลกด้วยการที่ฉันต้องเป็นหุ่นเชิดของแม่ตลอดชีวิต?" รินรดาหยิบแผนที่ชีวิตที่เธอเคยวาดไว้—แผนที่ที่เธออยากไปเดินตามฝันด้วยตัวเอง—ขึ้นมาขยำจนยับยู่ยี่ "ฉันจะไม่เป็นตุ๊กตาที่ตั้งโชว์อยู่ในตู้กระจกสวยหรูเพื่อรอเวลาถูกเชือดเฉือนอีกต่อไป ฉันจะเลือกเส้นทางของฉันเอง แม้ว่ามันจะต้องแลกด้วยการที่ฉันต้องสูญเสียคนที่ฉันเคยเชื่อใจที่สุดไปก็ตาม"
เธอเดินผ่านหน้าเขาไปอย่างเด็ดขาด กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยแตะเข้าที่จมูกของเมฆา มันเป็นกลิ่นที่เขาจะไม่มีวันลืม แต่เขาไม่มีสิทธิ์รั้งเธอไว้ในตอนนี้ เพราะเขาคือ 'รอยร้าว' ในแผนที่ชีวิตที่เธอเพิ่งตัดสินใจเขียนขึ้นใหม่
เมฆายืนมองแผ่นหลังที่ห่างออกไป ใจหนึ่งอยากตะโกนบอกความจริงทั้งหมดว่าที่เขาร่วมมือกับแม่ของเธอ ก็เพราะเขารู้ว่าเวลาของเขาเหลือไม่มาก และเขาแค่อยากให้รินรดามีชื่อเสียงและเป็นที่จดจำในวันที่เขาไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว แต่คำพูดเหล่านั้นก็กลืนหายไปในลำคอ
รินรดาหยุดเดินที่ประตูไม้บานใหญ่ เธอไม่หันกลับมา แต่เสียงของเธอที่เปล่งออกมานั้นนิ่งสนิท "ลาก่อนค่ะ เมฆา ขอบคุณที่สอนให้ฉันรู้ว่า 'ความรัก' ที่แท้จริง ไม่ควรเริ่มต้นด้วยคำโกหก"
ประตูปิดลงพร้อมกับเสียงล็อคที่ดังชัดเจนในความรู้สึกของเมฆา เขาค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้พลางหยิบซองยาที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อออกมา ความเจ็บปวดที่หน้าอกกำเริบขึ้นราวกับจะย้ำเตือนถึงวาระสุดท้าย แต่สิ่งที่เจ็บกว่านั้นคือความว่างเปล่าที่รินรดาทิ้งไว้ให้
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก ไม่ใช่เสียงของรินรดา แต่มันคือเสียงของรองเท้าหนังราคาแพงที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี ประตูห้องสมุดถูกเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงผลักจากภายนอก
ร่างสง่างามของผู้หญิงคนหนึ่งก้าวเข้ามา แสงไฟจากโคมระย้ากระทบกับใบหน้าที่เย็นชาของเธอ เธอคือนางมารร้ายที่รินรดาพยายามหนีไปให้พ้น แต่ดูเหมือนว่า 'แผนที่ชีวิต' ที่รินรดาเพิ่งวาดขึ้นมา จะถูกผู้หญิงคนนี้ขยี้ทิ้งตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา
"เธอคิดจะไปจริงๆ เหรอ รินรดา" เสียงมารดาของเธอเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบที่ทำลายทุกอย่าง "ถ้าเธอคิดจะก้าวออกไปจากบ้านหลังนี้โดยไม่มีฉันเป็นผู้นำทาง ก็จงดูนี่ซะก่อน... สิ่งที่เธอรักที่สุดน่ะ มันกำลังจะจบสิ้นลงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ถ้าเธอยังดึงดันจะไปทางนั้น"
แม่ของรินรดายื่นแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งให้ดูบนหน้าจอมีวิดีโอถ่ายทอดสดของ 'อาจารย์เปียโนคนสำคัญ' ของรินรดาที่กำลังถูกล้อมรอบด้วยนักข่าวและหลักฐานการฉ้อโกงที่ถูกจัดฉากขึ้นอย่างแยบยล ทุกอย่างถูกเซ็ตไว้เพื่อทำลายเกียรติยศที่เหลืออยู่ของคนที่จะเป็น 'ตั๋วใบเดียว' ให้รินรดาหลุดพ้นจากกรงขังนี้ไปได้!
รินรดาทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นภาพนั้น ในขณะที่เมฆาเบิกตากว้างเมื่อตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่แค่แผนการควบคุมลูกสาว แต่มันคือการ 'ฆ่าตัดตอน' อนาคตของรินรดาให้สิ้นซากหากเธอคิดจะทรยศ!
รินรดาหันขวับมามองผู้เป็นแม่ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความเสียใจอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่าง "คุณทำแบบนี้ทำไม... คุณไม่ใช่แม่! คุณเป็นปีศาจ!"
ผู้เป็นแม่เพียงแค่ขยับยิ้มมุมปากอย่างเลือดเย็น "แม่ที่เป็นปีศาจ ย่อมรู้จักทางที่จะปกป้องลูกสาวให้ดีกว่าใคร เธอไม่มีทางเลือกแล้วรินรดา... ทางเดียวที่จะช่วยอาจารย์ของเธอได้ คือการเซ็นสัญญาฉบับนี้ แล้วแต่งงานกับคนที่ฉันเลือกให้ซะเดี๋ยวนี้!"
แสงดาวพร่างพราวหวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปพร้อมกับรินรดาและร่วมติดตามบทสรุปในตอนต่อไปนะคะ ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมาค่ะ
ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว•ตอนที่ 30
แผนที่ชีวิต
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!