ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว•ตอนที่ 22

ห้องดนตรีที่ห้ามเข้า

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
“อย่าให้ใครได้ยินเด็ดขาด... ถ้าครูใหญ่รู้ว่าเธอแอบเข้ามาที่นี่ รินรดา ชีวิตนักเรียนทุนของเธอจบสิ้นลงแน่” เสียงกระซิบของภารโรงชราที่สั่นเครือไม่ได้ทำให้รินรดาสะทกสะท้าน มือที่เย็นเฉียบของเธอกำลูกบิดประตูทองเหลืองของห้องดนตรีหมายเลข 4 ไว้แน่น—ห้องที่ถูกล็อกตายมานานนับปี ห้องที่ใครต่อใครต่างลือว่ามัน ‘อาถรรพ์’ แต่สำหรับรินรดา มันคือสมรภูมิเดียวที่เธอจะได้เป็นตัวของตัวเอง เสียงกลอนประตูปลดล็อกดัง *คลิก* แผ่วเบาในความเงียบงันของโถงทางเดินยามค่ำคืน หญิงสาวมุดตัวเข้าไปท่ามกลางกลิ่นอายของฝุ่นผงและไม้เก่า กลิ่นที่เตือนให้รู้ว่าไม่มีใครย่างกรายเข้ามาที่นี่นานเท่าไหร่แล้ว เธอไม่ได้เปิดไฟ เพราะแสงจันทร์ที่ลอดผ่านบานหน้าต่างบานสูงพอจะส่องให้เห็นโครงร่างสีดำทะมึนของแกรนด์เปียโนตัวมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้เปียโน สัมผัสความเย็นเยียบของลิ่มคีย์ที่ยังคงท้าทายเธอ แม้ปลายนิ้วจะสั่นเทาจากการตรากตรำซ้อมมาตลอดทั้งสัปดาห์ แต่เธอก็ยังเลือกที่จะบรรเลงทำนองเดิมซ้ำๆ ทำนองที่ไม่ได้อยู่ในบทเรียนของโรงเรียน แต่เป็นบทเพลงที่พ่อสั่งห้ามไม่ให้เธอแตะต้อง... เพราะมันคือความฝันที่พ่อมองว่าไร้ค่า *ตึก... ตึก...* เสียงหัวใจของเธอเต้นแข่งกับจังหวะของบทเพลง รินรดาหลับตาลง ภาพใบหน้าของแม่ที่คาดหวังให้เธอเป็นนักกฎหมายลอยเข้ามาในห้วงคำนึง สลับกับภาพแผ่นหลังของเมฆา... ชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยบอกเธอว่าทำไมเขาถึงต้องเว้นระยะห่างเสมอมา เขาคอยส่งข้อความมาให้กำลังใจในวันที่เธอท้อ แต่เมื่อยามที่เธออยากให้เขายืนอยู่ข้างๆ เขากลับถอยห่างออกไปทุกที เหมือนดวงดาวที่เห็นอยู่ใกล้แต่เอื้อมมือไปไม่ถึง "ถ้าเพลงนี้เล่นจบ... ฉันจะเลิกดื้อรั้นกับตัวเองสักทีได้ไหมนะ" เธอพึมพำกับความว่างเปล่า ปลายนิ้วเริ่มร่ายรำไปบนลิ่มคีย์ ความกดดันที่สะสมมาตลอดสิบเจ็ดปีถูกปลดปล่อยผ่านท่วงทำนองที่ดุดันและอ่อนหวานในคราเดียวกัน รินรดาไม่ได้แค่เล่นเปียโน แต่เธอกำลังสู้รบกับอนาคตที่ผู้อื่นขีดเขียนไว้ให้ เสียงดนตรีดังกังวานไปทั่วห้องที่ควรจะเงียบสงัด มันคือความผิดพลาดที่งดงามที่สุดในชีวิตของเธอ ทว่า ในขณะที่เธอกำลังดื่มด่ำกับท่อนโซโล่ที่ยากที่สุด จู่ๆ เสียงดนตรีก็หยุดชะงักลง ไม่ใช่เพราะเธอเล่นผิด แต่เพราะมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดอยู่หลังประตูบานนั้น รินรดาสะดุ้งสุดตัว หัวใจแทบหยุดเต้น เธอรีบผละออกจากเปียโน ความกลัวแล่นริ้วขึ้นมาจับขั้วหัวใจ หากเป็นครูใหญ่... อนาคตของเธอคงจบลงจริงๆ แสงจันทร์เลื่อนผ่านก้อนเมฆ เผยให้เห็นเงาคนร่างสูงที่ทอดผ่านช่องว่างใต้บานประตู "รินรดา..." เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยเรียกออกมาแผ่วเบา แต่มันกลับก้องสะท้อนในใจเธอจนสั่นไหว "ฉันรู้ว่าเธออยู่ข้างใน... เปิดประตูเถอะ ก่อนที่ยามจะมาถึงที่นี่" รินรดานิ่งงัน มือที่สั่นเทากำชายกระโปรงไว้แน่น เมฆา? เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ในเวลาแบบนี้? เธอสูดลมหายใจเข้าลึกจนเจ็บปวดไปถึงปอด ก่อนจะก้าวเท้าอย่างเชื่องช้าไปหาประตูบานนั้นด้วยความรู้สึกที่พะว้าพะวังว่า สิ่งที่รอเธออยู่อีกฝั่ง คือทางรอด... หรือหายนะกันแน่ เธอจับลูกบิดประตูด้วยมือที่เปียกชื้น ก่อนจะตัดสินใจกระชากประตูออกอย่างแรง ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่สีหน้ากังวลของเมฆาอย่างที่เธอคาดหวัง แต่กลับเป็นร่างของอาจารย์ฝ่ายปกครองที่ยืนกอดอกพร้อมแสงไฟฉายที่ส่องตรงมายังใบหน้าของเธอจนตาพร่ามัว ข้างๆ กันนั้น เมฆากำลังก้มหน้ากำหมัดแน่น โดยมีรอยช้ำสีม่วงคล้ำที่มุมปากซึ่งเขาไม่เคยมีมาก่อน! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาและเมฆาในคืนที่ความลับสั่นคลอนหัวใจเช่นนี้นะคะ แสงดาวพร่างพราวขอบคุณค่ะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%