หยดน้ำตาที่ร่วงเผาะกระทบลงบนกระดาษโน้ตเพลงเปียโนสำนักพิมพ์เยอรมัน คือเสียงเดียวที่ดังอยู่ภายในห้องซ้อมดนตรีแคบๆ ของตึกเก่าหลังโรงเรียน รินรดากำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด หน้าจอแสดงผลบันทึกการโทรค้างไว้ ประโยคเมื่อครู่ยังคงก้องกังวาน บาดลึกซ้ำแล้วซ้ำเล่าในโสตประสาท *“หมอนัดผ่าตัดด่วนเดือนหน้า... ถ้าฉันไม่รอด อย่างน้อยเธอก็ต้องได้ไปปารีสตามฝัน”*
มันไม่ใช่คำบอกเล่า แต่มันคือพินัยกรรมทางความรู้สึกที่ชายหนุ่มผู้เป็นดั่งออกซิเจนในชีวิตเธอทิ้งไว้ ก่อนที่เขาจะตัดสายหนีไปอย่างดื้อๆ
"เมฆา... นายมันคนเห็นแก่ตัว นายคิดว่าการเสียสละแบบนี้มันเท่มากหรือไง!"
เสียงสะอื้นของรินรดาดังปนกับเสียงทุบกำปั้นลงบนคีย์บอร์ดเปียโน เกิดเป็นเสียงประสานที่ระ,เกะระกะและเจ็บปวด เธอลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ไม้ล้มคว่ำไม่เป็นท่า ขาเรียวก้าวฉับๆ ไปที่ประตู แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะแตะลูกบิด ประตูไม้บานนั้นก็ถูกผลักเปิดออกเสียก่อน
เมฆายืนอยู่ตรงนั้น เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งยับย่น ใบหน้าซีดเซียวจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววอบอุ่นมั่นคงยามมองเธอ บัดนี้กลับไหวระริกราวกับเปลวเทียนต้องลมพายุ เขากอบกุมความเจ็บปวดไว้ภายในด้วยการเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด
ไม่มีคำทักทาย ไม่มีคำแก้ตัว
เมฆาก้าวเข้ามาในห้อง ปิดประตูลงล็อกอย่างเงียบเชเชียบ รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ มองหน้าคนที่เธอกลัวที่สุดว่าจะสูญเสียไปตลอดกาล หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึกที่ใกล้แตกสลาย
"ทำไม... ทำไมนายต้องพูดแบบนั้น" เสียงของเธอสั่นพร่า หลิบต่ำลงจนแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ "นายคิดว่าฉันอยากไปปารีส โดยที่ไม่มีนายอยู่บนโลกนี้หรือไง เมฆา?"
ชายหนุ่มหลุบตาลงมองพื้นไม้เก่าๆ เขาหายใจเข้าลึกราวกับต้องใช้พลังงานทั้งหมดที่มีในร่างกายเพื่อพยุงตัวเองให้ยืนหยัดอยู่ตรงหน้าเธอ มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหาแน่นในกระเป๋ากางเกง เพื่อซ่อนอาการสั่นเทาที่ควบคุมไม่ได้
"เพราะฉันรู้จักเธอดีที่สุด รินรดา" เสียงของเมฆาทุบทำลายความเงียบ มันแหบแห้งและอ่อนล้า แต่กลับชัดเจนในความรู้สึก "เธอมีความฝันที่ยิ่งใหญ่... ฝันที่พยายามวิ่งไล่ตามมันมาตั้งแต่เด็ก เปียโนหลังนั้น ปารีส หอประชุมระดับโลก ทุกอย่างมันควรจะเป็นของเธอ ไม่ใช่ถูกดึงรั้งไว้ด้วยผู้ชายที่แม้แต่พรุ่งนี้... ก็อาจจะตื่นขึ้นมาหายใจไม่ได้อีกแล้ว"
"แล้วความรู้สึกของฉันล่ะ!" รินรดาส Sรโกดขึ้นสุดเสียง หยดน้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไม่คิดจะเช็ดออก เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา ใช้กำปั้นทุบลงที่อกเสื้อด้านซ้ายของเขาเบาๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า "นายคิดว่าหัวใจฉันทำด้วยอะไร ถึงได้ผลักไสฉันไปไกลๆ แบบนี้ นายคือความฝันของฉัน เมฆา! ถ้าไม่มีนาย ปารีสหรือที่ไหนๆ ก็เป็นแค่กรงขังที่ไม่มีความหมายอะไรเลย!"
เมฆาสะفุบลงเล็กน้อยแรงปะทะนั้นไม่ได้หนักหนา แต่หัวใจของเขาต่างหากที่รับน้ำหนักความรักของหญิงสาวไม่ไหว มือหนายื่นออกไปรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้แน่น สัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นเฉียบทำให้รินรดาสะấuเล็กน้อย แต่นางก็ไม่ได้ขัดขืน
เขามองลึกเข้าไปในดวงตาที่แดงก่ำของเธอ นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของเขา... ภาพของผู้ชายที่กำลังจะพังทลาย แต่กลับอยากปกป้องเธอไว้ด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย
"ริน..." เมฆาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยหยดน้ำตาออกจากแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา "ฟังฉันนะ... และจำมันให้ขึ้นใจ"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องซ้อมดนตรีอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่หอบสะท้อนของคนทั้งคู่
"ไม่ว่าฉันจะอยู่หรือไม่อยู่... ไม่ว่าห้องผ่าตัดเดือนหน้าจะให้ผลลัพธ์แบบไหน" เมฆายกมือขึ้นทาบลงบนแก้มของเธอ ถ่ายทอดความอบอุ่นที่เขามีทั้งหมดให้เธอได้รับรู้ "สัญญา... สัญญากับฉันนะริน ว่าเธอจะบินไปปารีส จะเล่นเปียโนให้คนทั้งโลกได้ฟัง และจะเติบโตเป็นนักเปียโนที่สง่างามที่สุดในแบบที่เธอฝัน"
รินรดาส่ายหัวช้าๆ น้ำตารื้นขึ้นมาอีกระลอก "ไม่... ฉันจะไม่สัญญาถ้านายไม่-"
"ฉันจะสนับสนุนเธอเสมอ" เมฆาขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว และจริงจังอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ไม่ว่าทางข้างหน้ามันจะมืดมนแค่ไหน ไม่ว่าวิญญาณของฉันจะล่องลอยไปไกลสักเพียงใด... ฉันจะอยู่ตรงนี้ อยู่ในทุกโน้ตดนตรีที่เธอบรรเลง อยู่ในทุกความสำเร็จของเธอ... สัญญาณชีพอาจจะหยุดเต้น แต่คำสัญญาของฉันที่มีต่อเธอ จะไม่มีวันตาย"
คำพูดนั้น... ราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนความดื้อรั้นทั้งหมดของรินรดา เธอยืนนิ่งงัน กำแพงทิฐิพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความจริงอันโหดร้ายและความรักที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะหาคำบรรยาย
รินรดารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายโผเข้าสวมกอดร่างผอมบางของเมฆาแน่น ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยโฮออกมาอย่างไร้ซึ่งความเข้มแข็ง เมฆากอดเธอไว้, อ้อมแขนที่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุดในโลก แม้จะสั่นเทา แต่ก็โอบอุ้มโลกทั้งใบของเธอเอาไว้ในอ้อมอก
ในความเงียบงันของค่ำคืนที่ดวงดาวนอกหน้าต่างเริ่มเคลื่อนคล้อย เมฆาก้มลงกระซิบชิดใบหูของเธอ เสียงของเขาเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม แต่หนักแน่นดั่งคำสาบาน
"เธอคือดาวที่สว่างที่สุดของฉัน รินรดา... จงบินไปให้ถึงท้องฟ้าของเธอ ส่วนฉัน จะคอยมองเธอจากตรงนี้เอง"
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงพูดคุยดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอกห้องซ้อม
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ทำลายบรรยากาศอันเปราะบางของคนทั้งคู่ รินรดาสะดุ้งเฮือกผละออกจากอ้อมกอดของเมฆา เมฆาขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปมองบานประตูด้วยความระแวง
"คุณเมฆาครับ! หมอให้ติดต่อกลับด่วนที่สุดครับ อาการทรุดลง..." เสียงของชายในชุดสูทผู้ช่วยส่วนตัวของเมฆาดังลอดเข้ามาผ่านรอยแยกของบานประตู น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและร้อนรน
เมฆาหน้าถอดสีทันที เขาก้มมองรินรดาที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายของชายหนุ่มเซถอยหลังไปก้าวหนึ่งราวกับถูกสายฟ้าฟาด
ก่อนที่รินรดาจะทันได้อ้าปากพูดอะไร ประตูห้องซ้อมก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาโดยพนักงานโรงพยาบาลในชุดกาวน์สีขาวสองคน พร้อมกับเปลสนามฉุกเฉินที่ถูกเข็นเข้ามาหยุดอยู่กลางห้อง!
---
**[Cliffhanger Hook]**
รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยคำว่ารักออกไป ร่างของเมฆาก็ทรุดฮวบลงกับพื้นห้องซ้อม พร้อมกับเลือดสดๆ ที่ไหลทะลักออกจากมุมปากของเขา ร่างบนเปลสนามถูกพากลุ่มบุคลากรทางการแพทย์หามออกไปต่อหน้าต่อตาอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เธอยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า พร้อมกับเสียงโทรศัพท์มือถือของเมฆาที่ตกอยู่บนพื้น ซึ่งหน้าจอยังคงสว่างวาบด้วยข้อความแจ้งเตือนจากห้องไอซียู...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความรักของพวกเขานะครับ — แสงดาวพร่างพราว
ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว•ตอนที่ 7
คำสัญญาในคืนดาวตก
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!