“เจ้าจะปล่อยให้พวกมันหายใจอยู่เหนือพื้นดินไปอีกนานแค่ไหน คังมินโฮ?”
เสียงของเซร่าดังสะท้อนอยู่ในมิติส่วนตัวที่มืดมิด มันไม่ใช่เสียงกระซิบ แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่แทรกซึมเข้าไปในแกนกระดูกของมินโฮ ชายหนุ่มไม่ได้ขยับกาย เขายืนนิ่งอยู่กลางห้องใต้ดินของซากปรักหักพังในเขตอันตรายที่ไร้ซึ่งมนุษย์เหยียบย่าง ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังเงาสีดำสนิทที่กำลังเดือดพล่านอยู่ใต้ฝ่าเท้า ราวกับน้ำมันดิบที่ร้อนจัดพร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
“ความแค้นไม่ใช่เชื้อเพลิงที่ดีที่สุดในการสร้างกองทัพ แต่มันเป็นเชื้อเพลิงที่เผาไหม้ได้นานที่สุด” มินโฮกล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาของเขาสะท้อนประกายสีม่วงหม่นจากระบบผู้กล้า
เขาไม่ได้เป็นฮันเตอร์แรงก์ F ขี้ขลาดคนเดิมอีกต่อไป ความรู้สึกที่ถูกกิลด์มาสเตอร์คังทอดทิ้งให้ตายในดันเจี้ยนเมื่อสามเดือนก่อน ได้หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคมมีดที่เย็นเยียบและไร้ปรานี
มินโฮยกมือขวาขึ้นช้าๆ ก่อนจะกระแทกลงบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงของอสูรที่เขาเพิ่งสังหารไป “จงตื่นขึ้น... ไม่ใช่ในฐานะเนื้อหนัง แต่ในฐานะสหายร่วมรบใต้เงามืดของข้า!”
*ครืนนน...*
พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เงาสีดำขยายตัวออกไปเป็นวงกว้างเหมือนคราบหมึกที่หยดลงในน้ำใส มันกลืนกินซากของ 'อัศวินเกราะเหล็กอสูร' ที่มินโฮเพิ่งเด็ดหัวมาหมาดๆ ร่างไร้วิญญาณค่อยๆ จมดิ่งลงสู่ห้วงมิติเงา ก่อนที่มันจะพุ่งพรวดกลับขึ้นมาใหม่ในสภาพที่น่าเกรงขามกว่าเดิม เปลวเพลิงสีครามลุกโชนอยู่ในช่องว่างของเกราะที่เคยบุบสลาย ลมหายใจของมันกลายเป็นไอน้ำเย็นจัดที่กดทับบรรยากาศให้หนักอึ้ง
“แม่ทัพเงาตนแรก... ระดับ S” เซร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจซ่อนความตื่นเต้น “มินโฮ นี่มันเกินกว่าขีดจำกัดของเลเวลนายไปมาก นายเพิ่งทำสิ่งที่แม้แต่ฮันเตอร์ระดับสูงยังทำไม่ได้”
“มันไม่ใช่การทำลายขีดจำกัด เซร่า...” มินโฮเดินเข้าไปหาอัศวินเงาที่ก้มหัวให้เขาอย่างภักดี “แต่มันคือการประกาศว่ากฎเดิมๆ ของโลกใบนี้ ใช้ไม่ได้กับข้าอีกต่อไป”
มินโฮเริ่มวางแผนการจัดตั้งฐานทัพลับภายในดันเจี้ยนที่ถูกทิ้งร้าง เขาใช้พลังของแม่ทัพเงาในการดึงเงามืดรอบด้านมาประสานกันเป็นโดมพลังงานที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า การสร้างอาณาจักรเงาไม่ได้ต้องการปูนหรือเหล็ก แต่ต้องการ 'เจตจำนง' ที่แข็งแกร่งพอจะบิดเบือนมิติ
เขาใช้เวลาหลายชั่วโมงในการถ่ายโอนมานาและจัดระเบียบโครงข่ายเงามืด ในขณะที่แม่ทัพเงาทำหน้าที่เป็นองครักษ์คอยกวาดล้างอสูรเร่ร่อนที่บังอาจหลงเข้ามาใกล้เขตแดน สัมผัสของมินโฮเฉียบคมขึ้น เขาสามารถรับรู้การเคลื่อนไหวของทุกชีวิตในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรผ่านกองทัพเงาที่เขาเริ่มแผ่ขยายออกไป
“นายกำลังสร้างกองทัพไว้ใต้เท้าของพวกมัน” เซร่ากล่าวขณะมองมินโฮตรวจสอบอาวุธ “กิลด์มาสเตอร์คังกำลังจะจัดการประมูลผลึกมานาจากดันเจี้ยนระดับ S ในอีกสามวันข้างหน้า นายจะทำอย่างไร?”
มินโฮหยุดชะงัก สายตาเขามองไปที่หน้าต่างสถานะที่แสดงเลเวลของเขาที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เขายิ้ม... เป็นรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในห้องใต้ดินดูเยือกเย็นยิ่งกว่าความตาย
“ประมูลงั้นหรือ?” มินโฮแค่นหัวเราะ “ข้าจะไปที่นั่น แต่ไม่ได้ไปในฐานะผู้ประมูล”
เขาสะบัดมือเบาๆ เงาที่เท้าของเขาขยายร่างออกเป็นเงาของทหารนับสิบตนที่รอคำสั่งอย่างไร้เสียง “ข้าจะไปในฐานะ 'เจ้าหนี้' ที่มาทวงคืนทุกอย่างที่มันเคยพรากไปจากข้า... ทั้งชื่อเสียง ความเคารพ และชีวิตของพวกมัน”
ทว่า ในขณะที่มินโฮกำลังวางแผนขั้นสุดท้าย สัญญาณเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัวอย่างรุนแรง มันไม่ใช่สัญญาณเตือนภัยปกติ แต่มันคือเสียงสะท้อนของ 'ฮันเตอร์เงา' อีกคนหนึ่งที่กำลังบุกรุกเข้ามาในเขตน่านน้ำของเขา!
มินโฮหันขวับไปทางประตูทางเข้าที่พังทลาย เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นจากเงามืดของซากกำแพงเข้ามาด้วยท่วงท่าที่คุ้นตาอย่างน่าประหลาด กลิ่นอายของพลังงานที่คุ้นเคยทำเอาหัวใจของมินโฮกระตุกวาบ
“ข้าตามหาเจ้ามานานพอสมควรแล้ว... เจ้าเด็กขยะที่โชคดีรอดจากดันเจี้ยนนั้นมาได้” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งดังขึ้น
มินโฮเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่เขาไม่มีวันลืม... ใบหน้าของคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับกิลด์ในเหตุการณ์ทรยศครั้งนั้น แต่นี่เขามาปรากฏตัวต่อหน้าพร้อมกับไอหมอกสีดำที่แผ่ออกมาจากร่างราวกับว่ามันกำลังจะกลืนกินทุกอย่างรอบตัว!
เงาฮันเตอร์ไร้เงาขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของราชันเงาคนนี้ครับ
Shadow Monarch: จากฮันเตอร์ขยะสู่ราชันเงาไร้พ่าย•ตอนที่ 8
กองทัพในเงามืด
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Shadow Monarch: จากฮันเตอร์ขยะสู่ราชันเงาไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!