“แกคิดว่าสุนัขที่ถูกทิ้งข้างทาง จะกลายเป็นราชสีห์ได้งั้นหรือ มินโฮ?”
น้ำเสียงเย้ยหยันของคังมาสเตอร์ดังก้องอยู่ในมโนภาพ พร้อมกับภาพหยดเลือดที่กระเซ็นลงบนพื้นดันเจี้ยนเมื่อครู่ มันไม่ใช่ความฝัน... ผมไม่ได้ตาย แต่มันแย่ยิ่งกว่า เพราะวินาทีนี้ ความรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่บาดลึกในช่องท้องยังคงอยู่ชัดเจน เลือดสีแดงฉานค่อยๆ แห้งกรังติดอยู่กับเสื้อแจ็คเก็ตฮันเตอร์แรงก์ F ขาดวิ่นของผม
ผมขยับกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน ลมหายใจที่หอบถี่เริ่มสม่ำเสมอขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของดันเจี้ยนระดับต่ำที่ดูเหมือนจะกลายเป็นหลุมศพของผมไปเสียแล้ว กลิ่นอับชื้นและกลิ่นไอคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วพื้นที่มืดมิด
[ตรวจพบการตื่นขึ้นของยีนผู้กล้า... เริ่มต้นกระบวนการเชื่อมต่อระบบ 1%... 5%... 12%...]
เสียงที่กังวานดุจแก้วแตกดังสะท้อนอยู่ในกะโหลกศีรษะของผม มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่มันคือกระแสข้อมูลที่ไหลบ่าเข้ามาดั่งสายน้ำที่เชี่ยวกราก ผมพยายามยันกายลุกขึ้นจากพื้นดินที่เย็นเฉียบ มือสั่นเทาคว้าจับดาบเหล็กสนิมเขรอะคู่ใจเอาไว้แน่น
“ระบบงั้นเหรอ? อย่ามาล้อเล่นกันให้มากนัก...” ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาที่เคยอ่อนแอและหวาดกลัวต่ออำนาจกิลด์ใหญ่ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยประกายตาที่เย็นชาจนน่าสะพรึงกลัว
[การเชื่อมต่อเสร็จสมบูรณ์ ยินดีต้อนรับสู่ระบบผู้กล้า ‘คังมินโฮ’ ข้าคือ ‘เซร่า’ ผู้ดูแลพันธุกรรมและศักยภาพของท่าน]
ทันใดนั้น แสงสีฟ้าอ่อนจางก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า มันไม่ได้ส่องสว่างจนแยงตา แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนกระแสไฟที่วิ่งผ่านเส้นประสาท ร่างโปร่งแสงของหญิงสาวที่ดูสง่างามทว่าเย็นเยียบปรากฏขึ้น เธอมองผมด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก เหมือนกำลังประเมินสินค้าราคาถูกในตลาดมืด
“เซร่า... ถ้าเจ้าจะมาเพื่อเยาะเย้ยข้าเหมือนพวกคนในกิลด์ละก็ ออกไปจากหัวข้าซะ” ผมขยับดาบในมือจ่อไปที่ร่างโปร่งแสงนั้น แม้จะรู้ว่าดาบไร้คมของผมทำอะไรเธอไม่ได้ แต่นี่คือสัญชาตญาณของการเป็นเหยื่อที่ถูกล่ามาตลอดชีวิต
เซร่ายกยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ดูอันตรายและคาดเดาไม่ได้ “ท่านยังไม่เข้าใจสถานะของตัวเองสินะ มินโฮ ท่านไม่ใช่ฮันเตอร์แรงก์ F อีกต่อไป แต่ท่านคือ ‘ผู้เล่น’ เพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับสิทธิ์ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์... มองดูที่หน้าต่างสถานะของท่านเสียสิ”
ผมลดดาบลงอย่างลังเล ก่อนจะจ้องมองไปยังแผงหน้าต่างโฮโลแกรมที่ปรากฏขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ
[ชื่อ: คังมินโฮ]
[ฉายา: ผู้ไร้เงา (ใหม่)]
[เลเวล: 1]
[ความแข็งแกร่ง: 12 (ปกติ: 10)]
[ความคล่องตัว: 11]
[พลังเวท: 5]
[ภารกิจฉุกเฉิน: ‘ลมหายใจสุดท้าย’ – กำจัดก็อบลินนักรบ 10 ตัวภายในเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นสถานะหัวใจจะหยุดเต้นถาวร]
ผมแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและฟังดูคล้ายเสียงสัตว์ร้ายบาดเจ็บ “ภารกิจงั้นหรือ? จะฆ่าคนให้ตายทั้งที ยังต้องมีกติกาเกมมาครอบงำอีกหรือไง”
“โลกใบนี้คือเกมที่ถูกจัดวางไว้โดยผู้มีอำนาจ ฮันเตอร์แรงก์ S สวมมงกุฎบนกองเลือดของผู้ที่อ่อนแอกว่า” เซร่าก้าวเข้ามาใกล้จนใบหน้าของเราอยู่ห่างกันเพียงคืบ “ท่านอยากจะเป็นผู้ถูกล่าไปตลอดชีวิต หรืออยากจะกระชากมงกุฎนั่นมาวางบนหัวตัวเองด้วยมือคู่นี้ล่ะ?”
คำพูดของเธอกระแทกเข้ากลางใจของผมอย่างจัง ภาพของคังมาสเตอร์ที่เหยียบหัวผมลงกับพื้นดินในวันที่กิลด์หักหลังข้าพเจ้าฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง ความโกรธแค้นที่เคยถูกกดทับไว้ใต้ความหวาดกลัว เริ่มเดือดพล่านราวกับลาวาที่พร้อมจะปะทุ
“ภารกิจเริ่มขึ้นใน 3... 2... 1...”
สิ้นเสียงนับถอยหลัง ผนังถ้ำด้านหน้าก็สั่นสะเทือน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของพวกก็อบลินนักรบหลายสิบตัวกำลังวิ่งกรูเข้ามาทางนี้ ผมไม่ได้ถอยหลังหนีเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ผมก้าวไปข้างหน้า ประจันหน้ากับเงาทมิฬของศัตรูที่ค่อยๆ ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด
ผมกระชับด้ามดาบจนมือเปียกชื้น “เซร่า... ถ้าฉันรอดไปได้ ฉันจะทำให้พวกมันทุกคนที่หัวเราะเยาะฉัน ได้รู้ว่าความตายที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร”
“นั่นคือเจตจำนงที่ข้ารอคอย คังมินโฮ” เธอกล่าวพร้อมกับหายวับไป ทิ้งไว้เพียงพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนเข้าสู่กล้ามเนื้อของผม ราวกับไฟที่ลุกโชนไปทั่วร่าง
ก็อบลินตัวแรกกระโจนเข้าใส่พร้อมขวานเล่มโต ผมเบี่ยงตัวหลบด้วยความเร็วที่เหนือกว่าปกติอย่างกะทันหัน จังหวะเดียวกันนั้น ผมตวัดดาบสวนกลับไปเข้าที่คอของมันอย่างแม่นยำ เลือดสีเขียวเข้มพุ่งกระฉูด ดาบสนิมในมือผมราวกับจะเปลี่ยนสภาพเป็นอาวุธที่คมกริบขึ้นมาเพียงชั่วขณะ
หนึ่ง... สอง... สาม... ผมไล่เชือดพวกมันทีละตัวด้วยความเยือกเย็นดุจเครื่องจักรสังหาร ทุกการเคลื่อนไหวของผมเริ่มสมบูรณ์แบบขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับว่าระบบกำลังสอนให้ร่างกายของผมจดจำสัญชาตญาณของการเป็นเพชฌฆาต
ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะจัดการก็อบลินตัวสุดท้าย เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและผิดแปลกไปจากตัวอื่นๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังของผมโดยที่ยังไม่ต้องหันไปมอง
“เจ้าหนู... แกได้รับพลังมาจากไหนกัน?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีดังขึ้น ผมหยุดชะงัก รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันทีที่รู้ว่าใครยืนอยู่ข้างหลัง... มันคือคังมาสเตอร์ที่เพิ่งจะทิ้งผมไว้ในดันเจี้ยนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่? และที่สำคัญ... ทำไมเขากำลังมองดูผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด?
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปสู่เส้นทางราชันเงาพร้อมกันนะครับ
Shadow Monarch: จากฮันเตอร์ขยะสู่ราชันเงาไร้พ่าย•ตอนที่ 2
ระบบผู้กล้าตื่นขึ้น
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Shadow Monarch: จากฮันเตอร์ขยะสู่ราชันเงาไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!