กลิ่นหอมกรุ่นของชาเอิร์ลเกรย์ลอยกรุ่นอยู่เหนือโต๊ะทำงานไม้สักทองในสตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรมใจกลางเมือง รสา (รสายันต์) วางปลายปากกาตัดเส้นลงบนกระดาษไขอย่างเชื่องช้า สายตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาไม่ได้ทอดมองแบบร่างตรงหน้า หากแต่กำลังสะท้อนภาพเงาของชายหนุ่มผู้ยืนสงบนิ่งอยู่ริมกระจกบานใหญ่
คณิน... อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจของเธอจนแหลกละเอียด บัดนี้กลับยืนอยู่ ณ จุดที่ต่ำกว่า — ไม่ใช่ในแง่ฐานะทางสังคม หากแต่เป็นจุดที่เขากำลังคุกเข่าทางความรู้สึกเพื่อร้องขอการอภัยจากซากปรักหักพังที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นเอง
"ชาเย็นหมดแล้วนะคะ... คุณคณิน"
เสียงหวานเรียบเย็นเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบงัน รสาเงยหน้าขึ้นสบตาเขม็ง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นไร้ซึ่งร่องรอยของความอ่อนหวานเยี่ยงอดีต มีเพียงกำแพงน้ำแข็งที่หนาเตอะจนแม้แต่ความอาทรจอมปลอมก็มิอาจเจาะทะลวงผ่าน
คณินหันกลับมา ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปขยับเข้าใกล้โต๊ะทำงานช้าๆ แววตาของเขาไหวระริก เต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวรานที่พยายามสะกดกลั้น "รสา... ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำในอดีตมันให้อภัยยากเหลือเกิน แต่ตลอดเวลาที่เราห่างกัน ผมไม่เคยลืมคุณเลยสักวัน... ให้โอกาสผมได้แก้ตัวเถอะนะ"
*คำหวาน... น้ำตากร็อตก.ลวงโลก*
รสาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงหยาดหยดแห่งความดูแคลนที่เคลือบอยู่บนเรียวปากอิ่มสีระเรื่อ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายกระโปรงทรงสอบเข้ารูปเน้นย้ำสัดส่วนเย้ายวนตามแบบฉบับหญิงสาวผู้ทรงเสน่ห์และเปี่ยมอำนาจในตนเอง
"แก้ตัวหรือคะ?" รสาทวนคำ น้ำเสียงเยียบเย็นราวสายลมหนาวที่พัดผ่านยอดหุบเขา "คุณกำลังพูดถึงความผิดพลาดตลอดสามปีที่เราแต่งงานกัน หรือกำลังพูดถึงผู้หญิงคนนั้น... ศจี ที่คุณเคยพาเดินเข้าบ้านหน้าตาเฉยโดยไม่แคร์หัวอกภรรยาอย่างฉันกันแน่คะ คณิน?"
ชื่อนั้นทำให้คณินชะงัก สีหน้าของเขาเผือดสีลงทันที ดวงตาคมเข้มฉายแววสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง "เรื่องศจี... ผมกับเธอจบกันนานแล้ว รสา มันเป็นความผิดพลาด เป็นความโง่เขลาของผมเองที่ปล่อยให้ความลุ่มหลงชั่วครั้งชั่วคราวมาทำลายครอบครัวของเรา แต่เชื่อผมเถอะ ว่าคนที่อยู่ในใจผมมาตลอด... มีแค่คุณคนเดียว"
รสาเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวเขา กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวของเธอลอยละล่องปะปนกับกลิ่นอายบุรุษเพศของเขา ปลายเลิฟแบล็กแมนนิจัวร์สีแดงเข้มแตะลงเบาๆ บนปกเสื้อสูทของชายหนุ่ม เธอโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันและกัน ทว่าแววตาของเธอกลับคมกริบราวใบมีดโกนที่อาบยาพิษ
"อย่ามาพูดคำว่ารักกับฉันเลยค่ะ... มันน่าสมเพช" รสากระซิบชิดริมฝีปากหยักลึกของเขา "คุณคิดว่าความอ่อนโยนจอมปลอม แววตาสำนึกผิดที่ฉาบอยู่บนใบหน้านั้น จะทำให้ฉันลืมรอยแผลเป็นที่คุุณสลักไว้บนเรือนร่างและจิตวิญญาณได้จริงๆ หรือคะ? ตื่นเถอะค่ะ คณิน... ฉันไม่ใช่รสาคนเดิมที่วิ่งตามคุณอย่างไร้ค่าอีกต่อไปแล้ว"
คำพูดนั้นบาดลึกดั่งคมหอก คณินเจ็บแปลบในอกราวกับถูกควักหัวใจออกมาบดขยี้ ทว่าความดุดันและเย่อหยิ่งในอดีตกลับถูกหลอมละลายจนหมดสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาอันแรงกล้าที่อยากจะโอบกอดร่างระหงนี้ไว้แนบอก เพื่อพิสูจน์ว่าหัวใจของเขานั้นแหลกสลายไปพร้อมกับเธอจริงๆ
มือหนาเอื้อมออกไปคว้าเอวบางเข้าหาตัวโดยไม่ทันให้ตั้งตั้งตัว แรงปะทะทำให้รสาอุทานออกมาเบาๆ ทว่าคณินไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ผลักไส ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากอิ่มทันทีอย่างไร้การปรานี
"อื้อ..." รสาทุบอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่จูบนั้นกลับลึกซึ้งและร้อนแรงเกินกว่าจะต้านทาน ความคุ้นเคยในสัมผัส รสชาติหวานล้ำที่เคยผูกพัน และความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ทิฐิอันแรงกล้า กำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย เรียวลิ้นร้อนล้ำที่รุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพันตวัดตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี ร่างบางเริ่มอ่อนยวบลงในอ้อมแขนแกร่ง ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นไฟปรารถนาที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะให้มอดไหม้
คณินอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ยอมปล่อยให้ริมฝีปากหลุดรอดจากกัน รสาตวัดแขนโอบรอบลำคอแกร่งโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณดิบเถื่อนและลึกซึ้งของผู้ใหญ่ทั้งสองหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงันในห้องพักส่วนตัวหลังสตูดิโอ
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังประสานกันยามเมื่อแผ่นหลังนุ่มของรสาแนบลงกับโซฟาหนังตัวยาว คณินทาบทับร่างหนาลงมา หยาดเหงื่อซึมตามไรผมของชายหนุ่มยามที่เขาไล้ริมฝีปากลงมาตามซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยแดงกุหลาบบนผิวเนื้อเนียนนุ่ม รสาแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามนั้นโดยไม่รู้ตัว เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดจากเรียวปากอิ่มยามที่ปลายนิ้วร้อนรุ่มของเขาปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นนอกออกทีละชิ้นอย่างชำนาญ
ผิวเนื้อเปลือยเปล่าแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก คณินก้มลงครอบครองความหอมหวานบนยอดอกอิ่ม สัมผัสทั้งนุ่มนวลและเร่าร้อนสลับกันไปจนรสาต้องจิกเล็บลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความเจ็บปวดในอดีตถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งเสน่หา ร่างกายทั้งสองตักตวงความสุขสมและรอยร้าวรานเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง ในค่ำคืนที่เส้นแบ่งระหว่างความรักความแค้นเลือนรางหายไป เหลือเพียงเสียงครางกระซิบและลมหายใจที่กระชั้นถี่ท่ามกลางความมืดมิด
ทว่า... ท่ามกลางห้วงอารมณ์อันลึกล้ำที่กำลังพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอก
"คุณแม่ครับ! น้องธามหิวน้ำจังเลย..."
คำว่า "น้องธาม" และเสียงนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ คณินชะงักงัน ร่างกายแข็งค้างอยู่เหนือร่างเปลือยเปล่าของรสา ขณะที่ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ส่วนรสา... ใบหน้าถอดสีซีดเผือด เธอดันร่างอดีสามีออกสุดแรง พร้อมกับคว้าเสื้อผ้ามาคลุมกายด้วยมือที่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่... เด็กชายหน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับคณินราวกระจกเงากำลังยืนรออยู่หลังประตูบานนั้น!
ขอให้รี้ดที่รักมีความสุขกับการอ่านและร่วมลุ้นไปกับรสายันต์นะคะ! - เข็มฉายานิศ
ทัณฑ์สลักเรือนร่างกับถ้อยคำจองจำ•ตอนที่ 7
คำเตือนจากหัวใจ
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สลักเรือนร่างกับถ้อยคำจองจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!