ทัณฑ์สลักเรือนร่างกับถ้อยคำจองจำ•ตอนที่ 8

ค่ำคืนแห่งการเผชิญหน้า

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
แสงไฟคริสตัลนับพันดวงจากแชนเดอเลียร์ระยิบระยับสะท้อนลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงาของห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูม ทว่าความหรูหราอลังการเบื้องหน้ากลับไม่อาจละลายความหนาแน่นของอากาศรอบตัวรสายันต์ลงได้แม้แต่น้อย ชุดราตรีเข้ารูปสีนิลตัดเย็บด้วยผ้าไหมซาตินเนื้อหนาขับเน้นทรวดทรงเอวคอดกิ่วและไหล่ลาดระหงให้ดูราวกับประติมากรรมชั้นเยี่ยม ทว่าสิ่งที่สะดุดตากว่าความงามอันเย้ายวนนั้น คือแววตาคู่คมที่นิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ คล้ายกับกำแพงน้ำแข็งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นทุกความรู้สึกจากโลกภายนอก “คุณรสายันต์คะ ทางนี้ค่ะ ช่างภาพจากนิตยสารแฟชั่นระดับท็อปกำลังรอเก็บบันทึกภาพคู่กับคุณคณินอยู่ทางมุมฟร้อนท์ค่ะ” เสียงกระซิบจากทีมประชาสัมพันธ์แบรนด์ดังดังขึ้นเบาๆ แต่รสาเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มมารยาท—รอยยิ้มที่สวยหยาดเยิ้มแต่ว่างเปล่าไร้จิตวิญญาณ ก่อนที่เธอจะปรายตามองไปยังร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโด้สีเข้มคัตติ้งเนี้ยบที่ยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล คณินกำลังสนทนากับนักลงทุนรายใหญ่ด้วยท่าทีสุขุมเย่อหยิ่งตามแบบฉบับของประธานบริหารพันล้าน ทว่าสัญชาตญาณบางอย่างทำให้เขารับรู้ได้ทันที เปลือกตาคมเข้มหันขวับมาสบประสานเข้ากับดวงตาคู่สวยของอดีตภรรยาที่เขาเคยทอดทิ้งอย่างไม่ใยดีในอดีต วินาทีที่สายตาของทั้งคู่ปะทะกัน ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านผ่านบรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้วให้คุกรุ่นยิ่งขึ้น คณินผละจากการสนทนาทันทีโดยไม่สนใจมารยาททางสังคม ขายาวก้าวฉับตรงดิ่งเข้ามาหารสาด้วยจังหวะที่มั่นคง ทว่าแววตากลับไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นไปด้วยความโหยหา สำนึกผิด และแรงปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากอันเย็นชา “คุณดูงดงามจนแทบทำให้คนรอบข้างหายใจไม่ออกเลยนะ... รสา” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูของเธอในระยะประชิด กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ราคาแพงลอยเข้าแตะจมูก รสาขยับตัวถอยห่างเล็กน้อยอย่างจงใจ รักษาระยะห่างระหว่างกันให้อยู่ในขอบเขตของคู่ค้าทางธุรกิจที่มาร่วมงานเปิดตัวโปรเจกต์สำคัญ “ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะคุณคณิน แต่ฉันคิดว่าเราควรสงวนบทสนทนาไว้ให้เฉพาะเรื่องงานจะเหมาะสมกว่านะคะ งานเลี้ยงคืนนี้มีผู้คนจับจ้องเราอยู่ไม่น้อย คุณคงไม่อยากให้ภาพข่าวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้กลายเป็นเรื่องซุบซิบเรื่องส่วนตัวของเราหรอกจริงไหมคะ” รสาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึกทุกพยางค์ ดวงตาสีนิลทอดมองเขาอย่างเย้ยหยันอยู่ในที คณินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความเจ็บปวดแปลบปลาศแล่นริ้วขึ้นมาในอก ทุกถ้อยคำของเธอเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่คอยทิ่มแทงหัวใจของเขาให้จมดิ่งลงสู่ความสำนึกผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในอดีต... เขาเคยเป็นฝ่ายหันหลังให้ผู้หญิงคนนี้ ผลักไสเธอออกจากชีวิตด้วยความเย็นชาอย่างไร้เยื่อใย แต่ในยามนี้ เมื่อเธอกลับมาในฐานะสถาปนิกสาวผู้ทรงอิทธิพลและเปี่ยมด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหล เขากลับตระหนักได้อย่างชัดเจนว่า หัวใจของเขาได้ถูกจองจำไว้ภายใต้ทัณฑ์สลักแห่งความทรมานที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเองทั้งหมด “ผมไม่เคยสนใจสายตาใคร ตั้งแต่วันที่เรายืนอยู่ตรงนี้... คนที่ผมสนใจมีเพียงแค่คุณคนเดียว รสา” เขาเอ่ยเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงเมื่อเขาฉวยจังหวะที่ผู้คนกำลังพลุกพล่านโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดผิวเนื้ออ่อนนุ่ม มือหนาเอื้อมมาโอบกระชับรอบเอวคอดกิ่วไว้ด้วยแรงกดที่สื่อความหมายชัดเจน แม้ภายนอกพวกเขาจะดูราวกับคู่สามีภรรยาผู้แสนหวานที่กำลังยืนเคียงคู่กันต่อหน้าสังคมไฮโซ ทว่าภายในกลับเต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่ร้อนรุ่มราวกับเปลวเพลิง “ปล่อยมือเถอะค่ะคุณคณิน การแสดงละครฉากนี้มันน่าเบื่อเกินไปแล้วสำหรับฉัน” รสาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสะท้านไหววูบหนึ่งเมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งของเขาจงใจลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าซาตินบริเวณสะโพกอย่างจาบจ้วงแต่นุ่มนวล ความทรงจำเก่าๆ ที่ทั้งหอมหวานและเจ็บปวดพรูเข้าจู่โจมประสาทสัมผัสของเธอจนหัวใจเต้นระรัวอย่างไม่รักดี ทว่า ก่อนที่สถานการณ์ระหว่างคนทั้งสองจะทวีความรุนแรงขึ้นไปมากกว่านั้น แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่สามที่ทำให้บรรยากาศรอบกายดิ่งวูบลงในทันที “อุ๊ย! ขอโทษด้วยนะคะ พอดีศจีเห็นพวกคุณยืนอยู่ตรงนี้เลยอยากจะเข้ามาทักทายในฐานะหุ้นส่วนเก่าเสียหน่อยค่ะ ไม่คิดว่าจะมารบกวนเวลาส่วนตัวของท่านประธานกับคุณรสาเลยนะคะเนี่ย” ศจี ก้าวเข้ามาด้วยชุดราตรีสีแดงเพลิงผ่าสูงเผยให้เห็นเรียวขาเรียวยาว รอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษถูกส่งตรงมายังรสา ดวงตาส่อแววท้าทายและพยายามจะเข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเขาทั้งคู่อย่างจงใจตามนิสัยเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยน คณินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาทันทีที่เห็นหน้าศจี “ผมคิดว่าผมเคลียร์เรื่องความสัมพันธ์ของเราชัดเจนไปนานแล้วนะคุณศจี และที่สำคัญ... นี่คืองานเปิดตัวโปรเจกต์ของภรรผม... ของคุณรสา ถ้าไม่มีเรื่องงาน กรุณาถอยไปค่ะ” คำพูดที่เกือบหลุดปากคำว่าภรรยาถูกกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว แต่รสายันต์กลับจับสังเกตความผิดปกตินั้นได้ทันที รสาไม่ได้แสดงอาการหึงหวงหรือโกรธเกรี้ยวอย่างที่ศจีคาดหวัง ตรงกันข้าม... เธอกลับยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ลึกล้ำเกินกว่าใครจะคาดเดา ดวงตาสีนิลมองตรงไปยังศจีด้วยแววตานิ่งสงบราวกับพื้นผิวน้ำในยามวิกาล ก่อนจะหันกลับมาสบตากับคณินที่กำลังมองเธอด้วยความร้อนรน “ไม่เป็นไรหรอค่ะคุณคณิน ในเมื่อคุณศจีอุตส่าห์เข้ามาทักทายทั้งที เราก็ควรต้อนรับเธอก2ให้สมเกียรติสักหน่อย... จริงไหมคะ?” รสาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงไปด้วยความเยือกเย็นจนคนฟังต้องขนลุกซู่ บรรยากาศรอบตัวอึมครึมลงในพริบตา ความเงียบงันเริ่มโรยตัวเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวพวกเขาทั้งสามคน ท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงคลาสสิกที่คลอเคล้าเบาๆ ในห้องจัดเลี้ยงอันหรูหรา รสายันต์ขยับกายเข้าไปใกล้คณินอีกนิด กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของเธอโชยเข้าแตะจมูกเขาจนสติแทบกระเจิง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาของรสายันต์ก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังเสาต้นใหญ่ไม่ไกลจากจุดนั้น... เด็กชายตัวน้อยในชุดสูทเด็กตัวจิ๋วที่แอบมองมาทางพวกเขาด้วยดวงตากลมโตคู่สวยถอดแบบมาจากคณินไม่มีผิดเพี้ยน! หัวใจของรสายันต์กระตุกวูบ เธอนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อเด็กน้อยคนนั้นขยับปากเรียกชื่อเธอเบาๆ ว่า "คุณแม่คะ..." และนั่นคือวินาทีที่ความลับทั้งหมดที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดกำลังจะพังทลายลงตรงหน้า! ขอให้รี้ดที่รักมีความสุขกับการอ่านและร่วมลุ้นไปกับรสายันต์นะคะ! - เข็มฉายานิศ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สลักเรือนร่างกับถ้อยคำจองจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%