“ถ้าคุณยังเอาแต่ก้าวถอยหลังเพื่อจะหนีหน้าฉัน มีหวังคุณได้ตกลงไปนอนกองกับเศษปูนข้างล่างนั่นแน่ค่ะ คุณรสา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความระอาและกลั้วหัวเราะนิดๆ ดังขึ้นชิดริมใบหู จนรสายันต์สะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณการป้องกันตัวทำให้เธอก้าวถอยหลังอีกก้าวตามสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังบอบบางกลับชนเข้ากับแผงอกกว้างที่อบอุ่นและคุ้นเคยอย่างน่าหงุดหงิด วงแขนแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กเอื้อมมาคว้าเอวคอดกิ่วของเธอไว้มั่นในเสี้ยววินาที ก่อนที่ร่างของเธอจะเสียหลักร่วงหล่นลงมาจากโครงสร้างเหล็กชั้นสามของไซต์งานก่อสร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จ
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นปูนและเหงื่อจางๆ ลอยกรุ่นอยู่รอบกาย ปลุกเร้าความทรงจำในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ใต้ผืนทรายแห่งความเย็นชา รสายันต์ขยับตัวยุกยิก พยายามบิดเร้นกายออกจากวงแขนที่โอบรัดราวกับกรงขัง แต่ยิ่งดิ้นรนมากเท่าไหร่ คณินก็ยิ่งกระชับอ้อมกอดแน่นหนาขึ้นเท่านั้น ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนผิวเนื้อกายสาวเกิดอาการขนลุกชันขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ปล่อยค่ะ คุณคณิน” เธอกัดฟันกรอด น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแข็งกระد้างและเยียบเย็นเพื่อปกปิดจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุตะпкаอก “ฉันยืนอยู่ได้เอง ไม่จำเป็นต้องให้คุณมา ‘แสดงความหวังดี’ จอมปลอมแบบนี้หรอกค่ะ”
“ถ้าฉันไม่คว้าคุณไว้เมื่อกี้ ป่านนี้หัวข้อข่าวหน้าหนึ่งคงเป็นเรื่องสถาปนิกสาวคนเก่งพลาดท่าตกตึกตายคาไซต์งานของคุณศจีไปแล้วล่ะมั้งคะ” คณินจงใจเน้นเสียงล้อเลียน ยิ่งไปกว่านั้น เขายังจงใจขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยักลึกเกือบจะแนบชิดกับใบหูแดงก่ำของเธอ “ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะ... รสา”
ชื่อนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากของเขาด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มพร่าและลึกล้ำ แปลกประหลาดเหลือเกินที่ในยามนี้ อดีตสามีผู้เคยผลักไสไล่ส่งเธออย่างไม่ใยดี กลับเป็นคนเดียวที่คอยวนเวียนอยู่ใกล้ชิดเพื่อชดใช้ความผิดบาปที่เขาเป็นคนก่อขึ้นด้วยมือของตัวเอง รสายันต์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอกวาดสายตามองไปรอบด้าน โครงสร้างคอนกรีตเปลือยเปล่าและเสียงเครื่องจักรไกลๆ ทำให้พื้นที่แคบๆ ตรงมุมตึกนี้กลายเป็นเสมือนเกาะส่วนตัวที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
ในเวลานี้ ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาปรอยๆ ละอองน้ำสีเทาจางๆ ลอยละล่องผ่านโครงเหล็กเข้ามาสัมผัสผิวแก้มนวลเนียน ความชื้นในอากาศทำให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งอบอ้าวและชวนให้หายใจติดขัด ไซต์งานแห่งนี้เป็นโปรเจกต์ร่วมทุนระหว่างบริษัทของคณินกับกลุ่มทุนของศจี และเธอก็คือสถาปนิกหลักผู้รับผิดชอบการออกแบบทั้งหมด การที่เธอต้องมาติดอยู่กับเขาตามลำพังท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ คือบททดสอบความอดทนที่โหดร้ายที่สุดที่ฟ้าดินประทานมาให้
“ถ้าไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ก็กรุณาถอยออกไปค่ะ ทางเดินตรงนี้แคบเกินกว่าจะให้คนตัวโตๆ อย่างคุณมายืนขวางทางหรอกนะ” รสายันต์เชิดหน้าขึ้น ท่าทีเย่อหยิ่งและถือดีถูกงัดขึ้นมาใช้เป็นเกราะป้องกันหัวใจที่สั่นไหว
“ถ้าฉันบอกว่าไม่ล่ะ?” คณินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา เขายอมรับว่าในอดีตเขาเคยตาบอดและโง่เง่าเพียงใดที่ปล่อยให้เพชรเม็ดงามหลุดมือไปเพื่อแลกกับความหลงใหลชั่วครั้งชั่วคราวกับศจี แต่ในวันนี้... เมื่อเขาได้มีโอกาสกลับตัวและพบว่าหัวใจของเขาถูกจองจำไว้ที่อดีตภรรยาคนนี้เพียงคนเดียว เขาก็ไม่มีวันปล่อยให้เธอก้าวเดินหนีหายไปไหนอีกเด็ดขาด
ก้าวเท้าของเขาขยับเข้าประชิดทีละนิด บังคับให้ร่างบางต้องถอยหลังจนแผ่นหลังแนบติดกับเสาปูนเปลือยอย่างไร้ทางหนี คณินใช้มือข้างหนึ่งยันเสาปูนกักตัวเธอไว้ตรงกลาง ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นเพราะละอองฝนออกจากพวงแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาทำให้รสายันต์สะท้านเฮือก เธอนิ่วหน้าเบี่ยงหลบ แต่เขากลับใช้นิ้วเรียวเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอนัยน์ตาประสานกับสายตาคมปลาบที่เต็มไปด้วยความโหยหา
“คุณกำลังเล่นกับไฟนะคะ คณิน” เสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยเมื่อระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดกันและกันทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นมาสวนทางกับสายฝนที่โปรยปรายนอกอาคาร
“ถ้าไฟดวงนั้นคือคุณ... ต่อให้ต้องแผดเผาจนมอดไหม้เป็นจุล ฉันก็ยอมค่ะ”
สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับกลีบปากนุ่มของเธอลงมาทันทีโดยไม่มีการบอกกล่าว รสายันต์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกำหมัดแน่นทุบลงบนอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่จูบครั้งนี้ไม่เหมือนในอดีต มันไม่ใช่จูบแห่งความห่างเหินหรือการบังคับฝืนใจ หากแต่เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา เว้าวอน และเรียกร้อง คณินขบเม้มริมฝีปากอิ่มอย่างอ่อนโยนก่อนจะใช้วิชาความแพรพราวชักนำให้เธอยอมเปิดทางให้ลิ้นร้อนได้ลุกล้ำเข้าไปเกี่ยวพัน กลิ่นอายความเป็นชายและรสชาติอันคุ้นเคยแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ปลุกเร้าไฟปรารถนาที่ถูกกดทับไว้ใต้ความเย็นชาให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นดังแข่งกับเสียงสายฝน ร่างกายของรสายันต์อ่อนปวกเปียกราวกับเทียนไขที่โดนความร้อนลน วงแขนที่เคยผลักไส ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นโอบรอบลำคอแกร่งโดยไม่รู้ตัว ปลายเล็บจิกเข้าที่ลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว ความโกรธแค้นที่มีต่อเขาในอดีตดูเหมือนจะถูกละลายหายไปกับรสจูบอันลึกซึ้งและเร่าร้อนที่เขามอบให้ ความต้องการลึกๆ ในใจที่โหยหาอ้อมกอดนี้มาเนิ่นนานเริ่มกัดกินความตั้งใจอันแน่วแน่ของเธอทีละน้อย
มือใหญ่ของคณินเลื่อนลงมาโอบกระชับสะโพกผาย รั้งร่างบางให้แนบชิดสนิทแนบจนแทบไม่เหลือช่องว่าง สัมผัสจากฝ่ามือที่ลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบางทำให้สติของรสายันต์เตลิดเปิดเปิง เธอแอ่นกายรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นด้วยความยินยอมพร้อมใจอย่างถึงพริกถึงขิง ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายทำให้ทั้งคู่หลงใหลไปในวังวนแห่งอารมณ์จนลืมสิ้นทุกสิ่งรอบกาย
ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังร้อนแรงถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อที่คุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามาจากบันไดหนีไฟฝั่งตรงข้าม
“คุณคณินคะ! คุณอยู่แถวนี้หรือเปล่าคะ ทำไมถึงติดต่อไม่ได้เลย...?”
เสียงหวานแหลมของศจีที่ดังแว่วมา ทำให้รสายันต์สะดุ้งสุดขีดราวกับถูกน้ำแข็งสาดเข้าหน้า สติที่หลุดลอยไปกลับคืนมาในเสี้ยววินาที เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักอกคณินให้ออกห่างอย่างแรง พร้อมกับยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากที่บวมเจ่อของตัวเองด้วยความรู้สึกรังเกียจตัวเองขึ้นมาจับใจ
คณินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขากำลังจะเอปากเอ่ยห้าม แต่รสายันต์กลับส่งยิ้มเยาะเย้ยหยันให้เขาผ่านความมืดสลัวของไซต์งาน เป็นรอยยิ้มที่กรีดลึกลงไปในใจของเขาจนเจ็บแปลบ
“ดูเหมือน ‘คนรัก’ ของคุณจะมาตามแล้วนะคะ... เชิญไปต้อนรับเธอตามสบายเถอะค่ะ ฉันขอตัวไปตรวจหน้างานทางโน้นต่อดีกว่า”
พูดจบรสายันต์ก็หมุนตัวเดินเลี่ยงหายไปในความมืดของมุมตึก ปล่อยให้คณินยืนเคว้งคว้างอยู่ลำพัง ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะหันหลังกลับเพื่อปฏิเสธศจี สายตาคมกริบของเขากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากแฟ้มเอกสารในมือของรสายันต์เมื่อครู่
มันเป็นเอกสารขนาดเอสี่ที่ถูกพับครึ่ง ลมจากช่องหน้าต่างพัดให้มันกางออกเผยให้เห็นภาพพิมพ์อัลตราซาวด์ของเด็กน้อยในครรภ์ พร้อมกับชื่อและนามสกุลของมารดาที่ตัวอักษรเด่นชัดจนทำให้ลมหายใจของคณินสะดุดกึก ร่างสูงยืนนิ่งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ เมื่อตัวเลขและข้อมูลบนใบรับรองแพทย์ฉบับนั้นระบุชัดเจนว่าอดีตภรรยาของเขากำลังตั้งครรภ์... และอายุครรภ์ก็ตรงกับช่วงเวลาที่พวกเขายังใช้ชีวิตร่วมกันก่อนหย่าร้างพอดิบพอดี!
ขอให้รี้ดที่รักมีความสุขกับการอ่านและร่วมลุ้นไปกับรสายันต์นะคะ! - เข็มฉายานิศ
ทัณฑ์สลักเรือนร่างกับถ้อยคำจองจำ•ตอนที่ 6
เงาในความมืด
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สลักเรือนร่างกับถ้อยคำจองจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!