กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยกรุ่นเคล้าอยู่กับความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องทำงานส่วนตัวของคณิน รสายันต์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานกระจกนิรساบาตบานใหญ่ สันกรามคมชัดที่เชิดขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกถึงความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะควบคุมอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังแผดเผาอยู่ภายใต้หน้ากากแห่งความเยือกเย็น สถาปนิกสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มดูทรงอำนาจและยากจะเข้าถึง ทว่าแววตาคู่คมกลับฉายประกายระอาใจอย่างไม่ปิดบัง เมื่อกระดาษแผ่นบางในมือระบุถึงเงื่อนไขการทำงานที่ถูกบิดเบือนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
"คุณเล่นสกปรก, คุณคณิน"
เสียงหวานทว่าราบเรียบเย็นชาดังขึ้นทำลายความเงียบ รสายันต์วางแบบแปลนโครงการรีสอร์ทหรูลงบนโต๊ะด้วยแรงปะทะที่พอเหมาะเพื่อให้รู้ถึงความไม่พอใจ
คณินเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต ดวงตาคมกริบสีสนิมเหล็กมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย อดีตสามีผู้เคยเย่อหยิ่งและผลักไสเธอออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้กลับต้องยอมลดทิฐิลงทุกกระเบียดนิ้ว เพียงเพื่อให้ได้มีโอกาสหายใจร่วมพื้นที่กับเธออีกครั้ง
"ผมไม่ได้เล่นสกปรก รสา" คณินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกก้าวเข้ามาประชิดกรอบสายตาของเธอทีละน้อย "ในสัญญาข้อที่สี่ระบุไว้ชัดเจนว่า สถาปัตยกรรมหลักจะต้องสอดรับกับวิถีชีวิตส่วนตัวของเจ้าของโครงการอย่างใกล้ชิด และในฐานะที่ผมเป็นเจ้าของ... ผมมีสิทธิ์ที่จะกำหนดว่าคุณต้องเข้ามา 'ตรวจสอบหน้างาน' และ 'ปรึกษางาน' กับผมที่ไหน และเมื่อไหร่"
"แต่สถานที่ประชุมไม่ควรเป็น 'เพนต์เฮาส์ส่วนตัว' ของคุณตอนเที่ยงคืนแบบนี้!" รสายันต์สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นรัวระรัวด้วยแรงปะทะจากกลิ่นกายคุ้นเคยและรัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม "ถ้าเรื่องงาน คุณควรนัดฉันที่ออฟฟิศ หรือไม่ก็ไซต์งานที่มีทีมงานคนอื่นอยู่ด้วย ไม่ใช่การเรียกฉันมา... ตัวต่อตัว ในที่รโหฐานแบบนี้"
คณินไม่ถอยหนี เขากลับก้าวเข้าไปประชิดจนปลายจมูกแทบจะชนกับกลุ่มผมหอมกรุ่นที่ถูกรวบไว้เป็นมวยอย่างประณีต ความทรงจำเก่าๆ ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจเขา รสายันต์ในอดีตคือภรรยาผู้ยอมจำนนและร้องขอความรักจากเขาอย่างไร้ค่า แต่รสายันต์ในวันนี้คือเพชรน้ำเอกที่เจียระไนด้วยความเจ็บปวด เปล่งประกายเจิดจ้าจนเขาแทบแสบตา และยิ่งอยากครอบครองเธอกลับคืนมามากเป็นทวีคูณ
"กลัวเหร็อรสา?" คณินโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าเจือความเย้าแหย่ที่แฝงไฟปรารถนาร้อนแรง "กลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหว... หรือกลัวว่าหัวใจที่คุณพยายามสร้างกำแพงเหล็กกั้นไว้ มันจะพังทลายลงมาต่อหน้าผมอีกครั้งกันแน่"
รสายันต์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยตวัดมองสบตากับเขาอย่างท้าทาย เธอไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้เขาปั่นหัวเล่นเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว มือเรียวบางยกขึ้นวางทาบลงบนแผงอกกว้างของเขา ออกแรงผลักเบาๆ เพื่อสร้างระยะห่าง ทว่ากลับกลายเป็นการเปิดโอกาสให้วงแขนแข็งแกร่งคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่ว รวบร่างของเธอเข้าหาตัวจนแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง
"ปล่อยค่ะ!" รสายันต์ตวาดเสียงต่ำ ดวงตาไหวระริกด้วยความตกใจเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับกระจกหน้าต่างบานยักษ์ที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามราตรี ทว่าคณินกลับกักขังเธอไว้ด้วยท่อนแขนทั้งสองข้าง โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดพวงแก้ม
"ผมไม่ปล่อย..." คณินกระซิบชิดริมฝีปากอิบอิ่มที่เม้มแน่นเป็นเส้นตรง "คุณบีบให้ผมต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อดึงคุณกลับมา รสา คุณคิดว่าผมทนมองคุณเดินจากไปโดยไม่ทำอะไรเลยได้จริงๆ งั้นเหรอ? สามปีที่ผ่านมา... นรกบนชัดๆ สำหรับผมไม่มีจริงหรอก เพราะนรกที่แท้จริงคือการไม่มีคุณอยู่ข้างกายต่างหาก"
คำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจไม่ได้ทำให้ดวงตาของสถาปಂತ್สาวไหวหวานลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับจุดประกายความแค้นเคืองและรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว
"เพิ่งมารู้สึกตัวเอาตอนนี้มันไม่สายไปหน่อยเหรอคะ คุณคณิน? วันที่คุณทิ้งฉันไว้กับความว่างเปล่า วันที่คุณเอาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีในบ้านของเรา... คุณไม่เคยคิดเลยใช่ไหมว่านรกที่แท้จริงมันหน้าตาเป็นยังไง" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวดที่ฝังรากลึก ทว่าแววตากลับแข็งกร้าว "อย่ามาพูดคำว่ารักหรือเสียดายกับฉันเลยค่ะ มันน่าสมเพช"
คำพูดเชือดเฉือนเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคณิน แต่มันกลับยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความสุภาพเรียบร้อยของนักธุรกิจหนุ่มให้ตื่นขึ้น ความรู้สึกผิดบาปและการอยากไถ่บาปผสมปนเปไปกับความเร่าร้อนที่โหยหา ร่างสูงไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ต่อว่าต่อขานอีกต่อไป ใบหน้าคมคายโน้มลงปิดกั้นเรียวปากอิ่มที่กำลังขยับต่อว่าเขาด้วยจູບที่หนักหน่วงและเต็มไปด้วยความโหยหา
"อื้อ..." รสายันต์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีแผงอกเขาด้วยเรียวแรงทั้งหมดที่มี แต่มันช่างไร้ความหมายเมื่อเทียบกับแรงมหาศาลของชายหนุ่ม คณินใช้มือข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ขณะที่มืออีกข้างสอดเข้าไปใต้กลุ่มผม ปลดมวยผมของเธอให้สยายลงเคลียไหล่ระหง แล้วประคองท้ายทอยบังคับให้เธอต้องรับรสจูบอันเอาแต่ใจและเร่าร้อนนี้อย่างจำยอม
สัมผัสที่คุ้นเคยแต่แฝงด้วยความดิบเถื่อนทำให้หัวใจของรสายันต์กระหน่ำรัว รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและขื่นขมแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนภายใต้สัมผัสวาบหวามที่เขาจงใจปลุกปั่น ลมหายใจอุ่นร้อนที่ผสานกันสร้างความปั่นป่วนในท้องน้อย กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับน้ำหอมผู้ชายราคาแพงทำเอาสติที่เคยตั้งมั่นไว้เริ่มพร่าเลือน
เมื่อเห็นว่าริมฝีปากบางเริ่มอ่อนระทวยและตอบสนองตามสัญชาตญาณ คณินจึงผ่อนแรงลงเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ เรียวปากหนาขบเม้มริมฝีปากเธอบางเบาราวกับเป็นการลงโทษและออดอ้อนในเวลาเดียวกัน ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน ความโหยหาที่ถูกกดทับมานานนับปีระเบิดออกในความมืดสลัวของเพนต์เฮาส์หรู
รสายันต์หลับตาลงอย่างจำนนต่อความรู้สึกวับหวามที่เขาเป็นผู้แต่งแต้ม นิ้วเรียวที่เคยจิกทึ้งเสื้อของเขาค่อยๆคลายออก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโอบกอดรอบลำคอแกร่งโดยไม่รู้ตัว รสสัมผัสที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนทำให้กำแพงความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นพังทลายลงทีละน้อย ความต้องการที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความแค้นกำลังถูกปลุกเร้าให้ตื่นขึ้นด้วยมือของอดีตสามีผู้สร้างบาดแผล
ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันร้อนแรงและคราบน้ำตาแห่งความเจ็บปวดในอดีต เสียงกดรหัสผ่านประตูหน้าเพนต์เฮาส์ก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบงัน...
*ติ๊ด! แกร๊ก...*
เสียงปลดล็อกประตูดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ คณินผละริมฝีปากออกอย่างนึกเสียดาย ขณะที่รสายันต์สะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ร่างบางผลักอกเขาออกเต็มแรงในขณะที่ใบหน้ายังคงแดงก่ำและหอบหายใจสะท้าน
"ใคร..." รสายันต์เอ่ยเสียงสั่นด้วยความระแวง
ทว่ายังไม่ทันที่คณินจะได้เอ่ยปากอธิบาย ร่างระหงของหญิงสาวคุ้นตาในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก็ก้าวเข้ามาในห้องรับแขก พร้อมกับเสียงหวานใสที่เอמהทักทายอย่างคุ้นเคยโดยไม่ได้รับเชิญ
"คุณคณินคะ ศจีเอาเอกสารสำคัญที่ลืมไว้ที่บริษัทมาให้ค่ะ... เอ๊ะ?"
ศจีชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อพบว่าอดีตภรรยาหลวงอย่าง 'รสายันต์' กำลังยืนแนบชิดอยู่กับชายหนุ่มในสภาพเรือนร่างที่ยุ่งเหยิงไม่ต่างกัน ทว่าก่อนที่ศจีจะได้เอ่ยคำพูดใดออกมา รสายันต์กลับหันมาสบตากับคณินด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคณินกระตุกวูบด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างรุนแรง...
(โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ)
ขอให้รี้ดที่รักมีความสุขกับการอ่านและร่วมลุ้นไปกับรสายันต์นะคะ! - เข็มฉายานิศ
ทัณฑ์สลักเรือนร่างกับถ้อยคำจองจำ•ตอนที่ 5
การทดสอบความอดทน
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สลักเรือนร่างกับถ้อยคำจองจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!