ทัณฑ์สลักเรือนร่างกับถ้อยคำจองจำ•ตอนที่ 13

รุ่งอรุณแห่งความสับสน

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
เศษซากของภาพถ่ายใบนั้นยังคงบาดลึกอยู่ในความรู้สึก แม้ค่ำคืนที่ผ่านมาจะถูกละเลงไปด้วยหยาดเหงื่อ เสียงหอบหายใจ และแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่รสาและคณินต่างโหยหากันและกันอย่างบ้าคลั่ง ทว่าความจริงอันโหดร้ายในยามสางกลับทำหน้าที่เป็นเครื่องประหารใจที่เด็ดขาดที่สุด รสา, ในชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมสีมุกที่ยับยู่ยี่ นั่งนิ่งอยู่ริมขอบเตียงกว้าง กลิ่นอายความเร่าร้อนจากบทรักเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงเจือจางอยู่ในอากาศ ทว่าความอบอุ่นนั้นกลับเทียบไม่ได้เลยกับความหนาบึงในอกที่เธอเพิ่งตระหนักได้ เธอพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ให้กับความอ่อนแอของร่างกาย พ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันคุ้นเคย และพ่ายแพ้ให้กับหัวใจโง่เง่าที่ยังคงจดจำจังหวะการเต้นของเขาได้ดีเสียยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด "รสา..." เสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่าจากห้วงนิทราดังขึ้น พร้อมกับท่อนแขนแข็งแกร่งที่เอื้อมจากด้านหลังมาโอบกอดเอวบางไว้ตามความคุ้นชิน คณินในยามนี้ไม่มีคราบของประธานบริหารผู้เย็นชาและหยิ่งผยอง มีเพียงชายหนุ่มผู้ปรารถนาจะเหนี่ยวรั้งอดีตภรรยาไว้ด้วยลมหายใจอุ่นร้อนที่รดต้นคอระหง "มองหน้าผม... อย่าทำสายตาแบบนั้นเลย" รสาไม่ขยับเขยื้อน เธอปล่อยให้เขากอดไว้เช่นนั้น ปล่อยให้ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ไปตามลาดไหล่เปลือยเปล่าที่ยังคงทิ้งร่องรอยสีุ่กุหลาบจากการกระทำอันเอาแต่ใจของเขาเมื่อคืน แต่สายตาของเธอกลับทอดมองไปยังเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ภาพถ่ายของศจี—หญิงสาวผู้เคยเป็นหมากในเกมอำมหิตของเขา—ที่บังเอิญร่วงหล่นออกมาจากลิ้นชักลับหลังหัวเตียงขณะที่บทรักอันเร่าร้อนกำลังดำเนินไปถึงจุดสูงสุด ภาพนั้นคือเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า ระหว่างเธอกับเขา มันไม่เคยมีคำว่า 'เริ่มต้นใหม่' มีเพียงหลุมพรางแห่งอดีตที่รอเวลาฝังกลบเธอให้ตายทั้งเป็น "คุณยังเก็บมันไว้อีกเหรอคะ คณิน" น้ำเสียงของรสาเรียบนิ่ง เย็นชาจนน่าใจหาย มันเป็นความเย็นชาที่กรีดลึกยิ่งกว่าใบมีด "ภาพของผู้หญิงคนที่คุณเคยใช้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน... คุณยังเก็บเธอไว้ใกล้เตียงนอนที่คุณใช้ร่วมกับฉันอย่างนั้นเหรอคะ" คณินชะงัก ลมหายใจอุ่นร้อนที่เคยเป่ารดต้นคอสะดุดกึก เขารีบผุดลุกขึ้นคว้าเสื้อผ้ามาสวมด้วยความลนลาน ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาถอดสีจนซีดเผือด ดวงตาคมกริบฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่รสาไม่เคยเห็นมาก่อน "รสา... มันไม่ใช่แบบนั้น ฟังผมก่อน ภาพนั่น... มันเป็นเรื่องเก่า ตั้งแต่ตอนที่เรายัง..." "ไม่ต้องอธิบายค่ะ" รสาปัดมือของเขาออกอย่างไร้เยื่อใย เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ร่างกายจะยังระบมจากการร่วมรักอย่างหนักหน่วงตลอดทั้งคืน แต่แววตาของเธอกลับแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยวเกินกว่าที่ชายหนุ่มจะกล้าเข้าใกล้ "เพราะคำอธิบายของคุณมันราคาถูกเกินกว่าที่ฉันจะเสียเวลาฟัง และที่สำคัญที่สุด..." เธอหยุดเว้นจังหวะ ปรายตามองเขาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "สิ่งที่คุณควรละอายใจที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่การที่ฉันเห็นรูปผู้หญิงคนนั้น... แต่คือความจริงที่ว่า เมื่อคืนนี้ คุณเพิ่งทำลายกำแพงทั้งหมดที่ฉันสร้างขึ้นด้วยความอ่อนแอโง่เขลาของตัวเอง เพียงเพราะสัมผัสห่วยๆ ของผู้ชายใจร้ายอย่างคุณ!" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจคณิน เขาพยายามจะก้าวเข้ามาคว้ามือเธอไว้ แต่รสาถอยหลังหนีด้วยท่าทีรังเกียจอย่างชัดเจน ความเร่าร้อนวาบหวามเมื่อคืนมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสงครามประสาทที่คุกรุ่นไปด้วยคราบน้ำตาและความแค้นที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว "รสา! ผมขอร้อง... ให้โอกาสผมได้แก้ไขเรื่องทั้งหมด ได้โปรด..." คณินละทิ้งฟอร์มและศักดิ์ศรีทั้งหมด คุกเข่าลงตรงหน้าเธอ มือหนาเอื้อมไปกุมชายผ้าคลุมของเธอไว้แน่น ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว—หวาดกลัวว่าจะสูญเสียเธอไปตลอดกาล "ผมรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันสาหัสแค่ไหน แต่เรื่องของศจีมันจบไปนานแล้ว ตั้งแต่วันที่คุณเดินออกไปจากชีวิตผม ไม่มีวันอื่นอีกแล้วรสา..." รสาจ้องมองภาพอดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังคุกเข่าอ้อนวอนเธอด้วยความสมเพชเวทนา เธอหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข สนุกสนาน หรือแม้แต่ความเย้ยหยัน มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัว "จบเหรอคะ? สำหรับคุณมันอาจจะง่าย เพราะคุณเป็นคนเริ่มและเป็นคนจบตามอำเภอใจ แต่สำหรับฉัน... แผลเป็นทุกรอยบนตัวฉัน และความเจ็บปวดที่ฉันต้องแบกรับไว้คนเดียว มันไม่มีวันจบหรอกค่ะ คณิน" เธอก้มลงมองเขาด้วยสายตานิ่งสนิท ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาหัวใจของคณินหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม "และจำไว้... นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะได้แตะต้องตัวฉัน เพราะนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ระหว่างเราจะไม่มีแม้แต่คำว่า 'อดีตสามีภรรยา' เหลืออยู่เลย" รสะสะบัดตัวเดินเลี่ยงเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้คณินคุกเข่าอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บและความมืดมิดที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้นมาเอง เสียงประตูกระจกห้องน้ำปิดลงพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ที่เธอพยายามกลั้นไว้สุดชีวิต... เธอเกลียดตัวเองเหลือเกินที่เผลอไผลไปกับอ้อมกอดของเขาเมื่อคืน แต่ความเกลียดชังที่มีต่อเขามันมีมากกว่า และมันจะไม่มีวันถูกลบเลือนด้วยเซ็กส์หรือคำแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น ทว่า ในขณะที่รสายันต์กำลังยืนหลับตาพิงบานประตูกระจกเพื่อตั้งสติกับความวุ่นวายในจิตใจ เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งนอกห้องน้ำก็แผדเสียงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ มันเป็นข้อความแจ้งเตือนจากโรงพยาบาล... พร้อมกับไฟล์เอกสารแนบที่ส่งตรงมาจากแพทย์ประจำตัวของเธอ รสาเดินออกมาด้วยความสงสัย นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อกดเปิดไฟล์ภาพเอกสารทางการแพทย์ผลตรวจสุขภาพประจำเดือนที่เธอเพิ่งเข้ารับการตรวจเมื่อสองวันก่อน ก่อนที่เธอจะลืมตาต้อนรับค่ำคืนอันเร่าร้อนกับคณิน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย เมื่อตัวอักษรภาษาอังกฤษและตัวเลขผลวิเคราะห์ปรากฏเด่นชัดอยู่บนหน้าจอ—ข้อความที่ยืนยันการตั้งครรภ์สัปดาห์ที่หก... และอัตราการเต้นของหัวใจเด็กน้อยที่กำลังเจริญเติบโตอยู่ในครรภ์ของเธออย่างเงียบงัน รสาเซถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบเตียง มือบางยกขึ้นปิดปากตัวเองแน่นเพื่อกลั้นเสียงกรีดร้อง ความจริงที่หล่นทับลงมาตรงหน้าหนักอึ้งเสียจนเธอแทบหายใจไม่ออก ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูกระจกห้องนอนด้านนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มของคณินที่ตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความร้อนรน "รสา! เปิดประตูให้ผมหน่อย! มี... มีคนมาหาคุณที่หน้าบ้าน... เขาบอกว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับคุณที่ผมต้องรู้ตอนนี้!" รสาตัวชาดิ่ง มือที่ถือโทรศัพท์สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อเสียงฝีเท้าหลายคู่ก้าวเข้ามาใกล้ห้องนอนของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ทาบทับลงบนบานประตูไม้—เงาร่างที่เธอจำได้แม่นยำว่ามันคือฝันร้ายที่เธอกำลังพยายามหนีให้พ้นตลอดกาล! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวอันเข้มข้นและเจ็บปวดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สลักเรือนร่างกับถ้อยคำจองจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%