เสียงปิดประตูห้องประชุมใหญ่กระจกใสฝ้าดัง *‘คลิก’* เบาๆ แต่กลับก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคนที่นั่งอยู่ภายใน รสายันต์ในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีต ขับเน้นทรวดทรงระหงและท่าทีเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก เธอก้าวเท้าฉับไวเข้ามาด้วยความมั่นใจ แผ่นหลังตั้งตรงดั่งสตรีผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อแรงโน้มถ่วงใดในโลกหล้า ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาชำเลืองมองไปยังหัวโต๊ะประชุม ที่ซึ่งบุรุษผู้เคยเป็นเจ้าของลมหายใจและหยาดน้ำตาของเธอในอดีตกำลังนั่งไขว่ห้างรออยู่
คณิน... ประธานบริหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน เขายังคงรูปงาม บาดตา และเปี่ยมด้วยรัศมีแห่งอำนาจที่แผ่ซ่านจนบรรยากาศในห้องอึดอัดแทบหายไม่ออก ใบหน้าคมคายนั้นเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับจดจ้องร่างบางที่เดินเข้ามาไม่วางตา ราวกับพยายามค้นหาเงาร่างของภรรยาตัวน้อยผู้แสนอ่อนแอที่เขาเคยเหยียบย่ำไว้ในอดีต จากสตรีผู้เคยร้องขอความรักอย่างไร้ศักดิ์ศรี บัดนี้รสาได้กลายร่างเป็นสถาปนิกสาวมือฉกาจที่ยืนหยัดอยู่บนลำแข้งของตนเอง และพร้อมที่จะฟาดฟันเขาอย่างไม่เกรงกลัว
"เชิญนั่งครับ... คุณรสา" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยขึ้น พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก ทว่าแฝงไว้ด้วยความท้าทาย
รสายันต์ไม่แม้แต่จะชายตามองเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่เขาผายมือเชื้อเชิญ เธอกลับเลือกดึงเก้าอี้อีกตัวที่อยู่ถัดออกไป นั่งลงอย่างสง่างาม ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสดงออกถึงระยะห่างที่ไม่มีวันลดเลี้ยวกลับไปจุดเดิม
"ไม่ต้องเกรงใจเรียกชื่อทางการขนาดนั้นหค่ะ ท่านประธานคณิน" รสาเอ่ยสวนขึ้นทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "โปรเจกต์รีโนเวต์รีสอร์ตหรูริมผานั่น ฉันเป็นคนรับผิดชอบหลักในนามบริษัทออกแบบของฉัน หน้าที่ของเราคือคุยกันเรื่องแปลนและงบประมาณ ไม่ใช่การมารำลึกความหลังที่มันฝังกลบลงดินไปนานแล้วนะคะ"
คณินชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มบนมุมปากจางหาย เหลือเพียงแววตาส2ดมืดครึ้มที่ไหววูบด้วยความเจ็บปวดร้าวรานที่เขาพยายามซ่อนเร้น สายตาคมกริบกวาดมองเรียวปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำ—สีเดียวกับที่เคยพร่ำอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขาในคืนวันแต่งงานอันแสนขมขื่น ทว่าบัดนี้ริมฝากบางคู่นั้นกลับพ่นถ้อยคำเชือดเฉือนที่แทงทะลุหัวใจเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"แปลนที่คุณเสนอมา... มันไร้จิตวิญญาณ" คณินโน้มตัวไปข้างหน้า มือหนาวางประสานกันบนโต๊ะกระจก แววตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย "หรือว่าคุณตั้งใจออกแบบมันให้เย็นชาและไร้หัวใจ เหมือนกับคนที่ออกแบบมันกันแน่ รสา?"
บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน รสายันต์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มตัวเข้าหาเขาเล็กน้อยเพื่อให้ระยะห่างระหว่างกันลดลง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย้ายวนลึกลับลอยแตะจมูกคณิน ทำให้ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดไปชั่ววินาที
"จิตวิญญาณเหรอคะ?" รสายันต์กระซิบเสียงแผ่ว ทว่าก้องกังวานในโสตประสาทของคนฟัง "คุณยังมีหน้ามาถามหาจิตวิญญาณจากฉันอีกหรือคะ คณิน? คนที่ควักหัวใจฉันออกโยนทิ้งลงถังขยะเมื่อสามปีก่อน คือตัวคุณเองไม่ใช่หรือไงคะ ตอนนี้ฉันเอาร่างกายที่ไร้หัวใจมาทำงานรับเงินจากคุณ มันก็ยุติธรรมดีแล้วนี่คะ หรือว่าคุณ... อยากจะได้อะไรที่มากกว่าเรื่องงานกันล่ะคะ?"
คำพูดท้าทายนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง คณินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงที่เหนือกว่าทำให้เขาเป็นฝ่ายกดดันเธอโดยอัตโนมัติ ร่างหนาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะประชุมฝั่งที่เธออยู่ จนรสาต้องผถอยหลังเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ ทว่าแววตาเธอยังคงแข็งกร้าว ไม่ยอมหลบสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาและสำนึกผิดที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก
"ใช่... ผมอยากได้มากกว่าเรื่องงาน" คณินกัดฟันกรอด น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเอ่ยประโยคถัดมา "ผมอยากได้คุณ... คนเดิม คนที่เคยรักผม คนที่ผมสมควรจะทะนุถนอมแต่กลับทำลายมันด้วยมือตัวเอง"
"สายไปแล้วค่ะ" รสายันต์สวนกลับทันควันอย่างไร้เยื่อใย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว "ความรักที่คุณพูดถึง มันตายไปพร้อมกับเด็กในท้องของฉันเมื่อสามปีก่อนแล้วค่ะ คณิน... และต่อให้คุณเอาเงินทั้งบริษัทมาแลก หรือเอาชีวิตของคุณมาคุกเข่าอ้อนวอนตรงหน้าฉันตอนนี้ ก็ไม่มีวันได้ผู้หญิงโง่ๆ คนนั้นคืนกลับมาหรอกค่ะ"
คำว่า 'เด็กในท้อง' พุ่งชนเข้ากลางหน้าอกของคณินราวกับค้อนเหล็ก ร่างสูงเซถอยหลังไปครึ่งก้าว ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงทันที ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจมาตลอดสามปีถาโถมเข้าใส่จนเขาแทบกระอักเลือด เขารู้ดีว่านั่นคือแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย และเป็นตราบาปที่เขาต้องชดใช้ด้วยความทรมานไปตลอดชีวิต
ในจังหวะที่สงครามประสาทกำลังดำเนินไปถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งขัดจังหวะความตึงเครียดภายในห้อง
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ประตูห้องประชุมเปิดออกโดยเลขาหน้าห้องที่สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก มือเรียวถือแท็บเล็ตและเอกสารสำคัญก้าวเข้ามาด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะหันมามองหน้าคณินด้วยความลังเล
"ท่านประธานคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ" เลขารายงานด้วยน้ำเสียงติดขัด "มีแขกไม่ได้รับเชิญมาขอพบคุณที่ห้องทำงานส่วนตัวค่ะ เธออ้างว่าเป็น... อดีตคนสนิทของคุณ และ... และเธอกำลังพาลูกชายตัวน้อยหน้าตาคล้ายคุณมากๆ มาอาละวาดอยู่ที่นั่นค่ะ!"
รสายันต์ชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ขณะที่ดูลึกเข้าไปในแววตาของคณินที่บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดราวกับเห็นผีในเวลากลางวัน
หัวใจของคณินหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อหางตาของเขาเหลือบไปเห็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปากของรสายันต์ ที่กำลังมองตรงมายังเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามอันน่าสะพรึงกลัว...
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ทัณฑ์สลักเรือนร่างกับถ้อยคำจองจำ•ตอนที่ 2
เกมที่ไม่มีใครยอมใคร
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สลักเรือนร่างกับถ้อยคำจองจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!