"บอกว่าไม่ต้องแบกมาไง เล่มบัญชีการเงินเพื่อการจัดการเนี่ย มันหนักนะยัยเตี้ย หน้าตาก็ออกจะน่ารัก แต่ทำไมดื้อเงียบจังวะ"
เสียงบ่นงึมงำที่คุ้นหูดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับน้ำหนักของกระเป๋าเป้ใบโตที่ถูกดึงออกไปจากบ่าของฉันอย่างไร้ความปรานี ใบหน้าคมคายของนายคีย์โผล่เข้ามาในระยะประชิด ชนิดที่ว่าถ้าฉันขยับปลายจมูกไปข้างหน้าอีกนิดเดียวคงจะชนกับปลายจมูกโด่งเป็นสันของเขาพอดี
ให้ตายเถอะ... นี่มันหน้าหอพักฉันนะ ไม่ใช่สนามรบที่จะมาทำยุทธวิธีประชิดตัวกันแบบนี้!
"เอาคืนมานะ นายคีย์! ฉันถือเองได้น่า อีกอย่าง หน้าตาฉันออกจะสะสวยระดับดาวคณะ ไม่ใช่เตี้ยแบบที่นายชอบแซวสักหน่อย" ฉันยื่นมือหมายจะแย่งกระเป๋าคืน แต่คนตัวสูงกว่ากลับชูมันขึ้นเหนือหัวแถมยังทำหน้ากวนประสาทใส่ด้วยการยักคิ้วหลิ่วตา
"สะสวยตรงไหนก่อน ขอบตาดำเป็นแพนด้าเพราะนั่งปั่นการบ้านตอนตีสามเนี่ยนะเรียกสวย ถ้าเขาเรียกว่าน่ารักน่าเอ็นดูต่างหากเล่า" คีย์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ขายาวๆ ก้าวเดินนำหน้าไปก่อนแล้วโดยไม่รอฟังเสียงโวยวายของฉันเลยสักนิด
ฉันได้แต่กัดริมฝีปากแน่น พยายามซ่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ยัยฟ้าใส เธอต้องตั้งสติไว้นะ! หมอนี่มันแค่ปากหวานไปวันๆ เหมือนเดิมนั่นแหละ อย่าไปหลงกลคำพูดพวกนี้เด็ดขาด
พวกเรากำลังเดินเท้าไปยังป้ายรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัยเพื่อเดินทางไปเรียนวิชาเลือกเสรีตอนเช้าตรู่ บรรยากาศสองข้างทางคึกคักไปด้วยนักศึกษาที่เร่งรีบ เสียงรถราวิ่งสวนกันไปมาบนถนนใหญ่สายหลักที่การจราจรเริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ตามช่วงเวลาเร่งด่วน
พอมาถึงตรงทางม้าลายข้ามถนนหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปริมาณรถราก็เริ่มชะลอตัวและติดขัดเพราะสัญญาณไฟจราจรที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดง ฉันยืนรออยู่ริมฟุตบาทตามปกติ ทว่าจังหวะนั้นเอง... มือหนาของคนที่เดินนำอยู่ก่อนหน้าก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของฉันแน่น แล้วดึงให้ก้าวเดินตามลงไปบนถนนทันทีโดยไม่ทันตั้งตัว
สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของเขาแนบชิดลงบนผิวเนื้อโดยตรง หัวใจของฉันกระตุกวูบ ไรขนทั่วร่างลุกชันขึ้นมาอย่างฉับพลัน ความร้อนแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มจนต้องรีบก้มหน้าหลบสายตา
"เดินดีๆ ระวังรถสิ ใจลอยไปถึงไหนแล้วเนี่ย ยัยทึ่ม" คีย์เอ่ยเตือนเสียงนุ่ม สัมผัสที่ข้อมือไม่ได้หลุดลơiไปไหน กลับกัน... นิ้วเรียวยาวของเขาค่อยๆ สอดประสานเข้ามาตามร่องนิ้วของฉันทีละนิด จนกระทั่งฝ่ามือของเรากอบกุมเข้าหากันอย่างแนบแน่นในที่สุด
ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เดินอยู่ข้างๆ เขาไม่ได้หันมามองฉันด้วยซ้ำ แต่แรงบีบกระชับที่ฝ่ามือกลับชัดเจนเสียจนหัวใจเต้นรัวโครมครามราวกับจะหลุดออกมานอกอก
นี่มันไม่ใช่แค่การจับมือเพื่อข้ามถนนธรรมดาแล้วนะ!
ถนนช่วงนี้ออกจะกว้าง ทำไมเขาต้องเดินช้าลงแถมยังกุมมือฉันไว้แน่นขนาดนี้ด้วยเล่ะ ไหนจะรอยยิ้มมุมปากที่แอบเห็นแวบๆ ตอนที่เขาหันมามองมือก่อนหน้านั้นอีก นายคีย์... นายกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่เนี่ย ทำไมถึงชอบทำให้ใจสั่นอยู่เรื่อยเลย!
จนกระทั่งพวกเราเดินข้ามมาถึงฝั่งตรงข้ามได้อย่างปลอดภัยแล้ว ฝ่ามืออุ่นจัดคู่นั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยออกเลยแม้แต่น้อย เขายังคงกุมมือฉันไว้เดินดุ่มๆ ไปตามทางเดินร่มรื่นมุ่งหน้าสู่อาคารเรียนรวม โดยมีสายตาของเพื่อนร่วมคณะหลายคนหันมามองด้วยความสนใจ
ฉันพยายามบิดข้อมือออกเบาๆ พร้อมกับกระซิบเสียงลอดไรฟัน "นี่... ข้ามถนนมาถึงฝั่งนี้แล้วนะ ปล่อยมือได้แล้วมั้งคนอื่นมองหมดแล้วเนี่ย"
คีย์หยุดเดินกะทันหันจนฉันเกือบจะพุ่งชนแผ่นหลังเขาเต็มแรง ชายหนุ่มหันกลับมามองด้วยสายตาพราวระยับ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน "อ้าวเหรอ นึกว่ายังไม่ถึงฝั่งฝันซะอีก"
"ฝันอะไรของนาย เลิกแกล้งฉันสักทีเถอะน่า" ฉันหน้าแดงก่ำ สะบัดมือออกจากการกอบกุมของเขาได้สำเร็จ รีบยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเองที่ร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก
"ไม่ได้แกล้งสักหน่อย ก็มือเธอนิ่มดีนี่นา... เดินจับไปตลอดทางจนถึงห้องเรียนเลยไม่ได้รึไง" คีย์เอียงคอถามด้วยน้ำเสียงออดอعนที่ทำเอาคนฟังแทบจะละลายกลายเป็นน้ำอยู่ตรงนั้น
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจเกินไปแล้วนะคะ!
พวกเราเดินมาถึงหน้าห้องเรียนเลคเชอร์ขนาดใหญ่ที่ตอนนี้เหล่านักศึกษาต่างทยอยจับจองที่นั่งกันจนเกือบเต็มแล้ว ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ นึกโล่งอกที่จะได้หลุดพ้นจากสถานการณ์ชวนเขินอายเมื่อครู่ ทว่าพอเดินเข้ามาด้านใน สายตากลับกวาดไปเจอเข้ากับเป้าหมายที่ไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้
มาร์ค หัวโจกตัวแสบประจำแก๊งเพื่อนของคีย์ กำลังนั่งกระดิกเท้ารออยู่แถวกลางห้อง พร้อมกับส่งยิ้มกรุ่มกริ่มส่งสัญญาณมือเรียกพวกเรายิกๆ ราวกับกำลังรอชมละครฉากใหญ่
"ทางนี้โว้ยคุณเพื่อน! เก้าอี้แถวนี้ว่าง สองที่นั่งพอดีเป๊ะ!" มาร์คตะโกนเสียงดังลั่นจนคนหันมามองกันทั้งแถบ
คีย์ยักไหล่อย่างไม่ยี่หี้ เดินนำลิ่วเข้าไปทรุดตัวลงนั่งตรงเก้าอี้ตัวริมทันที ส่วนฉันที่จำใจต้องเดินตามไปนั่งติดหน้าต่าง ก็ได้แต่ส่งค้อนวงใหญ่ให้มาร์คที่นั่งยิ้มแป้นแล้นอยู่ถัดไป
"แหมๆ เดินมาด้วยกันหน้าตาชื่นบานเชียวนะพวกแก มือไม้นี่เกี่ยวกันมาตลอดทางรึเปล่าเนี่ย" มาร์คเปิดฉากแซวทันทีที่พวกเราหย่อนก้นลงนั่ง โดยมีสายตากรุ้มกริ่มเป็นประกายระยิบระยับสนับสนุนเต็มที่
"เงียบไปเลยนะมาร์ค นายไม่มีการบ้านต้องส่งรึไง ถึงได้ว่างมานั่งแซวชาวบ้านชาวช่องเขาเนี่ย" ฉันรีบหยิบสมุดเลคเชอร์ขึ้นมากางกลบเกลื่อนอาการเขินที่ยังไม่จางหาย
"โอייה ฉันน่ะส่งตั้งแต่เมื่อวานแล้วคุณเพื่อน แต่ที่นั่งรอนี่เพราะอยากเห็นคนแถวนี้เสียอาการต่างหากล่ะ ดูสิ หน้าแดงยิ่งกว่ามะเขือเทศสุกซะอีก" มาร์คยังคงไม่เลิกรา แถมยังหันไปทำไม้ทำมือส่งซิกให้กับคีย์ที่นั่งเท้าคางมองฉันอยู่เงียบๆ
คีย์ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแต่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย ดวงตาคู่คมจ้องมองมาที่ฉันนิ่งๆ ชนิดที่ว่าไม่อาจหลบสายตาไปไหนได้เลย
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากความวุ่นวายในห้องเลคเชอร์ เสียงพูดคุยรอบข้างค่อยๆ เงียบลงในความรู้สึกของฉัน เหลือเพียงแค่เสียงหัวใจของตัวเองที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท
"ถ้าเขินมากนัก... ครั้งหน้าอยากให้จับมือข้ามถนนไปถึงไหน บอกได้นะ ฉันพร้อมเดินเป็นเพื่อนเธอไปตลอดชีวิตเลยแหละ"
ประโยคหยอดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของคนข้างๆ ทำเอาฉันถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง ไอแค่กๆ หน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิมจนแทบจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด
แล้วจังหวะนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือของฉันที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับการแจ้งเตือนข้อความแชตจากใครบางคนที่นั่งอยู่ห่างออกไปไม่ถึงคืบ
**[Kee: ถ้าเปลี่ยนจากจับมือ... เป็นจับจองหัวใจเธอแทน ตอนนี้ยังทันไหมวะ?]**
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและฟินไปกับความโบ๊ะบ๊ะของคีย์กับฟ้าใสในตอนนี้เสมือนได้นั่งเม้าท์ข้างหูด้วยกันนะคะ!
ขอร้องล่ะคุณเพื่อน อย่ามาหยอดเหมือนจะจีบ!•ตอนที่ 10
เนียนเต๊าะตลอดทางไปเรียน
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะคุณเพื่อน อย่ามาหยอดเหมือนจะจีบ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!